
คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 4 เม.ย. 52)
*** พรุ่งนี้...มีงานประกวดพระ ที่ชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จัดโดย หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ซึ่งมี พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นชม เป็นประธานจัดงาน พล.ต.อนันต์ กาญจนปาน เป็นประธานดำเนินงาน พ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู และ พ.อ.นิคม อุดมเลิศวนสิน เป็นผู้ประสานงาน พระที่จัดประกวดมีทั้งหมด ๑,๗๕๐ รายการ นับเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งที่คาดว่าจะมีผู้นำพระไปส่งเข้าประกวดจำนวนมาก โดยเฉพาะนักล่ารางวัลทั้งหลาย เพราะงานนี้รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ คือ หนังสือ สุดยอดพระปิดตาเมืองสยาม จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ผู้ฝากผลงานไว้กับวงการงานประกวดพระเครื่องมาแล้วหลายเล่ม ล้วนเป็นที่ถูกใจของผู้ได้รับเป็นอันมาก และหนังสือเล่มนี้ ก็คงจะเป็นที่สนใจเหมือนเช่นเคย **
** เมื่อปี ๒๕๐๐ พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส ได้ประกอบพิธีเปิดกรุ เจดีย์องค์ใหญ่ เพื่อนำ พระสมเด็จ ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง ปลุกเสก และบรรจุเมื่อปี ๒๔xx ออกมาให้ประชาชนเช่าบูชา เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไปแอบขุดเจาะเจดีย์ใหญ่องค์นี้เพื่อขโมยพระสมเด็จอยู่เป็นประจำ ทำให้ทางวัดมีรายได้จำนวนหนึ่ง จึงนำมาบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณวัด เมื่อพ.ศ.๒๕๐๘ โดยเฉพาะรอบองค์เจดีย์ใหญ่ ซึ่งมี เจดีย์เล็ก เรียงรายรอบทั้ง ๔ ทิศ รวม ๘ องค์ เมื่อมีการรื้อ เจดีย์เล็ก ทั้งหมดออก ทำให้พบ กรุพระเครื่อง จำนวนหนึ่งในเจดีย์เล็ก บรรจุรวมอยู่กับอัฐิของผู้หลักผู้ใหญ่สมัยนั้น โดยผู้รับจ้างรื้อเจดีย์องค์เล็กได้เก็บพระเครื่องซ่อนไว้ ไม่ให้ทางวัดทราบ หลังจากนั้นได้นำพระที่พบนี้ ไปขายแก่เซียนพระในสนามพระ ทำให้ พระกรุเจดีย์เล็ก เป็นที่รู้จักในวงการพระสมัยนั้น
** ต่อมาได้มีผู้นำพระกรุนี้ไปสอบถามเจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรสว่า มีพระแตกกรุจากเจดีย์เล็กจริงหรือไม่? เจ้าอาวาสตอบว่า "ไม่มี" ทำให้เกิดความสับสนกันขึ้นในช่วงแรก แต่เมื่อได้มีการตรวจสอบกันถึงเนื้อพระ และคราบกรุแล้ว เซียนพระทั้งหลายต่างยืนยันว่ามีความใกล้เคียงกับ พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุใหม่ ที่ขุดจาก เจดีย์องค์ใหญ่ มาก คาดว่าคงสร้างขึ้นในปี ๒๔๑๓-๒๔๑๕
** ในการตรวจสอบประวัติ จึงเชื่อกันว่าผู้สร้าง พระกรุเจดีย์เล็ก ก็คือ เสมียนตราด้วง ต้นสกุล ธนโกเศศ ผู้สร้างพระเครื่องชุดนี้ไว้เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับ พระกรุเจดีย์ใหญ่ ซึ่ง สมเด็จฯ (โต) ได้มอบผงวิเศษ ๕ อย่าง ให้ผสมตอนสร้างพระรุ่นนี้ และยังได้เมตตาปลุกเสกให้ด้วย จากนั้น เสมียนตราด้วง จึงได้นำพระเครื่องในส่วนนี้ ไปบรรจุไว้คู่กับอัฐิของบรรพชนในตระกูล และเมื่อช่างรื้อเจดีย์เล็กออก จึงพบอัฐิและพระเครื่องดังกล่าว
** พระกรุเจดีย์เล็ก มีทั้งหมด ๖ พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์ฐานหมอน พิมพ์สามเหลี่ยม พิมพ์ไสยาสน์ พิมพ์จันทร์ลอย และพิมพ์ยืนประทานพร พระทุกองค์มีคราบกรุเกาะอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระกรุนี้
** พระพิมพ์ยืนประทานพร กรุเจดีย์เล็ก เป็นพระเนื้อผง เนื้อค่อนข้างหยาบ ด้านหน้า องค์พระพุทธปฏิมากรประทับยืนบนอาสนะแท่น ทำเป็นเส้นตรงซี่ๆ ลงมา ใต้พระบาททำเป็นรูปครึ่งวงกลม พระหัตถ์ข้างขวายกขึ้นเสมอพระอุระ พระหัตถ์ข้างซ้ายทอดลงข้างลำพระองค์ สองข้างพระบาทมีกระหนกเชื่อมต่อกับอาสนะ ประทับยืนภายในซุ้มเส้นกรอบสี่เหลี่ยม สองข้างบนทำเป็นมุมเว้า....ด้านหลังองค์พระเป็นพื้นเรียบ และมีคราบกรุเกาะเต็ม
** ในปัจจุบัน วงการพระเครื่องได้ให้ความสนใจใน พระกรุเจดีย์เล็ก มาก จนมีการเช่าหากันอย่างกว้างขวาง บางองค์เช่ากันถึงหลักแสนก็มี...และมี พระปลอม ทุกพิมพ์ออกมานานแล้วด้วย ** พระพิมพ์ยืนประทานพร กรุเจดีย์เล็ก องค์ในภาพนี้เป็นพระของ วิรัตน์ กังวานวณิชย์กุล (เอไอเอ) **
** กรุงสุโขทัย นับเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชนชาติไทย เมื่อ ๗๐๐ ปีที่แล้ว คำว่า สุโขทัย มาจากสองคำ คือ สุข+อุทัย หมายความว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข รอยอดีตแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักร สุโขทัย เห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทย และชาวต่างประเทศมานานปี
** สำหรับวงการพระเครื่อง สุโขทัย นับเป็นเมืองเก่าที่มี กรุพระเก่า มากมาย ที่รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ ของ พระชุดเบญจภาคีพระเนื้อชินยอดนิยม ก็คือ พระร่วงหลังรางปืน กรุสวรรคโลก เนื้อสนิมแดง นอกจากนี้ยังมีพระกรุอีกมากมาย ที่ได้รับความสนใจจากนักสะสมพระกรุพระเก่าทั้งหลาย ที่สามารถเลือกเช่าหาได้ทั้ง พระราคาแพง และพระราคาธรรมดา ที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยากนัก
** วันนี้ "คมเลนส์ส่องพระ" ขอเสนอ พระพิมพ์แปลกที่ยังไม่เคยนำมาให้ชมกันในคอลัมน์นี้ก่อนหน้านี้ องค์นี้จึงนับเป็น ครั้งแรก ของพระพิมพ์นี้ คือ พระนางพญา ฐานบัวก้างปลา กรุเขาพระศรี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า พระนางบัวก้างปลา เป็นพระเนื้อดินเผาค่อนข้างแกร่ง บางองค์แกร่งจนเกือบเป็นพระเนื้อเขียว ทั้งนี้เพราะเป็นพระที่ได้รับความร้อนสูงในตอนเผา ทำให้เนื้อมวลสารบางอย่างเช่น เม็ดแร่ ว่าน ผงเกสร ถูกหลอมละลายไปหมด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หมัดไฟ" บางองค์เป็นเนื้อเขียวคราบแดงก็มี อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ ซึ่งเป็นพระของ วุฒิชัย บุญครอง อาจารย์สอนหนังสือมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สะสมพระมานานปี จึงมีพระหลักยอดนิยมพอสมควร
** พระนางบัวก้างปลา กรุเขาพระศรี เป็นพระที่มีขนาดค่อนข้างเขื่อง คือ กว้างประมาณ สูงประมาณ ๖.