พระเครื่อง

"อยากได้พระแท้พระสวยต้องกล้าซื้อของแพง"จุก อุตรดิตถ์ จากช่างตัดผมสู่เซียนพระเงินล้าน

"อยากได้พระแท้พระสวยต้องกล้าซื้อของแพง"จุก อุตรดิตถ์ จากช่างตัดผมสู่เซียนพระเงินล้าน

26 ก.ย. 2553

จุก อุตรดิตถ์ หรือเจ้าของชื่อจริง สมศักดิ์ ศรีสุข เป็นชาวอุตรดิตถ์โดยกำเนิด หลังเรียนหนังสือจบชั้นมัธยมต้นแล้วก็ได้หางานทำทันที โดยเป็นช่างตัดผม ต่อมาเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น ได้รับการว่าจ้างจากโรงเรียนการช่าง ให้เป็นครูสอนช่างตัดผม

 ช่วงเวลาดังกล่าวได้เห็นผู้คนทั่วไปมีพระแขวนติดตัวกันทุกคน บ้างก็มีหลายองค์ จึงอยากจะได้พระแขวนกับเขาบ้าง พระองค์แรกที่ได้มาคือ พระกรุทุ่งยั้ง เนื้อชินเงิน ซึ่งเป็นพระกรุของ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งได้มาไม่กี่ร้อยบาท โชคดีที่เป็นพระแท้ จึงมีกำลังใจที่จะแสวงหาพระองค์อื่นๆ ต่อไป

 ขณะเดียวกันก็สนใจประวัติพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วไป แต่มีผู้แนะนำว่า ควรจะเริ่มต้นจากหลวงพ่อวัดบ้านตัวเองก่อน ซึ่งมีอยู่หลายท่าน จากนั้นจึงออกตระเวนหาพระเครื่องที่ท่านได้สร้างขึ้น เรียกว่าเริ่มต้นจากสิ่งที่ใกล้ตัวก่อน ตามคำแนะนำของเซียนพระรุ่นเก่า

 ต่อมาได้มีเซียนพระท่านหนึ่ง คือ สมชาย นครสวรรค์ ได้ขึ้นไปหาพระตามจังหวัดภาคเหนือ รวมทั้ง จ.อุตรดิตถ์ ด้วย จึงได้รู้จักกัน พร้อมกับแนะนำจุกว่า หากพบพระแบบไหนให้ซื้อเอาไว้ก่อน อย่าขายใคร แล้วจะขึ้นไปซื้อต่อในวันหลัง ตรงจุดนี้ทำให้จุกได้รู้จักหน้าพระมากขึ้น เพราะพระที่สมชายสั่งไว้นั้นมีหลากหลายรูปแบบพระ และเมื่อสมชายขึ้นไปซื้อต่อก็ทำให้จุกได้กำไรพอสมควร อย่างน้อยก็ดีกว่าสมัยที่เป็นช่างตัดผม

 ขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับ น้อย อุตรดิตถ์ (ชวลิตร พุ่มอรัญ) ชาวอุตรดิตถ์ด้วยกัน ซึ่งซื้อขายพระอยู่ก่อนแล้ว โดยเป็นมือซื้อพระให้กับ อ.อ้า สุพรรณ เซียนพระรุ่นใหญ่จาก จ.สุพรรณบุรี ที่มักจะเดินสายหาซื้อพระตามจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือ ซึ่งมีพระกรุพระเก่ามากมายในหลายๆ จังหวัด โดย อ.อ้า ได้สอนวิธีดูพระให้อย่างละเอียดว่า พระแบบไหนพิมพ์แบบไหนเนื้อแบบไหน เป็นพระแท้ให้ซื้อเอาไว้ อย่าขายใคร แล้วจะขึ้นไปซื้อต่อ การวางสายไว้แบบนี้ทำให้ อ.อ้า ได้พระแท้ทุกครั้งที่เดินทางไปภาคเหนือ

 ตรงจุดนี้ทำให้ จุก มีโอกาสได้รู้จักกับ อ.อ้า ไปด้วย จึงเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยหาพระให้ อ.อ้า โดยตอนแรก น้อย อุตรดิตถ์ เป็นคนสอนให้ดูพระแบบต่างๆ เอาพระแท้องค์จริงให้ศึกษาอย่างละเอียดรอบด้าน จนสามารถจดจำได้พอสมควร เมื่อได้รู้จักกับ อ.อ้า ก็ยิ่งเพิ่มพูนความรู้ในการดูพระได้มากขึ้นไปด้วย

