
วีระพล คงมั่น ชีวิต...มี 'กรรมดี' เป็นเกราะป้องกันชีวิต
ตั้งแต่จำความได้ พ่อกับแม่พร่ำสอนเสมอว่า เป็นมนุษย์ต้องรู้จักการให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน เมื่อนั้น ชีวิตจึงจะได้ลิ้มรสความสุข และที่สำคัญเราจะต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน จึงจะได้ชื่อว่า ไม่เสียชาติเกิด นี่คือปณิธานอันแน่วแน่ของนายวีระพล คงมั่น ในฐาน
นอกจากการทำหน้าที่เพื่อสังคมแล้ว ชายผู้นี้ยังรั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงมั่นการช่าง ซึ่งเป็นเอกชนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตลอด ๒๐ ปี เจ้าตัวจึงเลือกทำงานเพื่อส่วนรวมในแบบ “ปิดทองหลังพระ” มากกว่าทำตัวให้ปรากฏเป็นข่าว
ที่สำคัญหนุ่มใหญ่เลือดสะตอรายนี้เป็นกำลังหลักที่สำคัญในการก่อตั้ง “มูลนิธิเพื่อแผ่นดินไทย” ร่วมกับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่มีเจตนารมณ์ช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จนวันนี้หลายคนต่างยกนิ้วในความเป็น “ผู้ให้” ว่าทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง
วีระพล บอกว่า ครอบครัวจะผูกพันกับวัด และชอบการทำบุญอย่างมาก เพราะเกิดมาก็เห็นภาพพ่อกับแม่พาลูกทั้ง ๓ คนเดินหิ้วปิ่นโตเข้าวัด และที่สำคัญทุกเช้าจะต้องตื่นมาตักบาตรพระที่มาบิณฑบาตละแวกบ้านทุกวัน จนวันนี้สิ่งเหล่านั้นได้ติดตัวและถือเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติชนิดขาดไม่ได้
กระทั่งเมื่อเกิดปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ที่ได้รับผลพวงจากความรุนแรง จึงหยิบยื่นความช่วยเหลือทุกรูปแบบเท่าที่จะทำได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งตระเวนขับรถแจกพระ เพื่อหวังเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ซึ่งนับถือศาสนาพุทธผู้ทำหน้าที่ดับไฟใต้
“ผมทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มากว่า ๒๐ปี เห็นความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด เมื่อมีคนเดือดร้อน จะให้นิ่งดูดายคงทำไม่ได้ ดังนั้นอะไรที่พอช่วยบรรเทาทุกข์เราก็จะทำ ชีวิตผมตายได้ แต่แผ่นดินสิ้นสูญไม่ได้ ดังนั้นอะไรที่พอเป็นขวัญกำลังใจ หรือช่วยเหลือให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้พ้นจากความทุกข์ ผมยินดีสนับสนุนเต็มที่” วีระพล พูดอย่างมุ่งมั่น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง แต่สำหรับชายคนนี้กลับไม่เป็นอุปสรรคให้ลดละการมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือผู้ลำบาก และเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบแต่อย่างใด แม้จะเคยเผชิญเหตุระทึกขวัญมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม
สำหรับเหตุความไม่สงบนั้น ได้ประสบกับเหตุการณ์รุนแรงด้วยตัวเองมาแล้วหลายครา แต่ที่จำติดตาเมื่อไม่นานมานี้ คือ ระหว่างขับรถยนต์เข้าสู่ อ.เบตง จ.ยะลา เบื้องหน้ามีทหารชุดลาดตระเวน ๘ นาย กำลังปฏิบัติงานรักษาความเรียบร้อยบนเส้นทาง จู่ๆ คนร้ายได้แอบซุ่มและลอบขว้างระเบิดมือเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ยานพาหนะคู่ใจของเขาแล่นมาถึงจุดเกิดเหตุ แต่เคราะห์ดีระเบิดตกเลยจุดสำคัญ ทำให้รอดพ้นอันตรายอย่างฉิวเฉียด
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเจอเหตุการณ์ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ต่อหน้าต่อตา ระหว่างทางอีกหลายคน โดยเฉพาะบนเส้นทางสายหนองจิก จ.ปัตตานี ที่คนร้ายลอบวางระเบิดทหาร จนถึงขั้นเปิดฉากปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบ ณ จุดเกิดเหตุ และสามารถควบคุมตัวผู้สงสัยได้ ซึ่งวีระพลก็แคล้วคลาดจากคมกระสุน และพ้นจากแรงระเบิดอย่างปาฏิหาริย์อีกครั้ง
“นอกจากผมจะเชื่อในเรื่องบุญ เรื่องกรรมแล้ว ผมยังเชื่อในพุทธานุภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพสักการบูชา โดยเฉพาะหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ซึ่งแขวนติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ และทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจ จะต้องแวะไปสักการะกราบไหว้รูปเหมือนหลวงพ่อทวดที่วัดช้างให้เป็นประจำ” วีระพล กล่าว
