พระเครื่อง

วัฒน์ ปิติสิงห์ 
ผู้สร้างสถิติ..."หนังสือประวัติพระขายดี"

วัฒน์ ปิติสิงห์ ผู้สร้างสถิติ..."หนังสือประวัติพระขายดี"

16 พ.ย. 2553

“หนังสือประวัติพระเถระ พระเกจิอาจารย์” ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่ลูกศิษย์พิมพ์แจกในงานทำบุญคล้ายวันเกิด เนื้อหาในหนังสือจะครอบคลุมทุกๆ ด้าน ทั้งประวัติส่วนตัว การศึกษา ผลงาน การพัฒนา คำสอน รวมทั้งการจัดสร้างวัตถุมงคล และด้วยเหตุที่มีการพิมพ์หนังสือแจกฟรีอยู่แ

  แต่สำหรับ “นายวัฒน์ ปิติสิงห์ เจ้าของสำนักพิมพ์ศรัทธาธรรม แล้ว เขาสามารถสร้างปรากฏการณ์และเป็นผู้สร้างสถิติ พิมพ์ประวัติพระขายดีชนิดที่เรียกว่า “สร้างสถิติและนิมิตใหม่ของวงการการพิมพ์หนังสือประวัติพระขายได้และขายดี” เลยทีเดียว

 “๖ หมื่นเล่ม” เป็นตัวเลขการจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือรวบรวมประวัติปฏิปทาคำสอนที่พระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ เป็นประธานสงฆ์ วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ โดยใช้ชื่อว่า “ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด” ส่วนเล่มที่ ๒ ซึ่งใช้ชื่อว่า “ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด ๒” ก็มียอดพิมพ์และยอดขายต่างจากเล่มแรกเพียงเล็กกน้อยเท่านั้น ส่วนเล่มที่ ๓ ซึ่งใช้ชื่อว่า “คนเห็นโลก” กำลังเป็นหนังสือติดอันดับขายดีเช่นกัน เมื่อรวมทั้ง ๓ เล่ม น่าจะไม่ต่ำกว่า ๑๕๐,๐๐๐ เล่ม

 นายวัฒน์ บอกว่า ทุกองค์ประกอบมีความสำคัญทั้งสิ้น ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ อยู่ที่จังหวะเวลา และวิธีการนำเสนอ อย่างกรณีหนังสือประวัติของหลวงปู่เณรคำ ซึ่งวัดก็จัดพิมพ์เผยแพร่อยู่ก่อนแล้ว และก่อนหน้านี้ก็มีสำนักพิมพ์หนึ่งได้ขออนุญาตวัดจัดพิมพ์เพื่อจำหน่าย ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่พอมาเป็นเวอร์ชั่น “ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด” ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กล่าวคือ หลังจากหนังสือวางแผงเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ก็มียอดสั่งเพิ่มจากผู้จัดจำหน่าย ทั้งที่ไม่มีการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ เรียกได้ว่าเจอบนแผงก็ซื้อทันที ซึ่งปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ที่ผ่านมามียอดสั่งพิมพ์ไปแล้วกว่า ๖ หมื่นเล่ม และในปัจจุบันได้จัดพิมพ์อย่างต่อเนื่องถึง ๓ ภาคด้วยกัน และจะมีเล่มที่ ๔ ซึ่งอาจจะเป็นเล่มสุดท้าย 

 สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้หนังสือขายดี อาจจะเป็นเพราะรูปลักษณ์หน้าตาของหนังสือที่ดูแปลกแหวกแนวออกไป ซึ่งคงไม่มีใครกล้าคิดออกแบบปกหนังสือประวัติพระแนวนี้ คงเพราะอาจติดกรอบความคิดแบบเดิมๆ อยู่ ส่วนสำคัญอีกประเด็นหนึ่งเห็นจะเป็นเนื้อหาภายในเล่ม ซึ่งก็คือประวัติของหลวงปู่เณรคำ ซึ่งเปรียบเสมือนบทภาพยนตร์ดีๆ เรื่องหนึ่งนั่นเอง สำนักพิมพ์ก็คือโปรดิวเซอร์ผู้อำนวยการผลิต ซึ่งต้องใช้ผู้กำกับมือดีซึ่งก็คือบรรณาธิการที่ต้องคอยควบคุมผลงานให้ปรากฏสู่สายตาผู้บริโภคแบบมืออาชีพ เช่น การเรียบเรียงสารบัญของเรื่องให้เหมาะสม การสอดแทรกภาษาวรรณกรรม ซึ่งต้องใช้นักเขียนที่มีประสบการณ์ในการเรียงร้อยถ้อยคำให้สละสลวย มาเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งคงต้องให้น้ำหนักไปที่สภาวะความต้องการของตลาดซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในอันดับต้นๆ

