
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ ที่29มี.ค.
*** "คมเลนส์ส่องพระ" วันนี้ขอเริ่มกันด้วยเรื่องของ พระนารายณ์ทรงครุฑ โดยขอยก คัมภีร์พราหมณ์ปุราณะ ที่กล่าวไว้ว่า พระศิวะ ทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างสวรรค์และโลกมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ จึงต้องการผู้ช่วย
โดยการนำพระหัตถ์ซ้ายมาลูบพระหัตถ์ขวา จนบังเกิดเป็นเทพขึ้นมาองค์ชื่อ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ พร้อมกับทรงมอบหมายหน้าที่ให้เป็นเทพผู้ทำหน้าที่บริหารและคุ้มครองโลก รวมทั้งปราบปรามผู้สร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์ และชาวสวรรค์
** พระนารายณ์ มีกายเป็นสีดอกตะแบก มี ๔ กร ถือศัตราวุธต่างๆ กัน คือ คทา ตรี จักร สังข์ ทรงมงกุฎชัย ประทับอยู่กลางเกษียรสมุทร บนหลังพญานาค ชื่อ อันตนาคราช และทรงใช้ ครุฑ เป็นพาหนะ มีพระมเหสีชื่อ พระลักษมี ** ตามคัมภีร์ยังกล่าวด้วยว่า พระนารายณ์ จะอวตารลงมาเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์ ตามคำสั่งของ พระศิวะ หรือการอัญเชิญของหมู่เทวดา และมนุษย์ การอวตารของ พระนารายณ์ เพื่อมาช่วยมนุษยโลกมีทั้งหมด ๑๐ ปาง และหนึ่งในนั้นก็คือ การอวตารลงมาเป็น พระราม ในวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ นอกจากนี้คนไทยยังมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์ ก็เป็นเทพอวตารพระองค์หนึ่งของ พระนารายณ์ เช่นกัน ดังจะเห็นได้ว่า เวลา "ในหลวง" เสด็จฯ ณ ที่ใด จะต้องมีการอัญเชิญ ธงครุฑ ไปด้วย หรือหากประทับ ณ ที่ใดก็จะมี ธงครุฑ ปรากฏอยู่ ณ ที่นั้นเสมอ
** เรื่องของ พระนารายณ์ทรงครุฑ จึงเป็นความเชื่อของพราหมณ์มาแต่โบราณกาล นอกจากเมืองไทยแล้ว ประเทศอินโดนีเซีย ก็มีความเชื่อในเรื่องนี้ เพราะอินโดนีเซียเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อน ชาวอินโดนีเซีย เรียก ครุฑ ว่า "การูดา" (Garuda) และจะใช้รูป "การูดา" เป็นตราสัญลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งมีรูปเคารพ พระนารายณ์ทรงครุฑ ปรากฏอยู่ทั่วประเทศ
** สำหรับประเทศ กัมพูชา (เขมร) หรือ ขอมโบราณ ก็เคยเป็นแผ่นดินของพราหมณ์มาก่อน โบราณวัตถุในเขมร จึงมีรูปเคารพ พระนารายณ์ทรงครุฑ มานานปี ส่วนใหญ่จะเป็นเทวรูปแบบบูชา (ลอยองค์) ขนาดต่างๆ สร้างด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ สนิมหยก (เขียว) ในส่วนของเทวรูปขนาดเล็กแบบห้อยคอได้ มีน้อยมาก ไม่เคยปรากฏให้พบเห็นมาก่อนเลย แต่...เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ โชคดีเกิดไปพบ พระนารายณ์ทรงครุฑ แบบพระเครื่อง ขนาดเท่ากับ พระหูยาน มาองค์หนึ่ง หลังเรียบ เนื้อสัมฤทธิ์ สนิมหยก (เขียว) เหมือนกับเทวรูปบูชาทุกประการ ศิลปะสมัยลพบุรี ยุครุ่งเรืองสุดๆ นับเป็นเทวรูปขนาดเล็กองค์แรกที่ปรากฏโฉมหน้าให้เห็นในวันนี้ คุณหมอทวีชัย ถึงกับสั่งทำตลับทองคำแขวนติดตัวทันที
** วันนี้มี พระเมืองสุพรรณ มาให้ชมกันถึง ๓ องค์ องค์แรก พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เนื้อดินเผา ของ ธงชัย ภู่บุญ (เปี๊ยก การบินไทย) ผู้โชคดีที่ได้พระองค์นี้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีสายตาอันเฉียบขาดมาก ที่สามารถพิจารณาพระองค์นี้แล้วกล้าตัดสินใจว่าเป็น พระแท้ แน่นอนจึงได้ขอซื้อมาในราคา ตีตั๋วเด็ก ถูกจนไม่น่าเชื่อ และเมื่อนำไปให้ อ.