 จุก กล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า "อ.อ้า ได้แนะนำให้ผมมาอยู่ทางนี้ดีกว่า ได้เงินง่าย มีโอกาสรวยด้วย ให้ค่อยๆ ศึกษาไปทีละเล็กทีละน้อย สงสัยอะไรก็ให้สอบถามได้ ผมจึงวางมือจากอาชีพตัดผม หันมาเอาดีทางรับซื้อพระตามคำแนะนำของ อ.อ้า โดยตั้งร้านที่บ้านตัวเองก่อนที่ จ.อุตรดิตถ์ ก็ได้พระบ้างแต่ไม่มาก ต่อมาจึงไปเปิดร้านที่ จ.สุโขทัย เพราะที่นั่นมีพระกรุมาก หาซื้อง่าย ส่วนใหญ่เป็นพระแท้ โดยหุ้นกัน ๔ คน คือ อ.อ้า คุณบุญมี คุณน้อย และผม พอถึงวันศุกร์ก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยเปิดแผงพระที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งมีบริเวณหนึ่งเป็นสนามพระอยู่ด้วย ลูกค้าที่ชอบพระกรุภาคเหนือ จะมาหาซื้อกันอย่างคึกคัก ต่างพอใจกันทุกคน เพราะเป็นพระแท้ที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วทุกองค์ ทำอยู่อย่างนี้ระยะหนึ่ง ต่อมาก็ไปเปิดร้านรับซื้อพระอีกแห่งที่ จ.พิษณุโลก เพราะที่นั่นก็มีพระกรุมากเช่นกัน ได้พระที่นั่นแต่ไม่ขายที่นั่น เอาลงมาขายที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้ราคาดีกว่า ทำอยู่อย่างนี้ระยะหนึ่ง ทางโรงแรมมณเฑียร ได้ให้พื้นที่เปิดสนามพระขึ้นที่ศาลาทรงไทย มีเซียนพระชื่อดังพากันจับจองร้านพระเพื่อเปิดบริการลูกค้าผู้ใหญ่ อ.อ้า จึงได้ชวนให้ผมขึ้นมาเปิดร้านบนนี้ด้วย รวมทั้งคุณน้อย อุตรดิตถ์ ก็ได้มาอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ ทั้งนี้ด้วยอุปการคุณที่ อ.อ้า มีต่อผมมาโดยตลอด นับเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูงของผม"

  จากการที่ได้เปิดร้านพระบน ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น สนามพระไฮโซ มีลูกค้าระดับวีไอพี นักธุรกิจ นักบริหารองค์กรใหญ่ นักการเมืองชื่อดัง ฯลฯ ต่างพากันขึ้นมาหาพระเครื่องที่นี่กันอย่างคึกคัก เนื่องจากความเชื่อถือในร้านพระทุกร้าน ที่มีการรับประกันว่าเป็นพระแท้ทุกองค์ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกวงการ ทำให้ร้านของ จุก อุตรดิตถ์ ก็ได้รับความศรัทธาเชื่อถือไปด้วย จนทุกวันนี้ จุกมีลูกค้าระดับสูงมากกว่า ๒๐ ท่าน ที่พร้อมจะจ่ายเงินล้านให้ทันทีที่ชอบพระตามใบสั่ง ซึ่งล้วนเป็นพระหลักยอดนิยมทั้งสิ้น อาทิ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร พระพุทธชินราช ใบเสมา พระร่วงหลังรางปืน หลังลายผ้า รวมทั้งพระชุดเบญจภาคี อันมี พระสมเด็จ วัดระฆัง และกรุบางขุนพรหม พระรอด กรุวัดมหาวัน พระผงสุพรรณ พระนางพญา พระซุ้มกอ พระชุดยอดขุนพลทุกพิมพ์ ฯลฯ

 "พระที่ผมซื้อมาแพงที่สุด คือ พระรอด พิมพ์ใหญ่ ราคาเฉียด ๑๐ ล้านบาท ขายไปในเวลาไม่กี่วัน เพราะเป็นพระที่มีใบสั่งอยู่แล้ว ส่วนพระที่ผ่านมือผมมากที่สุด คือ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ทั้งพิมพ์นิยม พิมพ์ขี้ตา พิมพ์จอบใหญ่ พิมพ์จอบเล็ก รวมกันแล้วประมาณ ๑๐๐ องค์ แต่ละองค์ราคาไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ที่ผมมีโอกาสได้พระยอดนิยมเหล่านี้บ่อยๆ ก็เพราะผมกล้าซื้อของแพง ขอให้เป็นพระแท้พระสวยดูง่ายก็แล้วกัน ราคาแพงแค่ไหนก็ซื้อ ตามสภาพองค์พระ ผมถือว่าซื้อมาแพงก็ขายไปแพง เอากำไรเพียงเล็กน้อยก็พอ สิ่งสำคัญคือ เราต้องรักษาชื่อเสียง ความซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจต่อลูกค้า ต้องมาก่อน รวมทั้งความพอใจของลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน" จุก กล่าวถึงหลักการประจำใจในการทำธุรกิจพระเครื่อง

 ทุกวันนี้ 'จุก' มีร้านพระอยู่บนชั้น ๒ ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซ่า ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กทม.โทร.๐๘-๑๙๘๕-๗๒๖๒


0 ตาล ตันหยง 0

"}])