 การเลือกสรรข้อมูลในการจัดทำหนังสือประวัติพระนั้น นายวัฒน์ บอกว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนอันดับแรกคือ ท่านดังมั้ย มีใครรู้จักท่านมั้ย ปฏิปทาท่านน่าเคารพศรัทธาหรือไม่ ท่านมีวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่อย่างไร เพราะสำนักพิมพ์ก็คือสื่อๆ หนึ่งที่นำสารไปสู่ผู้รับสาร หากสิ่งที่เรานำเสนอไปนั้นเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคก็เท่ากับว่าเราได้กำไรสองต่อ ได้ทั้งกำไรได้ทั้งบุญ ประการสำคัญ วัดต้องให้อิสระในแนวความคิดของสำนักพิมพ์ในระดับหนึ่ง เพราะถ้าหากยังคิดแบบเดิม กลัวว่าภาพครูบาอาจารย์ออกมาแล้วจะไม่เหมาะสม อันนี้ก็สุดแล้วแต่จะพิจารณา แต่สุดท้ายเราต้องมาหาบทสรุปร่วมกันอยู่แล้ว

 เมื่อถามถึงคู่แข่งทางการตลาดที่ออกหนังสือแนวเดียวกันนี้ นายวัฒน์ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า การทำให้หนังสือประวัติขายได้นั้นเป็นเรื่องยาก เมื่อเราทำให้ท่านดังขึ้นมาแล้วสำนักพิมพ์อื่นก็มาดักตีปลาเอาหน้าไซ ขอตอบเลยว่า นั่นคือธรรมชาติของธุรกิจ ถือเป็นเรื่องปกติ ไปยึดเอามาเป็นอารมณ์โกรธคงโกรธกันทั่วบ้านทั่วเมือง ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า พิมพ์หนังสือพระ ถ้าเราคิดถึงเรื่องผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวก็คงไม่สบายใจ ให้คิดว่าเราช่วยกันเผยแผ่ธรรมะก็จะทำให้ใจเราเป็นสุข เพราะหนังสือประเภทนี้ไม่มีคำว่าขาดทุน หนังสือเหลือก็เอาไปถวายวัดเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง แต่เท่าที่มีการจัดพิมพ์หนังสือหลวงปู่เณรคำออกมา สำนักพิมพ์ใหญ่เขาก็มีจรรยาบรรณนะ คือมีมารยาทในการแข่งขัน ถึงแม้จะนำเสนอโปรดักท์เดียวกันแม้จะมีแง่มุมที่แตกต่างออกไป แต่บางสำนักพิมพ์ที่เก๋าเกมจะลอกเอาทั้งดุ้น ลอกทั้งวิธีคิดและวิธีการนำเสนอ อันนี้ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง”

จุดเริ่มต้นแห่ง..."ส.ศรัทธาธรรม"
  สำนักพิมพ์ศรัทธาธรรม แตกยอดออกมาจากสำนักพิมพ์ร่มธรรม ที่มีนายปีติ์ ปิติสิงห์ เป็นประธานบริหาร โดยมีรูปแบบการทำงานกันแบบครอบครัว ไม่ได้มีเป้าหมายใหญ่โตอะไร โดยรับออกแบบจัดพิมพ์หนังสือธรรมะ ประวัติครูบาอาจารย์ทั่วไป มีนิตยสารออกประจำรายเดือนหนึ่งเล่มชื่อว่า “มหามงคล”

 ส่วนสำนักพิมพ์ศรัทธาธรรมเพิ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี ๒๕๕๒ โดยมีนายวัฒน์ รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการทั้งสองสำนักพิมพ์ หนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์ก็คือ ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด ของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก และคนจำอดีตชาติ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรายังไม่ได้กำหนดเป้าหมายหรือทิศทางในการผลิตหนังสือออกสู่ตลาดมากนัก คาดว่าในปี ๕๔ จึงจะเริ่มผลักดันหนังสือลงแผงให้มากขึ้น

 นายวัฒน์ บอกว่า การทำสำนักพิมพ์แรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยมจากท่านเจ้าคุณพระศรีญาณโสภณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ซึ่งเคารพนับถือท่านเป็นอาจารย์เพราะท่านได้เมตตาอบรมสั่งสอนกระบวนการทางความคิดและวิธีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้เราอย่างที่ไม่มีการสอนที่ใดมาก่อน คำสอนหนึ่งที่คือ “การทำงานต้องจับงานให้แน่น อย่าปล่อยมือ ซึ่งหมายความว่าให้เราทำงานด้วยความจริงจัง แล้วจะประสบความสำเร็จในงานนั้นๆ ได้อย่างสวยงาม ซึ่งเป็นคติธรรมที่คอยย้ำเตือนเราอยู่ทุกขณะจิตตลอดมา”

        "พิมพ์หนังสือพระ ถ้าเราคิดถึงเรื่องผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวก็คงไม่สบายใจ ให้คิดว่าเราช่วยกันเผยแผ่ธรรมะก็จะทำให้ใจเราเป็นสุข หนังสือเหลือก็เอาไปถวายวัดเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง " 

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

"}])