
อำนวย กลิ่นอยู่ ก่อนเล่น 'พระแท้' ต้องเริ่มเล่น 'คนแท้' ก่อน
นายอำนวย กลิ่นอยู่ เป็นผู้พิการทางสายตาคนหนึ่งที่ถือว่ายังโชคดีกว่าคนพิการอื่นๆ ตรงที่เมื่ออายุ ๘ ขวบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ผ่านหมู่บ้านห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มารดาได้นำสับปะรดทูลเกล้าฯ ถวาย โดยที่นำลูกชาย คือ ด.ช.อำนวย เข
สมเด็จพระราชินีจึงทรงรับ ด.ช.อำนวยไว้ในพระราชินูปถัมภ์ ส่งไปรักษาตาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากนั้นทรงส่งไปศึกษาต่อ ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ และศึกษาต่อที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอดปากเกร็ด
เมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ได้รับการบรรจุเป็นครู จนเริ่มโตเป็นหนุ่ม รายได้เริ่มไม่พอใช้ จึงออกมาประกอบอาชีพส่วนตัว ด้วยการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มีฐานะพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
จากนั้นได้ตั้งสมาคมเพื่อช่วยเพื่อนผู้พิการด้วยกัน โดยก่อตั้ง สมาคมคนพิการผู้ค้าสลากประเทศไทย สมาพันธ์คนพิการผู้ค้าสลากประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นนายก สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย และเป็นกรรมการบริหาร มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย มูลนิธิคนพิการไทย และ มูลนิธิศูนย์มิตรภาพมนุษย์ล้อเอเชีย (ประเทศไทย)
อย่างไรก็ตาม เมื่อเว้นว่างจากงานประจำ งานอดิเรกและความสุขทางใจอย่างหนึ่งของนายอำนวย คือ การสะสมพระเครื่อง ทั้งนี้เขาได้ให้เหตุผลที่เข้ามาสู่วงการพระเครื่องว่า
"ผมกล้าเข้ามาสู่วงการพระ เพราะความเชื่อถือเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูงคอยช่วยดูให้ด้วย แน่นอนที่สุดว่า ตาบอดซื้อของโอกาสที่จะโดนหลอกจากคนตาดีก็มีมากเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก่อนจะเล่นพระ เราต้องเล่นคนให้เป็นก่อน เล่นพระแท้ต้องเริ่มจากเล่นคนให้แท้ก่อนจึงเล่น เมื่อคนแท้ พระก็ต้องแท้ด้วย ในกรณีที่มาเช่าพระกับนายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เลขานุการสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เขารับรองความแท้ตลอดชีวิต เพียงเราได้ยินว่าไม่แท้จากปากใคร หรือคิดว่าไม่แท้ เขาก็กล้ารับซื้อคืนในราคาเต็มร้อย โดยที่ผ่านมา ได้เช่าไปหลายสิบองค์ แต่ไม่เคยได้ยินหรือมีเสียงเข้าหูว่า พระไม่แท้เลยสักองค์เดียว"
เมื่อถามถึงพระเครื่องที่แขวนติดตัวเป็นประจำ นายอำนวย บอกว่า มีอยู่ ๓ ชุด โดยแขวนสลับกันไป ขึ้นอยู่ว่า วันไหนต้องไปทำอะไร พบกับใคร และสำคัญแค่ไหน ถ้าเป็นชุดใหญ่ซึ่ง ประกอบด้วย พระซุ้มกอ พระผงสุพรรณ และพระนางพญา ก็จะแขวนไปในงานที่เรียกว่า งานใหญ่ ในขณะที่วันสบายๆ ไม่มีธุระอะไรไปไหนไกล ก็จะแขวน ชุดเล็ก อันมี พระสมเด็จ บางขุนพรม เป็นองค์ประธาน ในจำนวนนี้มีอยู่ ๒ องค์ที่เช่ามาในราคา ๒.๕ ล้านบาท คือ พระซุ้มกอ พระผงสุพรรณ ส่วนพระนางพญา เช่ามาในราคา ๒.๔ ล้าน โดยเช่ามาจาก ป๋อง สุพรรณ ทั้งนี้หากมีเวลาว่างจากงานประจำ ก็จะแวะไปเรียนรู้เรื่องพระเครื่องกับป๋อง สุพรรณเป็นประจำ
