พระเครื่อง

เริ่มที่พระธรรมต่อที่พระเครื่อง
เรื่องของนักสะสมพระรุ่นใหม่..."ปารณ ยอดไกรศรี"

เริ่มที่พระธรรมต่อที่พระเครื่อง เรื่องของนักสะสมพระรุ่นใหม่..."ปารณ ยอดไกรศรี"

28 ก.ย. 2553

จุดเริ่มต้นและจุดประสงค์ของการสะสมพระเครื่อง และเข้าสู่วงการพระเครื่องของแต่ละคนมีความหลากหลายแตกต่างกันไป โดยปัจจุบันนี้มีนักสะสมพระรุ่นใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการซื้อเก็บเพื่อสะสมเพียงอย่างเดียว และหวังพึ่งพาพุทธคุณในองค์พระ หนึ่งในจำนว

  นายปารณ บอกว่า ได้ศึกษาธรรมะมาตั้งแต่เรียน ม.ปลาย จากนั้นเมื่อเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรอินเตอร์ ก็เริ่มศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง โดยศึกษาฝึกวิปัสสนากรรมฐาน รวมทั้งเดินทางไปแสวงบุญและปฏิบัติธรรมที่พุทธภูมิ ประเทศอินเดียถึง ๔ ครั้ง ทำให้เข้าใจว่า หลักธรรมของพระพุทธเจ้าถ้าเทียบกับวิชาในโลกเป็นวิชาสูงที่สุด ศึกษาแล้วเรียนรู้จบ ในวิชาทางโลก ทฤษฎีและความรู้ใหม่ๆ จะล้มล้างทฤษฎีและความรู้เก่าเสมอ วันนี้แม้ว่ายังเรียนวิชาของพระพุทธเจ้าไม่จบ แต่ก็รู้ว่าทางจบอยู่ที่ไหน

 สำหรับความสนใจพระเครื่องนั้น ก่อนหน้านี้ไม่เชื่อเรื่องพุทธคุณและปาฏิหาริย์ของพระเครื่องเลยแม้แต่น้อย โดยคิดว่า อย่างไรเสียธรรมะของพระพุทธเจ้าสำคัญยิ่งกว่าพระเครื่อง ดังคำตรัสของพระพุทธองค์ที่ว่า “ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา” ซึ่งมาเข้าใจภายหลังว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรานั้น หมายถึง ต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติถึงแล้ว ในขณะที่ตัวเองปฏิบัติยังไม่ถึง เป็นปุถุชนคนธรรมดา ปฏิบัติยังไม่ถึง จิตก็มีตกบ้าง ในบางครั้งจิตเราก็มีตกบ้าง จึงต้องหาพระเครื่องเป็นสรณะ

 นอกจากนี้แล้ว ครั้งหนึ่งเคยเห็นพระที่สอนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานยังพกเหรียญ รูป และพระเครื่องของครูบาอาจารย์ไว้กับตัว จึงอดถามไม่ได้ว่า “เป็นพระแล้วยังต้องพกพระอีกด้วยหรือ?” โดยได้รับคำอธิบายว่า "พระเครื่องถ้าเป็นโลกุตระถ้าเรายังไม่สำเร็จหากมีพระเครื่องอยู่กับตัวเป็นเรื่องดี"

   หลังจากนั้นได้นำพระเครื่องที่มีอยู่ประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ องค์ ไปให้พระอาจารย์ที่นับถือดู ท่านได้สัมผัสวัตถุมงคลทั้งหมด พร้อมกับบอกว่า บางรูปเด่นเมตตา บางรูปเด่นแคล้วคลาด ฯลฯ แต่ที่โดดเด่น และคำพูดสะดุดใจที่สุดเมื่อท่านหยิบพระหลวงปู่สี ท่านบอกว่า “สุดยอดไม่มีคำบรรยาย”

 จากคำพูดดังกล่าวถึงกับทำให้ต้องค้นหาและศึกษาประวัติของหลวงปู่สีอย่างจริงจัง โดยไม่คิดมาก่อนว่า ในยุคหลังกึ่งพุทธกาลยังมีพระอรหันต์ระดับปฏิสัมภิทาญาณ ทำให้มีความอยากได้ในวัตถุมงคลของหลวงปู่สีเพิ่มขึ้น

