
ชลลดา นิวาสวุฒิกิจ กับปาฏิหาริย์..."ทวดสะบ้าย้อย-หลวงปู่ทวด"
ท่ามกลางกระแสความรุนแรงและเหตุการณ์ไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ นางชลลดา นิวาสวุฒิกิจ หรือ ป้าดา นายกเทศมนตรีตำบลสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยการเดินเท้าเข้าพื้นที่ด้วยตัวเองแทบทุกจุด อีกทั้งยังทำหน้าที่ผู้นำในโครงการ ยา
“เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๔๘ ป้าได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยในตลาดเขตเทศบาล จึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบ และทราบว่าเป็นถังดับเพลิงบรรจุวัตถุระเบิด จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ทันทำการเก็บกู้ ระเบิดได้ทำงานเสียก่อน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จำได้ว่าแรงอัดทำเอาตัวเรากระเด็นลงไปนั่งกับพื้น แถมสะเก็ดระเบิดลอยเฉี่ยวใบหน้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่เรากลับปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ" นี่เป็นเหตุระทึกขวัญ จากคำบอกเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ยังเปี่ยมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของป้าดา
นอกจากนี้แล้วยังมีอีกเหตุการณ์ที่ป้าดาบอกว่า ไม่เล่าไม่ได้แล้ว เพราะจำได้ติดตาตรึงใจไม่เคยลืม ซึ่งเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เป็นเหตุการณ์ระเบิดที่ตลาดสดเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔ ราย และได้รับบาดเจ็บประมาณ ๒๖ คน ซึ่งวันนั้นกำลังปฏิบัติภารกิจในจุดเกิดเหตุพอดี แต่บังเอิญเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาแจ้งว่า มีครูเทศบาลขอพบ จึงเดินทางกลับสำนักงาน โดยยังไม่ทันคล้อยหลัง ก็เกิดเสียงตูมสนั่นขึ้นทันที ซึ่งหากยังอยู่ตรงจุดนั้น คงไม่มีลมหายใจมานั่งเล่าเหตุการณ์เฉียดตายให้ฟังในวันนี้ได้
เมื่อถามถึงพระดีที่แขวนติดตัวเป็นประจำ ป้าดาบอกว่า การรอดตายจากเหตุ “บึ้ม” ที่ตลาดทั้งสองครั้ง และเชื่อว่าการที่ไม่ตกเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตให้ความรุนแรง เป็นเพราะ “บารมี” ของ “หลวงพ่อทวด” ที่แขวนติดตัวเพียงองค์เดียวเท่านั้น เพราะมีความเคารพและศรัทธาเลื่อมใสอย่างมาก โดยวันเกิดเหตุ ได้อาราธนาหลวงพ่อทวด วัดสะบ้าย้อย รุ่น "เสิ่นเจิ้น" ที่พระครูไพบูลย์สิกขการ หรือ “พ่อท่านหวาน” เป็นผู้สร้าง
ขณะเดียวกัน ก่อนออกจากบ้าน จะสวดคาถาหลวงพ่อทวด และขอบุญบารมีของท่านให้คุ้มครองให้เราทำงานไปได้อย่างราบรื่น และสะดวกปลอดภัย
พร้อมกันนี้ ป้าดายังยอมรับว่า การทำงานในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความเสี่ยง ย่อมเลี่ยงไม่พ้นจากภัยอันตราย รวมทั้งปฏิเสธความกลัวไม่ได้ และหากใครบอกว่า “ไม่กลัว” เชื่อว่าคนนั้น “พูดไม่จริง” เพราะปุถุชนทุกคนย่อม “รักตัวกลัวตาย” ด้วยกันทั้งนั้น
และเพื่อปลุกขวัญตัวเองในการทำหน้าที่พัฒนาท้องถิ่นให้ก้าวพ้นวิกฤติตรงนี้ไปให้ได้ สิ่งที่ดีสุดนั่นคือการ “เข้าวัด” เพราะเชื่อว่าวิถีแห่งพุทธและคำสอนผ่านหลักธรรมของพระพุทธ จะเป็นดั่งพลังที่ “ข่มความกลัว” ปลุก “ความกล้า” และสอนให้เรียนรู้ที่จะรับมือกับปัญหาได้ ที่สำคัญยังเป็นการช่วยทำนุบำรุง และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจิดจรัสต่อไปในพื้นที่
