พระเครื่อง

"หลวงพี่โต้ง"  
พระผู้สร้างป่าตามพระราชดำริในหลวง

"หลวงพี่โต้ง" พระผู้สร้างป่าตามพระราชดำริในหลวง

02 ธ.ค. 2553

"การปลูกป่าทดแทนจะต้องทำอย่างมีแผน โดยดำเนินการไปพร้อมกับการพัฒนาชาวเขา ในการนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชลประทาน และฝ่ายเกษตรจะต้องร่วมกันสำรวจต้นน้ำและพัฒนาอาชีพราษฎรได้อย่างถูกต้อง สำหรับต้นไม้ที่จะปลูกทดแทนไม้ที่ถูกทำลายนั้น ควรใช้ต้นไม้โตเร็วที่มีประโยชน์หล

  ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาราษฎรชาวไทยภูเขาที่อยู่บริเวณต้นน้ำลำธาร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๐ นอกจากนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่อป่าไม้อีกหลายครั้งหลายคราว

 พระราชดำริในการแก้ไขปัญหาราษฎรชาวไทยภูเขาที่อยู่บริเวณต้นน้ำลำธารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ได้นำไปกำหนดเป็นนโยบายหลัก ก่อนที่จะสู่ภาคปฏิบัติ

 นอกจากนี้แล้ว ยังมีพระและวัดอีกหลายแห่งได้น้อมนำพระราชดำริไปใช้กับชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้วัด เช่น ที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีพระครูธรรมคุต (พระอธิการสรยุทธ ชยปญฺโญ) หรือหลวงพี่โต้ง เป็นเจ้าอาวาส

 ทั้งนี้หลวงพี่โต้งได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำหลักพระพุทธศาสนา และเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เป็นรูปธรรม โดยการทดลองใช้จริง เช่น การอนุรักษ์ดินและน้ำ การผลิตสารอินทรีย์ชีวภาพ ทดแทนการใช้สารเคมี การปลูกสตรอเบอร์รี่อินทรีย์ การบริหารจัดการขยะ เป็นต้น
 
 โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “บวร” ซึ่งหมายถึง บ้าน วัด โรงเรียน มาใช้เป็นหลักในการพัฒนา ทั้งได้อาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และได้ทำกิจกรรม ๔ ด้าน ได้แก่

 ๑.การอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ดำเนินการทำฝายแฝก ได้รับการสนับสนุนจากโครงการรณรงค์สร้างฝายต้นน้ำลำธาร และแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ๒.การพึ่งพาตนเองในด้านเกษตรอินทรีย์ จัดทำน้ำยาอเนกประสงค์ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและขยะวิทยา ได้ทำปุ๋ยหมัก น้ำยาฮอร์โมนต่างๆ ยาขับไล่แมลง และการจัดการแยกขยะอย่างถูกวิธี ๓.การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ผลิตไบโอดีเซลจากเมล็ดทานตะวัน สบู่ดำ และ ๔.การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยการบูรณาการ ๘ สาระการเรียนรู้เข้าสู้สู่บริบทชุมชนของตนเอง ทั้งยังนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง และไอซีที มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริง

 "เมื่อมองเห็นทุกข์เหล่านี้ จึงพยายามหาหนทางคลี่คลาย ทางหนึ่งที่นำมาให้ชาวบ้านเลือกเดินคือ มัชฌิมาปฏิปทา หรือเดินไปในเส้นทางสายกลาง วิถีแห่งความพอเพียง ให้หันกลับมาทำเกษตรอินทรีย์ พึ่งพาตนเองเป็นหลัก พอคิดอย่างนี้ก็เห็นว่า น้ำเป็นเรื่องสำคัญ เป็นทุนของชุมชน และการทำเกษตรไม่มีน้ำไม่ได้ จึงมีแนวคิดเรื่องป่าต้นน้ำตามมา เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างแหล่งน้ำ เราเริ่มทำตั้งแต่เรื่องฝาย เรื่องป่า ฉันพัฒนาวัด โดยยึดหลักแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง 'บวร' อันหมายถึง บ้าน วัด และโรงเรียน ฉันได้ก้าวลงจากยอดดอยสูงลงมา เพื่อร่วมกันพัฒนาอาชีพชาวบ้าน เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการจมอยู่กับยาสารเคมี มาเป็นใช้ชีวิตร่วมกันกับอินทรียวัตถุ การสร้างสารเร่งจากธรรมชาติ แม้กระทั่งการผลิตน้ำยาล้างจานอินทรีย์ใช้เอง " นี่คือหลักการพัฒนาวัดของหลวงพี่โต้ง

 อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ ที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม จะมีงานหล่อหลวงพ่อพระเจ้าทันใจ หน้าตัก ๖ เมตร สูง ๙ เมตร ให้แล้วเสร็จใน ๑ วัน เป็นการเปิดโอกาสให้สาธุชนได้มาร่วมทำบุญตามกำลังที่มี

 สำหรับผู้ที่สนใจ ร่วมในกิจกรรมหล่อหลวงพ่อพระเจ้าทันใจ สามารถร่วมทำบุญได้ทางบัญชีธนาคาร ชื่อ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม เลขที่บัญชี ๕๑๕-๐-๒๒๑๒๘-๗  หรือร่วมงานบุญ ปฏิบัติธรรม และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ได้ที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ต.แม่สาบ/ยั้งเมิน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๕๐ ติดต่อ E-mail:[email protected] ใน กทม. ติดต่อคุณวรรณา ๐๘-๑๘๒๑-๓๙๑๔ หรือที่เชียงใหม่ คุณเอื้อง ๐๘-๔๓๗๘-๘๖๗๙

ศรัทธาถวาย สปก. คืนป่า
 นายธงชัย เปาอินทร์ ข้าราชการบำนาญระดับ ๘ กรมป่าไม้ และเจ้าของเว็บไซต์ "www.thongthailand.com" บอกว่า วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ตั้งอยู่บนยอดดอยผาส้ม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑,๑๐๐ เมตร หน้าแล้งต้องผจญกับไฟป่า อันเนื่องมาจากพื้นที่ป่าโดยรอบเป็นป่าเต็งรังผลัดใบผสมกับป่าสนเขา จึงมีเชื้อไฟป่ามากมายตามฤดูกาล เป็นขุนต้นน้ำแม่ขาน และมีน้ำไหลฤดูฝนฤดูเดียว ขณะเดียวกันพื้นที่ป่าโดยรอบก็ถูกทำลายทั้งไฟป่าและการทำไร่ แต่เมื่อหลวงพี่โต้งมาจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ วัดก็มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ รวมทั้งสภาพป่ารอบวัดก็ได้รับการฟื้นฟูชนิดที่เรียกว่า "จากหน้ามือเป็นหลังมือ" เลยทีเดียว

 จากประสบการณ์รับราชการที่กรมป่าไม้ หากไม่มีพระอย่างหลวงพี่โต้งมาเป็นเจ้าอาวาส ดอยผาส้มจะเป็นภูเขาหัวโล้นเช่นเดียวกับภูเขาอื่นๆ ที่ถูกแผ้วถางทำลาย เท่าที่ทราบสิ่งปลูกสร้างภายในวัด และต้นไม้ทุกต้น ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงที่หลวงพี่โต้งลงมือปลูกด้วยตนเองเกือบทั้งหมด ท่านได้ปลูกป่าในบริเวณพื้นที่ของวัดและอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งอยู่ติดกัน เน้นการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและหน่วยงานราชการ เช่น เจ้าหน้าที่อุทยาน โรงเรียนในบริเวณใกล้เคียง เข้าร่วม เช่น โรงเรียนบ้านยั้งเมิน โรงเรียนบ้านอมลอง เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าต้นน้ำของแม่น้ำปิง

 "ตลอดชีวิตรับราชการกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าไม้มีแต่จะลดลงทุกปี แต่พื้นที่ป่าแห่งหนึ่งที่ไม่เคยลดลง และนับวันจะเพิ่มขึ้น ทั้งพื้นที่ป่าและความอุดมสมบูรณ์ คือพื้นที่ป่าที่อยู่ในบริเวณวัด พื้นที่ป่าที่อยู่ในความดูแลของพระ ด้วยเหตุนี้ จึงนำที่ ส.ป.ก.ของญาติที่ จ.เชียงราย มาถวายท่านประมาณ ๔๐ ไร่ โดยเชื่อว่า หลวงพี่โต้งจะสามารถนำที่ดิน ส.ป.ก.ผลิกเป็นผืนป่าคงเดิมได้" นายธงชัยกล่าว

 "ฉันพัฒนาวัด โดยยึดหลักแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง 'บวร' อันหมายถึง บ้าน วัด และโรงเรียน ฉันได้ก้าวลงจากยอดดอยสูงลงมา เพื่อร่วมกันพัฒนาอาชีพชาวบ้าน เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการจมอยู่กับยาสารเคมี มาเป็นใช้ชีวิตร่วมกันกับอินทรียวัตถุ"

เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร"

 

"}])