ส่วนพระเครื่องที่อาราธนาติดตัวเป็นประจำ คือ พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน พิมพ์กลาง ปี ๒๔๙๗, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระพิมพ์สมเด็จ หลวงปู่นาค, องค์จตุคามรามเทพ เนื้อขาว ปี ๒๕๓๐ และเหรียญเกิดมาต้องแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งได้รับมอบจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
“ผมเชื่อว่า ที่รอดตายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มานับครั้งไม่ถ้วน นอกเหนือจากที่ชีวิตมีกรรมดีเป็นเกราะป้องกันชีวิตแล้ว ยังมีบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราคล้องคอติดตัวทุกวัน เป็นตัวช่วยให้ชีวิตมีลมหายใจมาได้จนถึงทุกวันนี้” วีระพล กล่าว
นอกจากนี้แล้ว ชีวิตประจำวันปกติทุกเช้า นายวีระพลจะต้องตักบาตร และก่อนออกจากบ้านจะต้องไหว้พระ สวดมนต์ สวดคาถาชินบัญชร และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้จากไปในเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมถึงการนุ่งข่าวห่มขาวปฏิบัติธรรมที่ “วัดสำเภาเชย” อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นานถึง ๓ วัน โดยหวังจะหาโอกาสรับใช้พระพุทธศาสนาในพื้นที่ พร้อมๆ กับเรียนรู้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จากพระอาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้อย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ วีระพล ยังบอกด้วยว่า นอกจากผลบุญที่ทำไว้แล้ว หากเรามีศรัทธาต่อสิ่งที่เชื่อมั่น ยึดมั่น ปาฏิหาริย์จะเกิดกับชีวิตได้แน่นอน เพราะทุกครั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จะนึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงระลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ แล้วท่องคาถาหลวงพ่อทวด ซึ่งสามารถเหนี่ยวนำให้พ้นวิกฤติมาได้ทุกคราว รวมทั้งเคยผ่านประสบการณ์แคล้วคลายจากภัยอันตรายแล้ว โดยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ เมื่อครั้งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นปีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงมั่นการช่าง ก้าวผ่านวิกฤติมาได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อวีระพลสามารถขายที่ดินกลางเมืองหาดใหญ่ และนำรายได้มาเป็นทุนสำรองของบริษัท ส่งผลให้องค์กรแห่งนี้รอดพ้นจากพิษเศรษฐกิจมาได้
“ผมได้รับจตุคามรามเทพ ปี ๒๕๓๐ จาก คุณชาญชัย เหล่าเทพพิทักษ์ ผู้บริหารโรงงานโชติวัฒน์ โดยบอกว่า ให้อธิษฐานขอพรจากองค์พ่อ และนำมาซึ่งการขายที่ดินจนผมมีเงินทุนสำรองทำให้บริษัทของผมรอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ ได้อย่างสง่าผ่าเผย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อในศรัทธาและปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์” วีระพล กล่าว
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้วันนี้ "วีระพล" หันมาสนใจศึกษา “พระเครื่อง” อย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า พุทธานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ในวัตถุมงคลล้วนเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ถึงขั้นลงทุนเดินทางไปศึกษาขอความรู้จากอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ และอาจารย์ราม วัชรประดิษฐ์ โดยตรง เพื่อให้รู้จริง
"หากเรามีศรัทธาต่อสิ่งที่เชื่อมั่น ยึดมั่น ปาฏิหาริย์จะเกิดกับชีวิตได้แน่นอน เพราะทุกครั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จะนึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงระลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ แล้วท่องคาถาหลวงพ่อทวด ซึ่งสามารถเหนี่ยวนำให้พ้นวิกฤติมาได้ทุกคราว"
เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ



