พระเครื่อง

เยือนถิ่นเรือนธรรม - วัดราชคฤห์วรวิหาร
สำนักปฏิบัติธรรมประจำกทม.แห่งที่ ๒๘

เยือนถิ่นเรือนธรรม - วัดราชคฤห์วรวิหาร สำนักปฏิบัติธรรมประจำกทม.แห่งที่ ๒๘

25 ก.พ. 2554

วัดราชคฤห์วรวิหาร แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม. ปัจจุบันมีพระราชวรเวที (เฉลา เตชวนฺโต) อายุ ๕๓ ปี พรรษา ๓๓ วิทยฐานะ (ป.ธ.๙, น.ธ.เอก) รองเจ้าคณะภาค ๑๔ เป็นเจ้าอาวาส ทั้งนี้ได้ถูกจัดให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำ กทม.แห่งที่ ๒๘ จากจำนวน ๓๒ แห่ง โดยการจัดตั้ง

 การจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามระเบียบมหาเถรสมาคม ระบุไว้ว่า “การจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ให้เจ้าคณะจังหวัด ประธานคณะกรรมการ จัดประชุมคณะกรรมการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด คัดเลือกวัดที่เหมาะสม ให้เจ้าอาวาสวัดที่จัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ยื่นหนังสือขอจัดตั้งตามแบบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอคณะกรรมการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด พิจารณาแล้วให้ประธานคณะกรรมการรายงานเสนอเจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่พิจารณาเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาอนุมัติ เพื่อมีพระบัญชาการตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้นทะเบียนเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด”

  ดังนั้น อาศัยตามความแห่งระเบียบนี้  การเสนอเรื่องขอจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเพื่อให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติอนุมัติ จึงเป็นการดำเนินการโดยเฉพาะของเจ้าคณะปกครองฝ่ายสงฆ์ ในนามของคณะกรรมการจัดตั้งสำนักปฏิบัติประจำจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการ รองเจ้าคณะจังหวัด เป็นรองประธานคณะกรรมการ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอของจังหวัดนั้น เป็นกรรมการ โดยมีเจ้าคณะใหญ่ เป็นประธานที่ปรึกษา เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เป็นที่ปรึกษา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ปกครองฝ่ายบ้านเมืองทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่อย่างใด

 พระราชวรเวที เริ่มเป็นพระวิปัสสนาจารย์อบรมวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยได้อบรมแก่คณะศีลจารินีโครงการ เทิดพระเกียรติ ณ วัดโสมนัส อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๕ เป็นพระวิทยากรอบรมสามเณรภาคฤดูร้อน ณ วัดป่าคา ต.ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

 พ.ศ. ๒๕๔๖-ปัจจุบัน เป็นพระวิปัสสนาจารย์อบรมวิปัสสนากรรมฐาน เป็นประธานอบรมค่ายพุทธบุตรแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษา เป็นประธานอบรมกรรมฐาน ณ วัดราชคฤห์ ในเวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐น. ทุกวัน รวมทั้งบรรยายธรรมทางวิทยุกระจายเสียงวัดราชคฤห์ (เอฟเอ็ม ๑๐๒.๗๕)

 ส่วนประะโยชน์ของการฝึกปฏิบัติกรรมฐานมีมากมาย พระราชวรเวที บอกว่า สำหรับผู้ที่มีการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ นั้นอยากแนะนำให้ “ฝึกกรรมฐานนั่งธูปเพื่อรักษาโรค” ทั้งนี้ก่อนนั่งให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า  ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน จะปฏิบัติพระกรรมฐาน จะไม่ขยับมือขยับเท้าออกจากกัน จนกว่าธูปนี้จะหมดแสงดับไป เพื่ออุทิศกุศลผลบุญกุศลนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีทุกข์อยู่ขณะนี้ ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมารับอนุโมทนาในส่วนบุญกุศล ที่ข้าพเจ้าอุทศให้ด้วยเถิด

 วิธีการนั่งให้เข้าปรึกษาอาจารย์ที่ท่านฝึกมาก่อน เมื่อท่านแนะนำและพานั่งแล้ว มีความเข้าใจดีแล้ว จึงมาฝึกที่บ้านหรือที่หนึ่งที่ใดก็ได้ เมื่อนั่งธูปใกล้จะหมดดอก ขอน้อมจิตแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรซ้ำๆ กันว่า สัพเพสัตตา จนกว่าธูปนั้นจะดับ ฝึกนั่งบ่อยๆ บำเพ็ญติดต่อกันแล้วโรคที่เป็นอยู่จะค่อยๆ ทุเลาลง และหายในที่สุด

 อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ ๖ -๗ มีนาคมนี้ ที่วัดได้จัดให้มีงานบุญพิธีเททองหล่อพระพุทธมงคลนพเก้า และพระยาพิชัยดาบหัก โดยในวันอาทิตย์ที่ ๖ มีนาคม เวลา ๑๗.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ธัมจักรกัปวัตนสูตร และในวันอาทิตย์ที่ ๗ มีนาคม เวลา ๐๖.๑๙ น. พิธีบวงสรวงเทวดาอารักษ์ เวลา ๑๒.๐๐ น. ประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคลชีวิต และเวลา ๑๖.๑๙ น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นประธานในพิธีเททอง หลังจากเสร็จพิธีพระอาจารย์อุเทน วัดท่าไม้ แจกวัตถุมงคลฟรีแก่ผู้ไปร่วมงานทุกท่าน พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญเททองหล่อพระ รวมทั้งติดต่อขอทราบรายละเอียดเพื่อร่วมปฏิบัติธรรมได้ที่สำนักงานกลางวัดราชคฤห์ โทร.๐-๒๔๖๕-๒๙๐๘ และ ๐๘-๖๙๐๔-๒๖๒๗

 "ผู้ที่มีการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ นั้นอยากแนะนำให้ฝึกกรรมฐานนั่งธูปเพื่อรักษาโรค"
 

"}])