พระเครื่อง

ขบวนทัพธรรม 
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ขบวนทัพธรรม สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

04 มี.ค. 2554

ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่ชาวพุทธทั่วโลกเดินทางไปน้อมใจระลึกถึงองค์พระบรมศาสดาทรงประทับบำเพ็ญจนบรรลุถึงความรู้แจ้งเห็นจริงต่อสรรพสิ่งของโลก ณ ร่มเงาไม้ศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ ได้มีเรื่องราวดีงามเกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่งคือการจัดตั้

 สามปีที่ผ่านมา ในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีโครงการเฉลิมพระเกียรติบรรพชา-อุปสมบท การอุปสมบทนี้ทำให้เหล่าพระนวกะตระหนักรู้คุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็นคุณของพุทธธรรมและการปฏิบัติธรรมตามรอยบาทพระศาสดา
จากการเรียนพระธรรมคำสอนอย่างเข้มข้นในช่วงเวลานั้น ทำให้กลุ่มพระนวกะผู้ได้รับฉายาขึ้นต้นว่า “โพธิ์” อันหมายถึงหน่อเนื้อพุทธางกูร ได้ร่วมใจกันตั้งชมรมโพธิคยา ๙๘๐ ขึ้น

 การก่อตั้งสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ มีพระราชรัตนรังษี พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นผู้อำนวยการสถาบัน และสุภชัย วีระภุชงค์ เป็นเลขาธิการสถาบัน ต่อมาจึงจัดตั้ง “โครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไทยไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ” ขึ้นมา โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากชมรมโพธิคยา ๙๘๐ และวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาทุกท่าน

 ถึงแม้โครงการจะเพิ่งเริ่มต้นอบรมพระสงฆ์ได้เพียงแค่ ๒ รุ่นก็จริง แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นการจัดขบวนทัพธรรมอีกทัพหนึ่งที่น่าอนุโมทนา ด้วยมีการประสานความร่วมมือร่วมใจจากพุทธบริษัททั้งหลายอย่างเข้มแข็ง มีผู้คนมากมายมาจากที่แตกต่างแต่เห็นคุณค่าของพระธรรม ช่วยกันคิด ช่วยกันวางรูป ช่วยกันเติมสาระ ด้วยจิตใจที่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ... 
 
 สุภชัย วีระภุชงค์ กล่าวว่า การจัดส่งพระสงฆ์ที่มีศรัทธาแรงกล้าไปศึกษาพุทธศาสนายังดินแดนพุทธภูมิ เป้าหมายคือการสร้างความแข็งแกร่งให้พระพุทธศาสนาโดยอุปฐากพระภิกษุให้เข้าร่วมโครงการไปศึกษาพระธรรมยังสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนามากขึ้น ผลนี้จะกลับคืนมาสู่พุทธศาสนิกชนในประเทศอย่างมหาศาล

 จากการทำงานที่ผ่านมา ๒ ปีของโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไทย มีพระสงฆ์ผ่านการอบรมทั้งหมด ๖๐ รูปทั่วประเทศ ระยะเวลาเรียนในหลักสูตรแต่ละครั้งรวมทั้งสิ้น ๙๙ วัน และปีนี้สถาบันกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการคัดเลือกพระสงฆ์ไทยอีกจำนวน ๓๒ รูป เพื่อเดินทางไปศึกษาและปวารณาเข้าพรรษายังดินแดนของพระพุทธองค์ โดยใช้เวลาในพรรษานี้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเข้มข้นจนสามารถนำคำสอนของพระพุทธองค์กลับคืนสู่เมืองไทยเพื่อเผยแผ่ให้เกิดผลยกระดับจิตใจของผู้คนให้มั่นคง เป็นสุข มีท่าทีต่อชีวิตที่ถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนา   

 พระราชรัตนรังษี กล่าวถึงวิธีคิดที่มาของการสร้างหลักสูตรเพื่อเผื่อเผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนาของสถาบันนี้ ว่ากงล้อของพระธรรมจักรมีหลายซี่ ต้องช่วยกันเข็น งานของสถาบัน เน้นเรื่องการเผยแผ่พระสัทธรรมที่มาจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์

 "งานนี้สืบทอดโดยตรงจากพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยพระหัตถ์และปฏิบัติด้วยพระองค์เอง เพียงพรรษาแรกพระองค์ก็หมุนกงล้อพระธรรม จัดขบวนทัพเคลื่อนสู่ทั่วชมพูทวีป งานเผยแผ่เป็นพุทธวิถีแห่งสันติภาพเป็นธงชัยนำขบวนทัพจนทำให้พระพุทธศาสนาก้าวไกลมาถึง ๒๕๐๐ กว่าปี

