
คำวัด - พระเจ้าเข้านิพพาน กับ นิพพาน
พระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน หรือ "พระเจ้าเข้านิพพาน" นั้นถือเป็นพระพุทธรูปปางที่ไม่ค่อยพบเห็นในวัดทั่วๆ ไป เท่าที่ทราบ องค์ที่สมบูรณ์ที่สุดต้องยกให้พระเจ้าเข้านิพพาน ที่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถหลังเก่า วัดท่าฬ่อ ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร ส่วนอีกองค์หน
แต่ถ้าเป็นพระนอน สร้างเท่าขนาดคนจริงสมัยโบราณ คือ พระนอนหงาย วัดพระนอน ต.พิหารแดง อ.เมือง อันเป็นวัดเก่าแก่สมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ ในขณะที่พระนอนหงายที่ใหญ่สุด คือ หลวงพ่อสนอง พระนอนหงาย วัดทุ่งน้อย ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีขนาดยาว ๕.๗๐ เมตร กว้าง ๑.๕๐ เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก
ส่วนประวัติพระพุทธรูปบรรทมหงาย วัดราชคฤห์วรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเอกาทศรถ เมืองธนบุรีเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เพราะมีการติดต่อการค้ากับต่างชาติ (ชาวจีน) ต่อมาเกิดการอาเพศขึ้น ทำให้ชาวบ้านชาวเมืองล้มตายด้วยโรคต่างๆ ขาดความสามัคคี ทำให้เกิดความเดือดร้อน เจ้าเมืองจึงไปขอคำปรึกษากับพระเอกาทศรถ โดยพระองค์ท่านบอกให้ไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช
ทั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราช ตรัสบอกให้โหรได้ตรวจดูว่า เป็นเพราะวางหลักเมืองไว้ไม่ถูกต้อง ให้รีบแก้ไขดวงเมืองเสียใหม่ โดยหาฤกษ์ยามที่ดีวางเสาหลักเมือง แล้วสร้างพระบรรทมหงาย เป็นการแก้ว่าร้ายให้กลับกลายเป็นดี เจ้าเมืองกลับมาจึงรีบแก้ดวงเมืองทันที จากนั้นมาเมืองธนบุรีก็มีความรุ่งเรืองมาจนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้สถาปนาให้เป็นราชธานีชื่อว่า "กรุงธนบุรี" สืบมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อพระยาพิชัยดาบหักได้บูรณปฏิสังขรณ์วิหารเล็กแล้ว ก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปบรรทมหงายให้ใหญ่กว่าเดิม เพื่อเป็นการบำเพ็ญบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนทหาร ทหารที่เป็นข้าศึก และชาวบ้านที่ล้มตายเป็นจำนวนมาก เพราะตนเป็นต้นเหตุ
จากเหตุผลการสร้างดังกล่าว ปัจจุบันชาวบ้านมีคติความเชื่อว่า การกราบไหว้พระพุทธรูปบรรทมหงาย สามารถ ขอไถ่เวร ไถ่กรรม และขอพร เพื่อให้ประสบความสำเร็จ มีโชคลาภกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งใครปรารถนาสิ่งใด ก็ได้สิ่งที่ต้องการนั้นตามที่เล่าบอกกันมา
อย่างไรก็ตาม คำว่า "นิพพาน" พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) ราชบัณฑิต และเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายไว้ว่า ความปราศจากกิเลสที่ร้อยรัด หมายถึง ความดับสนิทกิเลสและกองทุกข์ ภาวะที่กิเลสหมดไปโดยไม่เกิดขึ้นอีกเลย เหมือนไฟที่สิ้นเชื้อแล้ว ผู้ถึงภาวะนี้เรียกว่า พระอรหันต์
นิพพาน ที่ใช้สำหรับพระสาวก แปลว่า ตาย เช่น สาวกนิพาน สำหรับพระพุทธเจ้าใช้ คำว่า ปรินิพพาน เช่น พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน
นิพพาน มี ๒ อย่าง คือ สอุปาทิเสสนิพพาน คือ กิเลสดับ แต่เบญจขันธ์ยังเหลือ (ยังมีชีวิตอยู่) และ อุปาทิเสสนิพพาน กิเลสดับ และเบญจขันธ์ไม่เหลือ (นิพพานแล้ว)
นอกจากนี้แล้วยังมีคำอื่นๆ ที่ใช้แทนคำว่า นิพพานอีกหลายคำ เช่น นิโรธ โมกขธรรม วิราคะ วิมุตติ วิโมกข์ สันติวรบท อมตธรรม อมตบท อสังขตธรรม เป็นต้น
"พระธรรมกิตติวงศ์ "



