พระเครื่อง

ธรรมรงค์ คงวัดใหม่
กับวจี...จะรุ่นไหน วัดใดสร้าง ก็ศักดิ์สิทธิ์

ธรรมรงค์ คงวัดใหม่ กับวจี...จะรุ่นไหน วัดใดสร้าง ก็ศักดิ์สิทธิ์

22 ม.ค. 2554

“นายอำเภออาสา” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ภาครัฐมุ่งหวังจะใช้เป็นฟันเฟืองเพื่อเดินหน้างานมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด รวมทั้งหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และนโยบายต่างๆ เข้าสู่พื้นที่ชนิดถึงประตูบ้านของพี่น้องประชาชน เพื่อกระชับความสัมพ

 “นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่” นายอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี คือหนึ่งในผลผลิตของกระทรวงมหาดไทย จากโครงการนายอำเภออาสา ที่วันนี้สามารถขับเคลื่อนงานด้านมวลชนจนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้อย่างน่าชมเชย ภายหลังจากการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในอำเภอแห่งนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นต้นมา

 ก่อนหน้านั้นพื้นที่ อ.ปะนาเระ เป็นจุดหนึ่งที่ปรากฏข่าวคราวความรุนแรงผ่านสื่ออยู่เป็นระยะๆ  ดังนั้นการทำงานเพื่อครองใจมวลชน และให้ได้มาซึ่งความร่วมมือจากประชาชนในการผนึกกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และเดินหน้าสถาปนาสันติสุขให้ยั่งยืนในท้องถิ่นแห่งนี้ จึงไม่ใช่งานที่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับนายอำเภอหนุ่มไฟแรงคนนี้

 นายอำเภอธรรมรงค์ บอกว่า การทำงานในพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างทางศาสนา มีความหลากหลายทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และประเพณี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกาย ใจ และสติปัญญา ดังนั้นเวลาทำงานต้องเป็นคนรู้จริง ศึกษาวิถีของพื้นที่ให้เข้าใจทุกแง่มุม ทุกมิติ อย่ามองเพียงด้านเดียว ที่สำคัญต้องรู้จักเรียนรู้จากผู้รู้ตัวจริงในศาสตร์ด้านนั้นๆ เพื่อให้ตัวเราเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้

 ดังนั้นสิ่งแรกที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ อ.ปะนาเระ นายอำเภอคนนี้จึงเน้นเข้าหาผู้นำศาสนาทุกศาสนา เข้าถึงผู้นำชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำทางธรรมชาติ เพื่อรับฟังและรับรู้ถึงข้อเท็จจริงทางกายภาพของพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าใจสภาพความเป็นจริงของชุมชนมากที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดนั่นเอง
ดังนั้นการปฏิบัติงานของนายอำเภออาสารายนี้ จึงต้องเป็นไปอย่างรัดกุม และไม่ประมาท แต่ก็ยังเคยผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาแล้วหลายครา

 เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ยังคงอยู่ในความทรงจำมากที่สุด คือ การรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ โดยย้อนเหตุการณ์กลับไปใน พ.ศ.๒๕๔๙ ซึ่งภายหลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ลอบยิงทหารจำนวน ๔ นาย ที่บริเวณแยกบ้านกลาง จึงรุดเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งในสถานที่ดังกล่าวทราบภายหลังว่า แนวร่วมได้ซุกซ่อนวัตถุระเบิดเอาไว้ และคนร้ายได้พยายามกดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ระเบิดไม่ทำงาน

 “จุดที่ผมไปตรวจสอบพบว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่ไม่ห่าง และเมื่อทำการเก็บกู้พบว่าคนร้ายได้พยายามกดชนวนจากโทรศัพท์ถึง ๓ ครั้ง แต่แผงวงจรทำงานผิดพลาดจึงไม่เกิดเหตุระเบิดขึ้นในวันนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะเมื่อตรวจสอบจากซิมการ์ดโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมาได้พบว่า มีการกดระเบิดซ้ำถึง ๓ หนจริงๆ” นายอำเภอธรรมรงค์ กล่าวย้ำ

 จากเหตุการณ์ทั้ง ๓ ครั้ง ทำให้ นายอำเภอธรรมรงค์ เชื่ออย่างสนิทใจว่าเหตุที่ไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในคราวนั้น เป็นเพราะผลบุญและกุศลกรรมที่ทำไว้ เพราะนับตั้งแต่รับราชการได้ตั้งใจต่อหน้าพระว่าจะอุทิศตนเพื่อประชาชน ให้สมกับการได้ทำหน้าที่สมฐานะข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้ยังมีลมหายใจจนสามารถอยู่ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนมาจวบจนทุกวันนี้ได้

 นอกจากนี้ยังเชื่อด้วยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงศรัทธาในพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ซึ่งเป็นพระใหม่ เนื่องจากพระเก่ามีค่านิยมสูงเกินกว่าจะเช่าบูชาได้ แต่เชื่อมั่นว่าหากเป็นพระหลวงพ่อทวด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน วัดใดสร้าง ก็มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกัน แขวนแล้วสามารถคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยเหมือนกัน รวมทั้งเหรียญอาจารย์คง วัดคลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งแขวนติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะได้อาศัยข้าวก้นบาตรของวัดแห่งนี้มาก่อน ดังนั้นจึงมีความผูกพันมาตั้งแต่วัยเยาว์เป็นพิเศษ

 ไม่เพียงเท่านั้น นายอำเภอปะนาเระ คนนี้ยังเคารพศรัทธาหลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย จึงมักจะแวะเวียนไปกราบนมัสการอยู่เสมอ เนื่องจากวัดมีที่ตั้งไม่ห่างไกลนักจากที่ว่าการอำเภอ ที่สำคัญนอกจากท่านเป็นพระที่มีความเมตตาสูงแล้ว ท่านมักจะมีคำสอนพร้อมทั้งหลักธรรมที่ดีในการนำไปใช้แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ยังอยู่ในภาวะไม่ปกติอยู่เสมอ จนนำไปสู่โครงการ “เยาวชนสันติสุข” และ “สตรีสันติสุขประจำหมู่บ้าน” เพื่อสร้างสันติให้แก่ชุมชน

 เมื่อถามถึงหลักในการทำงานและครองใจคน นายอำเภอธรรมรงค์ บอกว่า หลักสำคัญที่ทำให้สามารถทำงานในพื้นที่แห่งนี้ได้ดีคือ “ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน มีวินัย” เพราะทั้งหมดจะทำให้สามารถอยู่ในกรอบของข้าราชการที่ดี

 นอกจากนี้ท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติ ยังต้องรู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้ตามหลังฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญต้องใส่ใจในมิติทางวัฒนธรรม เพื่อรวมพลังชาวบ้านในการดึงสิ่งดีงามออกมานำเสนอให้ปรากฏ

 วันนี้ที่อำเภอปะนาเระ จึงมีการส่งเสริมพี่น้องมลายูมุสลิม ในการแสดงอนาซีด ดีเกฮูลู จนสามารถก่อตั้งคณะศิษย์ชาวเล

 ส่วนพี่น้องไทยพุทธ ได้มีการส่งเสริมการรำมโนราห์ และหนังตะลุง ด้วยการผลักดันให้มีศูนย์อนุรักษ์ศิลปะการแสดงหนังตะลุง อ.ปะนาเระ และนายอำเภอท่านนี้ยังทำหน้าที่เป็น “นายหนังตะลุง” ด้วยตัวเองอีกด้วย โดยมีคณะหนังตะลุงชื่อว่า “คณะธรรมรงค์ ตะลุงศิลป์” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่นี้ ยิ่งไปกว่านั้นการส่งเสริมศิลปะท้องถิ่นและวัฒนธรรมพื้นที่บ้าน ทำให้อำเภอแห่งนี้มีการรวมกลุ่มตั้งวงกลองยาวมากถึง ๒๑ วง ซึ่งทุกวงสามารถตระเวนออกรับงานมงคลทั่วพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในยามที่สถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความไม่ปกติเช่นนี้

 "เพื่อเอาชนะปัญหาความไม่สงบให้ได้ นายอำเภอต้องเป็นแบบอย่างของข้าราชการบนที่ว่าการอำเภอ ไม่ว่าจะกวาดขยะ เปิดประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะงานด้านบริการประชาชน ต้องสามารถทำได้ โดยต้องท่องให้ขึ้นใจว่า คำว่าไม่ได้ไม่มี หากเรื่องไหนทำไม่ได้ ต้องมีคำตอบและคำชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน" นายอำเภอธรรมรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

 "เหตุที่ไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในคราวนั้น เป็นเพราะผลบุญและกุศลกรรมที่ทำไว้ เพราะนับตั้งแต่รับราชการ ได้ตั้งใจต่อหน้าพระว่าจะอุทิศตนเพื่อประชาชนให้สมกับการได้ทำหน้าที่สมฐานะข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ

"}])