 พร้อมกันนี้ นายปารณ ยอมรับว่า ในครั้งแรกคิดว่าเช่าพระหลวงปู่สี องค์ละ ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ บาท น่าจะแพงมากแล้ว และเมื่อต้องเช่าพระหลวงปู่สีจริงๆ ความตั้งใจที่จะเช่าเพียงองค์เดียวกลายเป็นว่า เช่าครั้งแรกก็ ๑๐ องค์เลย ในราคาเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนจะจ่ายเงินเช่าพระหลวงปู่สีทำใจอยู่หลายวัน ใจหนึ่งก็มีความเสียดายอยู่ลึกๆ แต่เมื่อเช่ามาแล้ววันรุ่งขึ้นเกิดความเปลี่ยนแปลงทันที กล่าวคือ ลูกหนี้ที่ติดเงินไว้ในหลักล้านบาท ไปทวงถามหลายครั้งก็ไม่ได้เงินคืน และได้ตัดเป็นหนี้สูญไปแล้ว กลับนำเงินมาคืนให้อย่างไม่มีเหตุผล พร้อมกับบอกว่า จะทยอยคืนหนี้ส่วนที่เหลือให้ จึงอธิษฐานจิตต่อว่า จะนำเงินทั้งหมดที่ได้คืนมาไปเช่าพระหลวงปู่สีทั้งหมด จนปัจจุบันได้เช่าพระหลวงปู่สีไปหลายล้านบาท 

 ด้วยเหตุที่มีพระหลวงปู่สีอยู่ในหลักร้อยๆ องค์ แต่เมื่อต้องเลือกพระหลวงปู่สีนิมนต์ขึ้นคอ นายปารณ บอกว่า จริงๆ แล้วพระหลวงปู่สีดีทุกรุ่น มีพุทธคุณเหมือนกันทุกองค์ พระหลวงปู่สีองค์ละพันบาทก็มีพุทธคุณไม่แตกต่างจากองค์ละแสนบาท แต่จะเลือกแขวนอยู่ ๒ องค์ คือ เหรียญหน้าแก่มหาลาภ เนื้อนวโลหะ เพราะรู้สึกว่าแขวนแล้วจะทำให้ธุรกิจการค้าคล่อง แต่ถ้าหากต้องเดินทางไกลจะแขวนเหรียญอายุยืน เพราะรู้สึกว่า แขวนแล้วจะทำให้แคล้วคลาด นอกจากจะแขวนเองแล้วยังเช่าให้สมาชิกทุกคนในบ้าน รวมทั้งเพื่อนสนิทแขวน โดยมอบให้ฟรีๆ ทุกคน 

ข้อคิดจาก...ปารณ
 นายปารณ บอกว่า คำว่า พระสงฆ์จริงๆ นั้น พระพุทธเจ้าท่านหมายถึงพระอริยสงฆ์ หากเป็นพระที่ยังไม่บรรลุธรรม ยังเรียกว่า “สมมติสงฆ์” อยู่ เมื่อเราเสาะหาวัตถุมงคล หรือของดีต่างๆ แล้ว เราต้องพยายามทำตัวให้ดีพอที่จะรับบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย คือ เจริญ ทาน ศีล ภาวนา ให้ดี เหมือนเราให้ความเคารพวัตถุมงคลของหลวงปู่ หลวงพ่อต่างๆ ที่เราศรัทธา

 ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ยิ่งกว่าวัตถุมงคลทั้งหลายทั้งปวง การบูชาพระพุทธเจ้า ทำให้มีเดชมีอำนาจมาก การศึกษาพระธรรมทำให้มีปัญญามาก การทำบุญหรือเคารพบูชา พระอริยสาวก มีพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นต้น ทำให้เรามีโชคลาภ มีโภคทรัพย์มาก ผมเชื่อว่า หากทำตามธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนแล้ว จะตกต่ำยากมาก มีแต่จะเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ส่วนวัตถุมงคลนั้น อยู่ที่ใจผู้บูชาด้วยว่าจะเกี่ยวเนื่องทางด้านธรรมะหรือไม่ หากเราใส่แล้วทำแต่ความชั่ว เรียกว่าไม่ประกอบไปด้วยธรรม แต่หากเราทำแต่ความดี ระลึกถึงพระพุทธเจ้า หรือพระอริยสงฆ์ในวัตถุมงคล ย่อมมีผลมาก อย่างนี้เรียกว่า การบูชาวัตถุมงคลย่อมประกอบไปด้วยธรรมอย่างแน่นอน และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติและดำเนินชีวิต

 อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่จบปริญญาด้านการเงิน นายปารณ ฝากคำพูดไว้อย่างน่าคิดว่า "หากไม่พูดถึงผลกำไรเมื่อต้องนำพระออกมาให้เช่าในวันข้างหน้า แทนที่จะเก็บเงินก้อนที่ไม่ได้แตะต้องไว้ในธนาคารเฉยๆ แต่เปลี่ยนมาเก็บพระเครื่องซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ ถือว่า คุ้มค่าเกินที่จะบรรยาย ซึ่งอย่างที่เรารู้ๆ อยู่ว่า เงินเก็บฝากไว้ในธนาคารแม้ว่าจะมีดอกเบี้ย แต่ค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ ส่วนพระเครื่องนั้น ถ้าเป็นพระแท้พระสวยมีแต่จะเพิ่มค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป"

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

"}])