 “สิ่งสำคัญโดยตรงที่ทำให้การเผยแผ่เป็นไปยาวนานได้นั้นก็คือ หัวใจกำลังใจของการทำงานในคณะพระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่หันมาร่วมทำงานกับพระพุทธเจ้า ด้วยเข้าใจอย่างซาบซึ้งว่าพระพุทธเจ้าสอนในสิ่งที่คนอื่นรู้ตามได้และได้ประโยชน์กับชีวิตแก้ไขทุกข์ได้จริง แนวการศึกษาของหลักสูตร อย่างแรกเน้นไปที่พระสงฆ์ในฐานะเป็นผู้ทำงานให้พระพุทธเจ้า สามารถทำหน้าที่เผยแผ่พระสัทธรรมให้ญาติโยมนำไปใช้ได้จริงที่สำคัญนั้นต้องเหมาะสมสถานการณ์ด้วย

 “ความทุกข์ร้อนยุ่งเหยิงโกลาหลของโลกที่ดำเนินอยู่ทุกวันนี้ ในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องราวยุ่งเหยิงเหล่านี้เช่นเดียวกัน เพราะมีตัวผู้ก่อการร้ายที่ทำให้โลกไม่มีความสุขตัวเดียวกัน คือ ..โลภ โกรธ หลง ตัณหา มานะ ทิฐิ...”
 กิเลสตัณหาหลักในจิตใจของมนุษย์นี้เองพาโลกปั่นป่วน เริ่มจากป่วนใจเราก่อน แล้วเลยไปป่วนใจคนอื่นต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ป่วนกันไปทั้งสังคม ไปทั้งโลก แต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยขัดเกลาใจเสียใหม่ มีท่าทีที่ถูกต้องต่อปัญหาความทุกข์ที่เกิดขึ้น โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้ชี้นำให้เห็นพระธรรมคำสอน

 พระราชรัตนรังษี ขยายความในเรื่องนี้ว่า พระสงฆ์จึงต้องตระหนักว่าจะทำ จะพูด จะคิดอะไรก็ต้องเป็นไปเพื่อพระรัตนตรัยเท่านั้น พูดเรื่องพระพุทธเจ้า พูดเรื่องพระธรรม พูดเรื่องพระสงฆ์ ได้ลึกซึ้ง มีข้อมูล ให้เห็นกับตา ศึกษาพระธรรมคำสอนในเชิงลึกจากพระไตรปิฎกที่สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล

 "สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้เป็นเสมือนขุมทรัพย์แห่งปัญญา แต่จะทำได้ก็ต้องอาศัยศรัทธาที่มั่นคงถูกต้องเสียก่อน จนสามารถดึงความเพียร สติ สมาธิ สัมผัสกองอิฐพุทธสถานจนมีปัญญามองเห็นเข้าใจถึงพระธรรมของพระศาสดา กลับไปเทศน์ไปสื่อสารนำข้อคิดไปปฏิบัติเป็นประโยชน์ในชีวิต ญาติโยมฟังแล้วก็ได้ชื่นใจเกิดการเปลี่ยนแปลงจิตใจมีพุทธภาวะที่สูงขึ้น”
สองรุ่นแล้วที่พระสงฆ์ผู้คงพรรษากาล ผู้มีฐานความรู้ มีการงานระดับพระสังฆาธิการจำนวนทั้ง ๖๐ รูป ได้ไปศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี ค้นคว้าและปฏิบัติธรรมเชิงลึกในสถานที่จริง ณ สังเวชนียสถาน อันเป็นภูมิเขตที่พุทธศาสนาเคยรุ่งเรืองในครั้งพุทธกาล

 วันนี้ขบวนทัพธรรมของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ ได้ช่วยกันเข็นกงล้อธรรมจักรด้วยจิตใจที่ตั่งมั่น...และได้นำพระสงฆ์ไทย ๖๐ รูป กลับคืนสู่เมืองไทย

 ด้วยหวังเต็มเปี่ยมว่า การเรียนรู้อย่างจากทุนของพระพุทธเจ้าและทุนของผู้จิตศรัทธาต่อพระพุทธองค์นั้น ทั้งหมดทั้งมวล พุทธบริษัทของพระพุทธองค์ทุกรูป/คนที่ได้รับรู้ได้สัมผัสพระธรรมก็จะได้รับกลับคืน...จนเป็นผลให้มีจิตใจที่พัฒนาขึ้น น้อมไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อสังคมเป็นสุข

 พระธรรมวรนายก ประธาน โครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไทยไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิรุ่นที่ ๒

 พระสงฆ์ที่ได้เข้าร่วมศึกษาในโครงการเป็นพระสงฆ์ระดับพระสังฆาธิการ เป็นพระผู้มีพรรษาสมควร มีความรู้ความสามารถ มีการศึกษาในระดับนักธรรมเอกขึ้นไป มีความประพฤติตามพระธรรมวินัย และสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยมี พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการคัดเลือกจำนวน ๑๖ รูป พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ดำเนินการคัดเลือกจำนวน ๙ รูป พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๖ ดำเนินการคัดเลือกจำนวน ๕ รูป พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค ๑๗ ดำเนินการคัดเลือกจำนวน ๒ รูป
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ ตั้งอยู่ที่เมืองกุสินารา สาธารณรัฐอินเดีย www.by980.org

"}])