พระเครื่อง

คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 18 เม.ย.52)

คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 18 เม.ย.52)

18 เม.ย. 2552

 *** "คมเลนส์ส่องพระ" วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๒ *** สงกรานต์ปีนี้ ทีแรกทางราชการประกาศให้หยุดงานรวม ๕ วัน แต่ได้เกิดเหตุการณ์จลาจลของ คนเสื้อแดง จนมีการปราบปรามให้สงบลงได้ด้วยดี และเพื่อเป็นการสำรวจตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้หยุดงานต่ออีก ๒ วัน ทำให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีวันหยุดงานทั้ง ๗ วัน รวมกับวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้อีก ๒ วัน รวมเป็น ๙ วันเต็มๆ เรียกว่าได้หยุดงานกันจนเบื่อไปเลย เปิดทำงานวันจันทร์นี้ หลายคนคงจะยังสลึมสลืออยู่อีกก็ได้ **

 ** ปรากฏการณ์ คนเสื้อแดง ก่อจลาจล ที่ทำให้งานประชุมสุดยอดอาเชียนที่พัทยา ต้องยกเลิกโดยกะทันหัน จนก่อเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เมืองไทย ต่อมา คนเสื้อแดง ได้ปิดการจราจรโดยรอบบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามด้วยการยึดรถเมล์ เผารถเมล์ ทำร้ายชาวบ้าน ฯลฯ  เหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มองเห็นลางร้ายของ คนเสื้อแดง ว่าต้องถึงจุดจบอย่างแน่นอน แล้วก็เป็นจริงในเวลาต่อมา...ใครก่อกรรมทำเข็ญกับชาวบ้าน และทำร้ายประเทศชาติ ขอให้รอรับ กรรมชั่ว ของตัวเองในชาตินี้ได้เลย ไม่ต้องรอไปถึงชาติแต่อย่างใด **

 ** ช่วงหยุดยาวใน เทศกาลสงกรานต์ ทำเอา สนามพระ ทุกแห่ง พลอยเงียบเหงาไปด้วย เพราะผู้คนส่วนใหญ่ออกต่างจังหวัดกันหมด วงการซื้อขายพระก็เลยไม่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันแต่อย่างใด ภาพพระเครื่องใน "คมเลนส์ส่องพระ" วันนี้  จึงล้วนเป็นการซื้อขาย หรือได้รับภาพมาก่อนหน้านี้ โดยขอเริ่มกันที่ พระพุทธรูปปางคันธารราฐ (พระปางขอฝน) หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ขนาดความสูง ๑๖.๗๕ นิ้ว (รวมฐาน) สร้างเมื่อปี ๒๔๖๙ เททองหล่อแบบโบราณ (ดินไทย) เป็นพระของ พฤฒิพันธุ์ วนเกียรติ (หมู มรดกไทย) เจ้าของเว็บไซต์ "ศูนย์พระดอทคอม" เว็บไซต์มาตรฐานที่ได้รับความเชื่อจากคนในวงการพระมากที่สุด **

 ** พระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ หรือ พระปางขอฝน พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน ทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน ) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเป็นกิริยากวัก แสดงอาการขอฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน **

 ** ความเป็นมาของ พระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ ตามประวัติกล่าวไว้ว่า สมัยหนึ่งนครสาวัตถี แคว้นโกศล เกิดความแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล พืชผลได้รับความเสียหาย ชาวบ้านขาดแคลนน้ำโดยทั่วหน้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระประสงค์จะอนุเคราะห์แก่มหาชน จึงทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) แล้วเสด็จไปประทับ ณ บันไดสระ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นกวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายรองรับน้ำฝน ทันใดนั้นบังเกิดมหาเมฆตั้งเค้าขึ้นพร้อมกัน ในทุกทิศ ด้วยพุทธานุภาพ และพระมหากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฝนได้ตกลงมาอย่างอัศจรรย์ **

 ** ความนิยมสร้าง พระพุทธคันธารราษฎร์ ได้แพร่หลายมาถึงเมืองไทย มีการจัดสร้างพระปางนี้ขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ต่อมา หลวงปู่บุญ ได้ถอดพิมพ์สร้างขึ้นที่วัดกลางบางแก้ว ตามภาพที่เห็นนี้ นับเป็นพระหายาก และมีสนนราคาแพง อีกพิมพ์หนึ่งในสาย หลวงปู่บุญ **

 ** ฉัตรชัย อ่วมอ่อง (หนุ่ม มรดกไทย) หนึ่งในทีมงาน ศูนย์พระดอทคอม เจ้าของสโลแกน "ศรัทธาเกิด ปาฏิหาริย์เกิด" นับเป็นคนหนุ่มยุคใหม่ที่ได้ชื่อว่า "เล่นพระดี มีพระสวย รวยพระแท้" อึกคนหนึ่งของวงการพระเมืองไทย วันนี้มีสุดยอดของเครื่องรางมาอวด คือ เบี้ยแก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง บางกอกน้อย ธนบุรี ชิ้นนี้ภาษาเซียนพระจะพูดกันว่า "มันมาก" คือลักษณะของตัวเบี้ยที่เปลือยให้เห็นด้านหนึ่ง ตลอดจนลวดถัก และรักที่พอกไว้ บ่งบอกถึง ความเก่า ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า **

 ** เบี้ยแก้ เป็นเครื่องรางที่นับเป็นภูมิปัญญาของพระเกจิอาจารย์ไทยโดยเฉพาะ สร้างจาก หอยเบี้ยจั่น ที่มีฟันครบ ๓๒ ซึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาคาถาอาคมขลัง จะสามารถเสก ปรอท ขณะกรอกลงปากเบี้ยได้ตามที่ต้องการ จากนั้นจะปิดปากหอยด้วย ชันโรง ที่ได้จากใต้ดินในที่โล่งแจ้ง (หากเป็นชันโรงตามต้นไม้ จะนำมาใช้ไม่ได้) แล้วห่อด้วย แผ่นตะกั่ว ที่ลงอักขระเลขยันต์ตามตำรา เสร็จแล้วจึงถักด้วยด้าย แล้วลงรัก ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องบริกรรมคาถาตลอดเวลา ถึงจะมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันคุณไสย แก้เสนียดจัญไร รวมทั้งมีเมตตามหานิยมอีกด้วย เบี้ยแก้ ที่โด่งดังเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย คือ เบี้ยแก้ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ และ หลวงปู่รอด วัดนายโรง โดยเช่าหากันที่หลักหมื่นปลายๆ ถึงหลักแสนต้นๆ **

 ** หลวงพ่อน้อย (พระครูภาวนากิตติคุณ) วัดธรรมศาลา จ.นครปฐม เป็นพระเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ที่มีความเก่งกล้าสามารถในด้านคาถาอาคมมาก  พระเครื่องที่โด่งดังของท่าน คือ เหรียญหน้าเสือ และ เหรียญคอน้ำเต้า เนื้อทองผสม หล่อโบราณ **

 **  หลวงพ่อน้อย เป็นชาวบ้านหนองอ้อ ต.ธรรมศาลา โดยกำเนิด ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๔๒๖ บวชเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ที่วัดธรรมศาลา ได้รับนามฉายาว่า "อินฺทสโร" ท่านได้อนุญาตให้ลูกศิษย์สร้างเหรียญรุ่นแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ เป็นเหรียญปั๊มทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ มีอักษรตัวนูนคำว่า หลวงพ่อน้อย ด้านหลังเป็นยันต์นะปถมัง ต่อมาได้อนุญาตให้สร้าง เหรียญหล่อแบบโบราณ รุ่นหน้าเสือ โดยหลวงพ่อเอ่ยปากพูดขึ้นเองว่า เหรียญรุ่นนี้แกะพิมพ์ใบหน้าของท่านดุยังกับ เสือ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ออก เหรียญหล่อโบราณ พิมพ์เสมา ที่เอาด้านฐานขึ้นบน ทำให้ดูเหมือนกับ คอน้ำเต้า คือ เหรียญที่เห็นในภาพนี้ ซึ่งเป็นเหรียญของ เกี้ย สงขลา นักสะสมคนรุ่นเก่า ที่วงการพระเมืองสงขลารู้จักกันดี เพราะได้สะสมพระเครื่องมานานปี จนมีพระหลักพระนิยมมากพอสมควร **

 ** วันนี้ บอย ท่าพระจันทร์ ส่งภาพ เหรียญหายาก มาให้ชมอีกเหรียญหนึ่ง คือ เหรียญพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา เนื้อนากฉลุ นับเป็นเหรียญรุ่นแรก โดยทั่วไปเหรียญนี้เป็นเหรียญปั๊มธรรมดา แต่ในภาพนี้เป็น เหรียญพิเศษ ที่มีการฉลุเล็กน้อยตรงรอบศีรษะ และลายกนก และด้านหลังนอกจากมียันต์แล้ว ยังมีร่องรอยตามรูปองค์พระเหมือนด้านหน้า ที่เว้าเป็นแอ่งลงไป ที่เรียกกันในวงการว่า "หลังแบบ" อีกด้วย **

 ** เหรียญรุ่นนี้ออกในสมัยที่ พระอาจารย์มั่น ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อท่านเห็นเหรียญนี้แล้ว ได้เอ่ยปากกล่าวว่า รอบศีรษะ ของพระอาจารย์สิงห์เป็นวงกลมเหมือน รัศมี รอบพระเศียรของพระพุทธเจ้า เป็นการไม่สมควร ด้วยเหตุนี้ พระอาจารย์สิงห์ จึงได้ระงับการแจกเหรียญรุ่นนี้ในเวลาต่อมา ส่วนเหรียญที่แจกไปแล้วก็แล้วกันไป ทำให้เหรียญรุ่นนี้ พบเห็นยาก อันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เหรียญรุ่นนี้มีราคาแพง ** 

 ** พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เกิดที่บ้านหนองขอน ต.หัวตะพาน อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๔๓๒ มรณภาพ ณ วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๐๔ สิริอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๕ ท่านเป็นศิษย์รุ่นแรกของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่ได้รับหน้าที่ในการเผยแผ่ธรรมะ และแนวทางการปฏิบัติธรรมกรรมฐานอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอดชีวิต จนได้รับการยกย่องว่าเป็น ยอดขุนพลแห่งกองทัพธรรม  **

 ** หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ (พระครูวิชิตพัชราจารย์) วัดพระพุทธบาทชนแดน อ.ชนแดน  จ.เพชรบูรณ์ นับเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีพลังจิตแก่กล้าเหนือธรรมชาติ อีกท่านหนึ่งที่เชื่อกันว่าท่านได้บรรลุธรรมชั้นสูง จนสำเร็จเป็น พระอรหันต์ อีกรูปหนึ่งที่มีผู้ให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใสอย่างกว้างขวาง เมื่อท่านมรณภาพแล้ว สรีระของท่านไม่เน่าเปื่อยแต่ประการใด จนถึงทุกวันนี้ **

 **  ตามประวัติท่านเกิดเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๒๔ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๑๙ เวลา ๔ โมงเย็น ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีเถาะ (๔) สิริรวมอายุได้ ๙๕  ปี (๙+๕= ๑๔) นับเป็นความแปลกอย่างยิ่ง ที่วิถีชีวิตของ หลวงพ่อทบ  มีเลข ๔ มาเกี่ยวเนื่องโดยตลอด เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อจริงๆ **

 ** หลวงพ่อทบ ได้ปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังเอาไว้มากมายหลายประเภท ล้วนโด่งดังจนได้รับความนิยมจากคนในวงการพระเครื่องมานานปี วันนี้มีภาพพระของท่านมาให้ชมกัน ๒ รายการ คือ รูปเหมือน หล่อโบราณ พิมพ์อกซื่อ (อกตรง) ของ ภิยวัฒน์ วัฒนายากร (แต๊ก สงขลา) นักสะสมพระกรุพระเก่า รวมทั้งพระกริ่งยุคเก่าๆ แต่ได้ให้ความศรัทธาเลื่อมใส หลวงพ่อทบ เป็นอย่างยิ่ง ต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยทีเดียว **

 ** รูปเหมือนหลวงพ่อทบ รุ่นนี้ถือเป็น รุ่นแรก ออกที่วัดศิลาโมง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ เรียกว่า พิมพ์อกซื่อ (ไม่มีกริ่ง) ออกพร้อมกับ พิมพ์หน้าฝรั่ง (มีกริ่ง)  รูปเหมือนทั้ง ๒ พิมพ์นี้เช่าหากันถึงหลักหมื่นปลาย ถึงหลักแสนต้น ** ตามประวัติ หลวงพ่อทบ ท่านเป็นพระปฏิบัติ ธุดงค์ กัมมัฏฐาน และเป็นพระนักพัฒนา เวลาท่านเดินธุดงค์ไป ณ ที่ไหน ก็ตาม หากชุมชนนั้นยังไม่มีวัด ไม่มีโบสถ์ วิหาร ศาลา กุฏิ หรือเสนาสนะอื่นใด ฯลฯ ท่านจะจัดการสร้างให้ทันที โดยให้ญาติโยมสร้างวัตถุมงคลแจกจ่ายสมนาคุณ แก่ผู้ร่วมบริจาคเงินในการก่อสร้างต่างๆ วัดศิลาโมง นับเป็นวัดหนึ่ง ใน ๑๙ วัด ที่ท่านได้จัดสร้างโบสถ์ถวายไว้ที่วัดนี้ พร้อมกับได้ออก รูปเหมือนหล่อโบราณ รุ่นแรก พิมพ์อกซื่อ และพิมพ์หน้าฝรั่ง ที่วัดแห่งนี้ด้วย **

 ** สำหรับประวัติ หลวงพ่อทบ ท่านที่ต้องการศึกษาอย่างละเอียด หาซื้อหนังสือ หลวงพ่อทบ วัดชนแดน ฉบับสมบูรณ์ ได้ที่ หมู วิเชียรบุรี โทร.๐๘-๑๘๔๔-๓๒๔๗ **

 ** พรุ่งนี้...อย่าลืมไปร่วม งานประกวดพระ ที่ศูนย์กีฬาเทศบาลเมือง ศรีราชา จ.ชลบุรี ** พบกับ "คมเลนส์ส่องพระ" ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้...นะมัสเต ***

 

"แล่ม จันท์พิศาโล"

 

 

"}])