
น้ำมนต์ อยู่สกุล ผีช่วยล้างหนี้และมีกินเพราะผี
น้ำมนต์ อยู่สกุล ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่หากเป็นคอนิตยสารแนวผี และแนวเวรกรรมแล้วล่ะก็ น่าจะรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ เจ้าของนิตยสาร เรื่องผี
นิตยสารรายปักษ์สำหรับคนไม่กลัวผี ซึ่งมีเรื่องผีต่างๆ ออกมาหลอกหลอนผู้อ่านมากกว่า ๒ ทศวรรษ และเจ้าของนิตยสาร “กรรมทันตา” นิตยสารรายปักษ์ที่นำเสนอเรื่องของเวรกรรม โดยไม่ต้องรอชาติหน้า ทั้งนี้ ได้นำเสนอหลากหลายเรื่องกรรมมาเกือบ ๑ ทศวรรษ
และใครเลยจะรู้ว่า คนทำหนังสือผีในวันนี้ เคยเป็นบรรณาธิการทำนิตยสาร วัยหวาน ในช่วง พ.ศ.๒๕๒๗-๒๕๓๗ นิตยสารวัยรุ่น ที่ขายดีที่สุดในยุคนั้น
“น้ำมนต์เป็นชื่อตั้งแต่แรกเกิดของผม แต่เป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ ผมมีพี่น้อง ๓ คน พี่สาวคนโตชื่อน้ำทิพย์ พี่ชายชื่อน้ำเพชร และตัวผมเองชื่อน้ำมนต์ ไม่ใช่เพราะว่ามาทำหนังสือที่เกี่ยวกับผีแล้วมาเปลี่ยนชื่อภายหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมาเป็นเจ้าของหนังสือผี คิดดูสิว่า คนทำข่าวกีฬา คนทำนิตยสารวัยรุ่น ทำเท่าไรก็ไม่รุ่ง ทำเท่าไรก็ไม่ได้กำไร แต่อยู่ๆ ได้มาเป็นเจ้าของนิตยสารผี สงสัยว่าผีกับน้ำมนต์เป็นของคู่กัน ยิ่งทำยิ่งรุ่ง และทำให้นิตยสารผียืนหยัดได้มากกว่า ๒๐ ปีแล้ว" นี่คือคำบอกเล่าถึงที่มาของชื่อของนายน้ำมนต์
พร้อมกันนี้นายน้ำมนต์เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มของการทำนิตยสารผี มีหนี้สินอยู่ประมาณ ๕ ล้านบาท บ้านและที่ดินติดธนาคาร ส่วนรถติดไฟแนนซ์ และคิดอยู่เสมอว่า สักวันหนึ่งคงไม่มีที่ซุกหัวนอน เพราะนิตยสารผีในช่วงแรกอย่างดีสุดก็ได้กำไรไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปักษ์ แต่ในช่วงท้ายของปีที่ ๔ ขึ้นปีที่ ๕ นิตยสารผีออกอาละวาดแผงหนังสือทุกแผงอย่างหนัก จากยอดพิมพ์อยู่ในหลักพันขยับขึ้นไปอยู่ในหลักครึ่งแสนเล่มต่อปักษ์ และทรงตัวอยู่ประมาณ ๔ ปี ในที่สุดหนี้ที่เป็นอยู่เกือบ ๕ ล้านบาท ผีก็ช่วยปลดหนี้ทั้งหมด ขณะเดียวกันผียังช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นมาถึงทุกวันนี้ แม้ว่ายอดพิมพ์นิตยสารผีจะอยู่ในหลักหมื่นเศษๆ ก็ตาม
กว่า ๒ ทศวรรษของการทำหนังสือผี นายน้ำมนต์ยอมรับว่า แม้จะขึ้นหัวนิตยสารว่า เป็นนิตยสารสำหรับคนไม่กลัวผี แต่โดยส่วนตัวเป็นคนกลัวผี ถึงจะไม่เคยประสบด้วยตัวเอง แต่ก็กลัวผี และก็เชื่อด้วยว่า ผีมีจริง
ผี ในคติความเชื่อของคนไทย แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ คือ ผีดี และ ผีร้าย
ผีดี คือบรรพบุรุษที่คอยคุ้มครองดูแล แต่ถ้าไม่เคารพไม่บูชา ไม่เซ่นสรวง ก็อาจให้โทษได้เช่นกัน เช่น ผีบ้าน ผีเรือน ส่วนผีร้าย คือ ผีที่คอยรังควาน ไม่มีประโยชน์ เช่น ผีปอบ แม้ปัจจุบันนี้ ความเชื่อเรื่องผีจะเลือนหายไปบ้างแล้ว แต่ก็มีผู้คนส่วนมากที่เชื่อในเรื่องผี และสิ่งลี้ลับ แม้ในประเทศที่เจริญแล้วก็ตาม