นอกจากต้องเผชิญกับภัยร้ายจากวิกฤติเหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งเป็นภัยภายนอกแล้ว “ป้าดา” ของชาวบ้านสะบ้าย้อย ยังต้องเผชิญหน้ากับภัยที่เกิดจากภายในตัวเอง คือ “มะเร็งเต้านม” ระยะที่สอง โดยต้องเดินทางเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งนี้กลับไม่ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ความสุขให้ชุมชนเลยแม้แต่น้อย
“โรคภัยไข้เจ็บ คือสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรักษา เหมือนกับทุกข์ของชาวบ้านที่เขากำลังประสบในเวลานี้ หากเราในฐานะตัวแทนที่เลือกให้มาทำหน้าที่ตรงจุดนี้ ไม่ช่วยเหลือเยียวยา ไม่ต่างไปจากการปล่อยให้โรคร้ายกัดกินรากฐานของชุมชน จนไม่เหลือความแข็งแรง ดังนั้นเมื่อมองโรคมะเร็งในร่างแล้วถือว่าเล็กมาก หากเทียบกับทุกข์ของทุกคนในท้องถิ่นเวลานี้” ป้าดา กล่าวทิ้งท้าย
ทวดสะบ้าย้อย
"ศาลาทวด" ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ลักษณะเป็นศาลาไทย ขนาดกะทัดรัด กว้างประมาณ ๒.๕ เมตร ภายในศาลามีรูปปั้นของ "ทวด" เป็นรูปหล่อครึ่งตัว สีดำคล้ายสัมฤทธิ์ ลักษณะหน้าคมเข้ม ร่างกายบึกบึนแข็งแรง วางอยู่บนแท่นสูง ตั่งล่างถัดลงมาเป็นที่วางกระถางธูป และเครื่องสักการะ พวงมาลัย หรือดอกไม้
ด้านหน้าศาลาเป็นลานซีเมนต์กว้าง ใกล้ศาลาด้านซ้ายและขวา มีรูปปั้นช้างด้านละ ๒ ตัว เก้าอี้หินอ่อนวางไว้ด้านข้าง
ยามบ่ายจัด รถราวิ่งผ่านน้อยเหลือเกิน แต่ทุกครั้งที่รถผ่านหน้า "ทวด" ก็จะมีเสียงแตรรถดังเป็นสัญญาณสั้นๆ ๒-๓ ครั้ง เป็นการแสดงความเคารพและการคารวะ
นางชลลดา บอกว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ที่พึ่งหนึ่งสำหรับชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ คือ “ทวดสะบ้าย้อย” ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างยิ่งของคนสะบ้าย้อยมาช้านาน ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เพราะเชื่อกันว่า ท่านจะคอยปกป้องให้ลูกหลานในชุมชนแห่งนี้พ้นภยันอันตราย และอยู่อย่างมีความสุข
ด้วยเหตุนี้ เทศบาลจึงได้เตรียมซื้อที่ดิน และสร้างศาลทวดสะบ้าย้อยศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เป็นมิ่งขวัญสำหรับชาวสะบ้าย้อย โดยงบประมาณในการก่อสร้างรวมทั้งสิ้นประมาณ ๓ แสนบาท
อย่างไรก็ตาม เทศบาลตำบลสะบ้าย้อย ได้จัดหางบประมาณไว้แล้วจำนวน ๑.๔ แสนบาท แต่ยังขาดปัจจัยในการซื้อที่ดิน เพื่อก่อสร้างศาลทวดสะบ้าย้อยอีกจำนวน ๑.๖ แสนบาท จึงขอเชิญชวนลูกหลานชาวสะบ้ายย้อย และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันทำบุญเพื่อซื้อที่ดินและก่อสร้างศาล ตารางเมตรละ ๑๕๐ บาท เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดศูนย์กลาง ในการหล่อหลอมรวมใจให้กับชุมชนแห่งนี้ตลอดไป
“ก่อนออกจากบ้านจะสวดคาถาหลวงพ่อทวด และขอบุญบารมีของท่านให้คุ้มครองให้เราทำงานไปได้อย่างราบรื่นและสะดวกปลอดภัย จากนั้นจึงอาราธนาพระหลวงพ่อทวด วัดสะบ้าย้อย ติดตัวเพียงองค์เดียว ออกจากบ้านทุกวัน"
"เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ใต้"