“ผมเก็บพระเพื่อเป็นสมบัติและมรดกให้ลูก โดยเฉพาะคนไทย การมีพระเครื่องเป็นมรดกให้ลูกนอกจากจะเป็นตัวแทนความห่วงใยให้พระได้คุ้มครองแล้ว ถ้ามองไปในอนาคตอันไกล พระเครื่องมีค่ายิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าเพชร การสะสมพระเครื่องที่เป็นของแท้ ระหว่างที่เรามีฐานะ เราก็พึ่งพุทธคุณท่านไปก่อน แต่เมื่อยามเราตกอับ จำเป็นต้องใช้เงิน พระเครื่องก็ยังคงช่วยเราได้อยู่ดี ทองคำมีค่าที่ไร้พุทธคุณ พระเครื่องมีทั้งค่ามีทั้งพุทธคุณ” นี่คือเหตุผลหนึ่งในการสะสมพระเครื่องของนายอำนวย
สำหรับปาฏิหาริย์จากพุทธคุณของพระเครื่องนั้น นายอำนวย เล่าว่า เมื่อประมาณ ๒๕๓๖ เพื่อนได้ให้เหรียญหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว มาองค์หนึ่ง โดยให้เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ จากนั้นก็นิมนต์ขึ้นคอเรื่อยมา ไม่น่าเชื่อเลยว่า อะไรในชีวิตหลายๆ อย่างดีขึ้น แต่อยู่มาวันหนึ่ง ได้ให้ผู้ที่ชำนาญพระหลวงปู่เผือกดู ปรากฏว่า เป็นพระที่สร้างรุ่นหลัง ไม่ทันท่านปลุกเสก จึงคิดว่า ขนาดไม่ทันท่านปลุกเสก ยังมีพุทธคุณมากมายขนาดนี้ ถ้าทันท่านจะมีพุทธมากขนาดไหน จากนั้นก็ศึกษาประวัติของหลวงปู่เผือกอย่างจริงจัง ในที่สุดก็เช่าเหรียญหลวงปู่เผือก เนื้อทองคำ มาขึ้นคอองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ที่ทันหลวงพ่อปลุกเสก ส่วนองค์ที่ไม่ทันท่านปลุกเสกนิมนต์เก็บไหว้ที่หิ้งพระ
นอกจากมีพระเครื่องเป็นสรณะแล้ว นายอำนวยยัง บอกด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องทำทุกวัน จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว คือ การสวดมนต์ โดยเริ่มจากบทสวดมนต์ธรรมดา ที่ว่า อะระหัง สัมมา แล้วตามด้วยพาหุงมหากา แล้ต่อด้วยการสวดชินบัญชร ทั้งนี้จะสวดตามกำลังวัน เช่น วันศุกร์ สวด ๒๑ จบ วันจันทร์ สวด ๑๕ จบ วันอังคารสวด ๘ จบ ส่วนจะสวดเวลาไหนไม่แน่นอน แต่ตื่นขึ้นมาต้องสวด วันไหนตื่นสายก็สวดไปในรถ เพราะการสวดมนต์นอกจากจะเป็นมงคลแล้ว ระหว่างการสวดมนต์ก็ทำให้ใจเป็นสมาธิ ขณะเดียวกันยังทำให้เรานึกถึงบางอย่างและบางสิ่งที่เรานึกไม่ออก ที่สำคัญ คือ การสวดมนต์เป็นประจำทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ รวมทั้งหน้าที่การงานดีขึ้น
ส่วนเหตุที่ทำให้ชีวิตผลิกผันจากคนตาบอดธรรมดาทั่วๆ ไป กลายเป็นคนมั่งมีคนหนึ่งนั้น ถึงกระทั่งมีคนไปเขียนหนังสือว่า “ตาบอดรวยด้วยแรงบุญ” นายอำนวย บอกว่า
บุญอย่างหนึ่งที่ทำได้ง่าย ทำได้ตลอดเวลา แม้ว่าไม่เงินก็ทำได้ คือ ความกตัญญู รู้คุณ และตอบแทนพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดของตนเอง หรือเทศกาลสำคัญๆ บุญอย่างแรกที่ต้องทำ คือ ทำบุญกับพ่อแม่ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ของลูกคน ใครที่ทำดีกับพ่อแม่ แค่ไปดูแลเอาใจใส่ท่าน เหมือนที่ท่านเคยดูแลเราเมื่อยามเด็ก อย่างไรชีวิตต้องดีขึ้น ไม่ตกต่ำอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้พิการทางสายตา นายอำนวยได้พูดถึง เคล็ดลับรับมือความพิการอย่างฉลาดไว้อย่างน่าคิดว่า
“เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่หลายคนฉลองความสุขจนเกินเลย ฉลองแบบขาดสติ หลายคนกลายเป็นคนพิการ อย่างที่ว่า พอเหล้าเข้าปากสติก็หาย พอเกิดอุบัติเหตุ หากไม่ตายความพิการก็ตามมา หากใช้ชีวิตอย่างมีสติ อย่างน้อยก็ป้องกันความพิการได้อย่างดี แต่เมื่อพิการแล้ว คนพิการต้องเรียนรู้ว่า เราจะอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร อย่างแรกที่สุด เราต้องยอมรับก่อนว่า เราเป็นคนพิการ และปัญหาอย่างหนึ่งของคนพิการ คือ เราไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงของเรา เมื่อเรารู้ว่า เราเป็นคนพิการแล้ว เราอย่าเอาให้มากกว่าคนอื่น"
เรื่อง - ภาพ.. "ไตรเทพ ไกรงู"