๕ ซม. เป็นพระที่หายากอีกพิมพ์หนึ่งของ กรุเขาพระศรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑ กม. เป็นแนวเขาขนาดย่อม สูงประมาณ ๒๐๐ เมตร ด้านบนสุดมีซากโบราณสถาน ที่คงเหลือแต่กองศิลาแลงเหลือไว้เป็นหลักฐาน **
** ช่วงนี้ นพ.ภานุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอก เชียงใหม่ ฟิตมาก ตั้งแต่มีภาพพระได้นำลงเผยแพร่ในคอลัมน์นี้ ทำให้รู้ว่า วิธีได้ พระแท้ นั้นต้องทำอย่างไร และเมื่อได้ พระแท้ อยู่เสมอก็ทำให้มีกำลังใจที่จะสะสมพระหลักยอดนิยมไปเรื่อยๆ อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์ทรงครุฑปีกแข็ง เป็นพระสวยสมบูรณ์และดูง่าย ถือเป็น พระเนื้อครู พิมพ์ครู ได้เลย พบเห็นที่ไหนหากมีพิมพ์ทรงองค์พระอย่างนี้ เนื้อหามวลสารอย่างนี้ ชัวร์ได้เลยว่าเป็น พระแท้แน่นอน
** หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้สร้างพระทรงสัตว์ต่างๆ ๖ ชนิด คือ ไก่ ครุฑ หนุมาน ปลา เม่น และ นก แต่ละพิมพ์ยังได้แบ่งย่อยออกไปอีกหลายพิมพ์ด้วยกัน อย่างเช่น พิมพ์ทรงครุฑ ได้มีการแบ่งย่อยออกเป็น ครุฑใหญ่ ครุฑเล็ก ครุฑผีเสื้อ ครุฑปีกแข็ง ฯลฯ
** หลวงพ่อปาน ท่านเกิดปี ๒๔๑๘ มรณภาพปี ๒๔๘๑ อายุ ๖๓ ปี พรรษา ๔๒ ท่านได้สร้าง พระเนื้อดินเผา ทรงรูปสัตว์ต่างๆ เป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๕๐ ที่เรียกว่า พิมพ์โบราณ โดยฝีมือชาวบ้าน พิมพ์ทรงองค์พระจึงไม่ค่อยสวยนัก ต่อมามีช่างฝีมืออาชีพ รับแกะแม่พิมพ์ให้ท่านใหม่ เป็นรูปทรงสัตว์ ๖ ชนิด องค์พระที่ได้มีความสวยงามกว่า เรียกว่า พิมพ์นิยม (มาตรฐาน) ออกในปี ๒๔๖๐ นับมาถึงวัน พระหลวงพ่อปาน ชุดนี้มีอายุความถึง ๙๒ ปี เป็นพระพิมพ์นิยมของนักสะสมพระอย่างกว้างขวาง เพราะพระของท่านทุกองค์ ล้วนมีพุทธคุณครบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม และโชคลาภ เป็นเลิศจริงๆ จึงมีการเช่าหากันในราคาแพง องค์ละหลายหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนขึ้นไปก็มี **
** ภาพหลีด วันนี้เป็น พระพุทธรูปบูชา แบบยืน องค์ที่ ๑ เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร สมัยอยุธยา เนื้อบุทอง องค์ที่ ๒ เป็น พระพุทธรูปปางรำพึง ประจำวันเกิด วันศุกร์ พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทั้ง ๒ ทาบอยู่บนพระอุระ พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาทชิดกัน ทอดพระเนตรไปข้างหน้า องค์ที่เห็นนี้เป็นพระบูชาที่สร้างขึ้นโดย หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม เนื้อไม้โพธิ์ที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก เป็นพระโพธิ์นิพพาน คือไม่ได้ถูกตัดโค่นแต่อย่างไร