การปรากฏกาย และที่มาของผีได้ในหลายลักษณะ แต่ส่วนมากมักจะปรากฏในรูปของอดีตมนุษย์ หรือมีลักษณะบางส่วนที่ค่อนข้างคล้ายกับมนุษย์ ผู้ประสบเหตุการณ์เช่นนี้ มักมีความกลัวที่ฝังใจ และเชื่อว่า การที่เจอผีนี้ จำเป็นที่จะต้องทำพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อความสบายใจ หรือเพื่อความปลอดภัย เช่น การกรวดน้ำ ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ทำพิธีส่งวิญญาณ ฯลฯ สุดแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท้องที่ และแต่ละบุคคล
ส่วนพระเครื่องและวัตถุมงคลป้องกันผี สำหรับคนกลัวผีนั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนทำได้ คือ การสวดมนต์ แผ่เมตตา และทำสมาธิ ก่อนนอน อย่างน้อยก็เป็นเครื่องป้องกันไม่ให้ผีมาหลอกหลอนได้
เมื่อถามถึงเหตุแห่งปาฏิหาริย์ นายน้ำมนต์เล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยขับรถไปประสบอุบัติเหตุ ชนิดที่เรียกว่าใครๆ เห็นสภาพรถต้องลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า คนขับต้องตายคาที่แน่
โดยในครั้งนั้น ยอมรับว่าตัวเองประมาท ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าเมาดันไปขับรถ ในที่สุดรถก็ไปเกิดอุบัติเหตุ ต้องเย็บบริเวณใต้คางไปกว่า ๑๐๐ เข็ม
แต่ที่รอดมาได้ อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งดวงไม่ถึงฆาต แต่ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะปาฏิหาริย์ แหวนนอโม ที่พ่อมอบไว้ให้เป็นวัตถุมงคลป้องกันตัว
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ที่นิ้วมือไม่เคยขาดแหวนนอโมเลย สักวันเดียว ส่วนพระเครื่องนั้น ครั้งหนึ่งเคยแขวน แต่ด้วยเหตุที่แขวนแล้วแพ้สร้อยจึงไม่แขวน
"ผมว่า การแขวนพระ หรือไม่แขวนพระนั้น ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอกหรือชี้นำว่า คนที่แขวนพระนั้นเป็นคนดีก็มีอยู่ไม่น้อย คนเลวก็มีอยู่มาก สิ่งหนึ่งที่คนแขวนพระต้องเข้าใจอย่างถูกต้องว่า อย่างไรเสีย พระก็ต้องคุ้มครองคนดีอยู่วันยันค่ำ ถึงไม่แขวนพระอย่างไรเสียความดีคุ้มครองคนดีอยู่ดี แต่ถ้าเป็นชั่ว แขวนพระเป็นร้อยๆ องค์ พระคงไม่ช่วย และไม่แสดงปาฏิหาริย์อะไรเลย" นายน้ำมนต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ทำนิตยสารกรรมทันตามาเป็นปีที่ ๑๐ นายน้ำมนต์พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “ปาฏิหาริย์ของวัตถุมงคลนั้น เป็นเรื่องอยากที่จะพิสูจน์ และอธิบายให้คนที่ไม่เชื่อให้เชื่อและเข้าใจตาม สำหรับเรื่องของกรรม ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า เรื่องของกรรมเป็นเรื่องจริง ไม่ต้องพิสูจน์ ไม่ต้องรอให้ตาย และไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า ใครก่อกรรมเลวทำกรรมชั่ว จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ขอให้เชื่อใจเถอะว่า ไม่มีใครหนีกรรมนั้นๆ ได้ อย่างที่คำพระว่าไว้ คือ ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม ขณะเดียวกัน ใครที่สร้างกรรมดี แม้ว่าวันนี้จะไม่แสดงผล แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กรรมดีย่อมแสดงผล โดยไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า”
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



