พระเครื่อง

พระพรหมกวีมรณภาพ
ปิดอีก ๑ ตำนาน..."พระกวีพระนักการศึกษา"

พระพรหมกวีมรณภาพ ปิดอีก ๑ ตำนาน..."พระกวีพระนักการศึกษา"

02 มี.ค. 2554

"เป็นพระกวี ผู้มากด้วยศีลาจริยวัตร ผู้เชี่ยวชาญในการปฏิบัติ และส่งเสริมการศึกษาดีเด่น"

 นี่เป็นความหมายโดยรวมของสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ มีราชทินนามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า “พระพรหมกวี ศีลาจารโสภณ วิมลศาสนกิจวิธาน ไพศาลปริยัตินายก ตรีวิปิฎกวิภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า “พระพรหมกวี” ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ที่ไม่เคยตั้งและพระราชทานให้พระรูปใดมาก่อนในยุครัตนโกสินทร์

 ทั้งนี้ลูกศิษย์ได้เตรียมจะจัดงานฉลองสมณศักดิ์ให้ท่านในวันที่ ๖ มิถุนายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน (เกิด ๖ มิถุนายน ๒๔๗๖) แต่เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่ามา ท่านมรณภาพด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบายให้แก่พระและวัดต่างๆ ในเขตปกครอง จ.อุบลราชธานี ถือว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งของวงการสงฆ์ที่สูญเสีย พระกวี และพระนักการศึกษาผู้ส่งเสริมและสนับสนุนพระเณรสอบเปรียญบาลีได้กว่า ๗๐๐ รูป

 พระพรหมกวี มีความสนใจและใฝ่รู้วิชากวีนิพนธ์มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๘ เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนบาลีชั้นประโยค ป.ธ.๓ เพราะวิชาบุรพภาคชั้น ประโยค ป.ธ.๓ กำหนดเอาหนังสือราชการและกาพย์ กลอน โคลง ฉัน เป็นหลักสูตร โดยกำหนดให้แก้ถ้อยคำ จัดวางรูปเรื่อง และจัดวรรคตอนให้ถูกต้องกับชนิดหนังสือนั้นๆ

 หลังสอบบาลีชั้นประโยค ป.ธ.๕ ได้เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ แล้ว ได้เข้ามาอยู่ ณ วัดมหาธาตุ จึงได้โอกาสศึกษาและฝึกแต่งกาพย์ กลอน และโคลง ครั้งสอบบาลีชั้นประโยค ป.ธ.๖ ได้ แล้ว จึงฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชากวีนิพนธ์จาก พระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารีเถร) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าคณะตรวจการภาค ๒ สังฆมนตรีช่วยว่าการองค์การศึกษาแห่งแม่กองสนามหลวง และราชบัณฑิต

 พ.ศ.๒๕๐๓ เมื่อเรียนจบบาลีชั้นประโยค ป.ธ.๘ จึงได้เรียนวิชาฉันท์ทั้งภาษามคธและภาษาไทย โดยฝึกแต่งกลอนเอง รวมขอความรู้จากผู้รู้หลายท่าน และต่อมาได้สอนวิชากลอนแก่พระภิกษุสามเณรเป็นพิเศษ จนมีพระเณรหลายรูปที่แต่งกลอนและขึ้นชื่อว่า แต่งได้ดี

 แม้ว่าจะมีตำแหน่งและหน้าที่ต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าคณะภาค ๑๐ แต่พระพรหมกวีได้ใช้เวลาว่างแต่งกลอน ร่าย กาพย์ โคลง และฉันท์ โดยทั้งแต่งให้อ่าน และแต่งให้เป็นตัวอย่างแบบแผนการแต่งกลอน ร่าย กาพย์ โคลง และฉันท์ เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาและแต่งตาม ในที่สุดท่านจึงเรียบเรียงตำรากวีนิพนธ์ขึ้น โดยจัดเรียงไว้อย่างครบถ้วน

 หากศึกษาผลงานการเขียนหนังสือและแต่งบทกลอนในวาระต่างๆ จะพบว่า พระพรหมกวี มีความเชี่ยวชาญในการแต่กลอนทุกชนิด โดยรวมและเรียบเรียงหนังสือเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ และการศาสนศึกษาไว้หลายเรื่อง

 นอกจากนี้แล้ว พระพรหมกวี ยังส่งเสริมการศึกษาด้านสำนักเรียน ได้ปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างจริงจังในพุทธศักราช ๒๕๔๑ สำนักเรียนได้ผลิตบุคลากรที่เป็นศาสนทายาทที่มีคุณภาพอย่างจริงจังตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๑ เป็นต้นมา โดยมีพระภิกษุสามเณรนักเรียนที่สอบได้ในระดับต่างๆ ตั้งแต่ประโยค ๑-๒ ถึงชั้นประโยค ป.ธ.๙ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๑-๒๕๕๓ กว่า ๗๐๐ รูป

 ชาติภูมิของพระพรหมกวี เกิดเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ บิดาชื่อนายคำมา มารดาชื่อนางคำ ธรรมวรางกูร ที่บ้านหมู่ ๙ ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๖ ณ วัดอินทรแบก อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี มีพระวิสุทธิธรรมาจารย์ (ทรัพย์) เป็นพระอุปัชฌาย์

 เมื่อพ.ศ.๒๕๑๗ ได้สมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสุธรรมมุนี เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธี และใน พ.ศ.๒๕๓๙ ได้สมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัติสุธี ใน พ.ศ.๒๕๔๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปริยัติโสภณ และ พ.ศ.๒๕๕๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ (รองสมเด็จ) ที่พระพรหมกวี ส่วนตำแหน่งทางการปกครองนั้น พ.ศ.๒๕๔๐ ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามจนถึงปัจจุบัน และยังดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะภาค ๑๐ ละเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ ๖ เป็นครั้งที่ ๒

ปณิธานพระพรหมกวี
 เมื่อครั้งที่พระพรหมกวียังมีชีวิตอยู่ ท่านได้เริ่มโครงการบูรณะและพัฒนาสำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีการจัดสร้างอาคารโรงเรียนปริยัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ สร้างอาคารหอประชุมสัมมนาทางวิชาการ และพิพิธภัณฑ์ จัดสร้างสวนป่า ลานปฏิบัติธรรม ปรับปรุงภูมิทัศน์ของวัด รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี และแผนกธรรม สำหรับพระภิกษุสามเณร

 โครงการบูรณะและพัฒนาสำนักเรียนวัดโมลีโลกยารามฯ ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศราชวรวิหาร ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธานอุปถัมภ์ฝ่ายบรรพชิต สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ และพระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา เป็นคณะที่ปรึกษาประธานฝ่ายบรรพชิต

 ส่วนประธานโครงการฝ่ายคฤหัสถ์นั้น ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บาชโทลด์ จำกัด และประธานดำเนินการกองทุน "สุวรรณวาจกกสิกิจ" รวมทั้งยังมีกัลยาณมิตรฝ่ายคฤหัสถ์อีกหลายท่านขันอาสาสานต่อปณิธานพระพรหมกวี โดยโครงการเริ่มดำเนินงามมาตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีการประมาณค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า ๔๐ ล้านบาท

 พุทธศาสนิกชนร่วมสานปณิธานบุญได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาพรานนก ชื่อบัญชี "โครงการบูรณะและพัฒนาสำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม" เลขที่บัญชี ๑๙๖-๐-๑๑๖๕๓-๓ และธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางเขน ชื่อบัญชี กองทุนสุวรรณวาจกกสิกิจ เลขที่บัญชี ๐๔๑-๒๗๐๗๒๗- ๒ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.๐๘-๙๖๖๐-๑๔๖๔ (พระเมธีวรภรณ์)

 “ผลงานการเขียนหนังสือและแต่งบทกลอนในวาระต่างๆ จะพบว่า พระพรหมกวี มีความเชี่ยวชาญในการแต่กลอนทุกชนิด”

เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

"}])