หากแต่เป็นไม้โพธิ์ที่แห้งไปเอง คนโบราณถือว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับนำมาแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูป ที่โด่งดังเป็นพิเศษ คือ พระไม้โพธิ์นิพพานแกะสลัก ของ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว วงการนิยมเช่าหากันมาก พระพุทธรูป ทั้ง ๒ องค์นี้มีขนาดไล่เลี่ยกัน คือ สูงประมาณ ๑๐ นิ้ว เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ ใครสนใจสะสมพระเครื่องพระบูชา ไปที่นี่แห่งเดียว รับรองได้พระครบทุกประเภทที่ต้องการ **
** วิจิตร ปิยะศิริโสฬส (แพะ สงขลา) แม้จะไม่ใช่นักแข่งรถ แต่ก็ขับรถได้เก่ง แข็งแรงอดทนมาก เพราะทุกครั้งที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จะขับรถจากสงขลาถึงกรุงเทพฯ ด้วยตัวคนเดียวตลอดทาง ขากลับได้ขนวัตถุดิบในการทำขนมไปให้พี่สาว เจ้าของร้านขนมไทย "แสน-สอง" ถนนนางงาม ในตัวเมืองสงขลา ทำอยู่อย่างนี้เป็นประจำ ช่วงที่อยู่ กทม. จะอยู่ยาวอย่างน้อยสิบวัน และส่วนใหญ่จะอยู่ที่สนามพระ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เพราะมีความสุขในการซื้อขาย พระหลวงพ่อทวด โดยเฉพาะ
** วันนี้ แพะ สงขลา มีของดีมาให้ชมกันคือ เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี รุ่น ๓ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีจำนวนพิมพ์มากที่สุด ในบรรดา เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นต่างๆ ที่สร้างในสมัย พระอาจารย์ทิม ยังมีชีวิตอยู่ ** เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ๓ ที่เห็นนี้เรียกว่า บล็อกขีดใน โดยดูจากแถบเหรียญด้านบนใต้หูเหรียญ มีลวดลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดซ้อนกันเป็นแถว ในช่องสี่เหลี่ยมนี้จะมีเส้นเล็กๆ ๓ เส้นปรากฏอยู่เกือบทุกช่อง ซึ่งไม่มีในเหรียญเสมารุ่น ๓ พิมพ์อื่นๆ นอกจากนี้ เหรียญพิมพ์นี้ยังมี รัดประคดข้างเดียว อีกด้วย ความไม่เหมือนกับเหรียญพิมพ์อื่นๆ ทำให้เหรียญพิมพ์นี้มีราคาแพงกว่าเหรียญธรรมดาทั่วๆ ไป
** ใน พ.ศ.นี้ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รวมทั้ง เหรียญ รุ่นต่างๆ ที่สร้างในสมัย พระอาจารย์ทิม ยังอยู่ ทุกรุ่นมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มี ของปลอม ออกมามากมายหลายฝีมือด้วยกัน ผู้สนใจ เหรียญหลวงพ่อทวด จึงควรหาตำรามาศึกษา โดยดูจากภาพเหรียญแท้ประกอบ ไปด้วย จะได้รับประโยชน์มากทีเดียว จึงขอแนะนำ หนังสือ เหรียญหลวงพ่อทวด (เล่มปกสีแดง) จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร ไทยพระ อันมี ธีระพิพัฒ สิงหศิริธรรม เป็นผู้รวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดสุดๆ พร้อมกับชี้จุดตำหนิจุดสำคัญๆ ของ เหรียญแท้ ไว้อย่างชัดเจน เล่มละ ๑๔๐ บาท หาซื้อได้จากแผงหนังสือในสนามพระทุกแห่ง หากหาซื้อไม่ได้สอบถามไปที่โทร.๐-๒๖๘๒-๖๘๗๐,๐๘-๖๗๗๙-๕๔๑๕ **
"แล่ม จันท์พิศาโล"