ต้อย เมืองนนท์ ดูอีกทีก็การันตีให้ทันทีว่าแท้แน่นอน ณ ชั่วโมงนี้มีผู้เสนอราคาให้แล้ว ๒.๖ ล้านบาท แต่ "พี่เปี๊ยก" ก็ยังบอกว่าเอาไว้คิดดูก่อน
** พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ จุดสำคัญที่บ่งบอกถึงความแท้ คือ พิมพ์ทรงองค์พระ ใบหน้าเคร่งขรึม แบบคนแก่ และก้มลงเล็กน้อย หูขวายาวกว่าหูซ้าย แขนซ้ายยาวพอดีที่หน้าตัก ไม่ยาวจนถึงกับแขนขวา หน้าอกบึกบึนเหมือนหัววัว ลายมือหลังองค์พระปรากฏชัดเจนเป็นวงใหญ่ ฯลฯ พระองค์นี้เนื้อหาจัดจ้านมาก "พี่เปี๊ยก" เลยถ่ายภาพมาให้ชมกันทั้ง ๔ ด้าน จะได้เห็นถึงขอบตัดด้านข้างด้วย นับเป็นพระฟอร์มสวยอีกองค์หนึ่ง ที่ได้แจ้งเกิดเปิดตัวเป็นครั้งแรกในวันนี้ ณ "คมเลนส์ส่องพระ" แห่งนี้...ยินดีด้วย และขอขอบพระคุณ
** พระเมืองสุพรรณ องค์ที่ ๒ คือ พระขุนแผน พิมพ์ทรงพลใหญ่ กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ ของ ธนา ชีรวินิจ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กทม.ผู้มีอนาคตสดใสบนเส้นทางสายการเมืองนี้อีกยาวไกล เพราะเป็น ส.ส.ประเภทน้ำดีไม่มีมั่วนิ่ม และยังเป็นผู้ให้ความสนใจในการสะสมพระหลักยอดนิยมทุกประเภทตลอดมา อาศัยว่ามีที่ปรึกษาดี มีความจริงใจต่อกัน จึงทำให้ได้พระแท้พระสวยอยู่เสมอ
** พระเมืองสุพรรณ องค์ที่ ๓ คือ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง เช่นกัน องค์นี้เป็น พิมพ์อกเล็ก ที่ได้รับการยอมว่าเป็น องค์สวยคมชัดที่สุด ของพระพิมพ์นี้ ผู้ที่การันตีคือ อ.ยู่กิม บางลี่อาร์ต (อมร วานิชสัมพันธ์) ผู้ชำนาญพระเมืองสุพรรณ และเป็นเจ้าของเดิมพระองค์นี้มาเก่าก่อน รักและหวงพระองค์นี้มาก ต่อมา นพ.พัฒนพงศ์ เส็งพานิช อาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จ.ลำปาง ได้เพียรเฝ้าขอเช่าต่อมานานปี จนในที่สุดก็ได้มาอย่างสมหวัง จึงส่งภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทานในวันนี้
** ความสวยสมบูรณ์และคมชัดของพระองค์นี้ ทำให้ได้รับรางวัล ชนะเลิศ มาแล้วหลายครั้ง ทั้งจากในอดีต (ที่มีแต่พระสวยๆ) และในปัจจุบัน (ที่มีพระสวยน้อยลงมาก) จนไม่มีคู่แข่ง อ.ยู่กิม จึงเก็บเข้าตู้เซฟ เพื่อเปิดโอกาสให้พระองค์อื่นได้รับรางวัลกันบ้าง เพื่อเจ้าของจะได้มีกำลังใจ
** พระขุนแผน พิมพ์อกเล็ก องค์นี้เป็นพระฟอร์มสวย ตัดมุม ๕ เหลี่ยมได้สัดส่วน พระพักตร์ปรากฏรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ หรือแม้แต่พระขนง (คิ้ว) ก็เห็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งพระกร พระเพลา พระหัตถ์ ผ้าสังฆาฏิ ฐานรองรับองค์พระ ซุ้มเรือนแก้ว และเสาซุ้ม ๒ ข้าง ก็ปรากฏอย่างชัดเจน และที่สำคัญ พระองค์นี้มีปีกข้างกว้างกว่าพระองค์อื่นๆ ในพิมพ์เดียวกันนี้ ทำให้ดูแล้วใหญ่บึกบึนมาก นับเป็นความโชคดีของ คุณหมอพัฒนพงศ์ ที่ได้เป็นเจ้าของพระองค์สวยที่สุดองค์นี้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจจริงๆ
** วัดจุฬามณี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ ตามถนนบรมไตรโลกนาถ ประมาณ ๕ กม. เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระวิหาร และเสด็จออกทรงผนวชที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๐๐๗ โดยมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จถึง ๒,๓๔๘ รูป ** โบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ คือ พระปรางค์ แบบขอม สร้างในสมัยขอมเรืองอำนาจ และ มณฑปพระพุทธบาท (จำลอง) ซึ่ง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๒๒๑
** สำหรับ พระกรุวัดจุฬามณี ที่ขุดพบ ไม่ใช่พระเก่าสมัยขอม หากแต่เป็น พระศิลปะสุโขทัยยุคปลาย หรือ สมัยอยุธยายุคต้น เข้าใจว่า เป็นการสร้างของ พระมหากษัตริย์ พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในสมัยสุโขทัย ที่ทรงบูรณะวัดนี้ พร้อมกับสร้างพระเครื่องบรรจุกรุเอาไว้
** พระกรุวัดจุฬามณี ส่วนใหญ่เป็นพระ ๒ หน้า เช่น พิมพ์หน้าฤาษี หลังนางพญา พิมพ์ชินราช พิมพ์นางพญา ๒ หน้า พิมพ์สมาธิซุ้มขีด (พิมพ์นี้เป็นพระหน้าเดียวมีน้อย) ฯลฯ (เก่ากว่า พระนางพญา กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก) พระทุกองค์เป็น เนื้อดินเผา มีทั้งแบบเนื้อละเอียด และเนื้อหยาบ องค์ที่เห็นนี้ คือ พิมพ์หน้าฤาษี หลังนาง ซึ่งเป็นพิมพ์นิยมที่สุดของพระกรุนี้ เป็นพระของ อู๊ด สุพรรณ เซียนพระหนุ่มผู้สะสมพระเครื่องยอดนิยมทุกประเภท ระยะนี้ซื้อ เหรียญทองคำ ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเอาไว้มากมาย สมกับที่เป็น ลูกชายห้างทองชื่อดังแห่งเมืองสุพรรณบุรี
** ที่ได้เอาภาพ พระกรุวัดจุฬามณี พิมพ์หน้าฤาษี หลังนาง มาให้ชมในวันนี้ ก็เพราะว่าวันก่อนได้เขียนถึงข่าว ลัดดา แทมมี ดั๊คเวิร์ธ สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่สูญเสียขาทั้งสองข้างจากสงครามอิรัก ได้รับความไว้วางใจจาก บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐอเมริกา และพระเครื่องที่ ลัดดา แทมมี ดั๊คเวิร์ธ แขวนติดตัวในทุกวันนี้ คือ พระกรุวัดจุฬามณี พิมพ์หน้าฤาษี หลังนาง พิมพ์เดียวกับองค์ที่เห็นนี่เอง โดยคุณแม่เป็นผู้มอบให้แทน เหรียญหลวงปู่แหวน ที่เคยใช้ติดตัวมาก่อนหน้านี้ วันก่อนที่เขียนถึงเรื่องนี้ยังไม่มีภาพ พระกรุวัดจุฬามณี พิมพ์หน้าฤาษี หลังนาง วันนี้ได้ภาพมาแล้ว จึงนำมาให้ชมกันเป็นวิทยาทาน ว่าพระพิมพ์นี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร
** เป็นที่น่ายินดีที่ทุกวันนี้ มีนิตยสารพระเครื่อง ที่มีคุณภาพเกิดใหม่ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง คือ สยามอะมูเลท (SIAM AMULET) ฉบับที่ ๔ วางตลาดแล้ว หน้าปกเหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง พร้อมกับเรื่องราวในเล่มอย่างสมบูรณ์ทั้งข้อมูลและภาพประกอบอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเรื่องท่านเจ้าคุณผล วัดหนัง ชี้จุดพระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่หาง ๕ เส้น พระพิมพ์พระเจ้า ๕ พระองค์ โดย อ.เทิม มีเต็ม ครูเฒ่า กล่าวตำนาน การสักยันต์ โดย ปรีชา เอี่ยมธรรม วิชาอาถรรพณ์ ข้าวสารเสก การสร้างเบี้ยแก้ และลูกอมชานหมาก พระเจ้าคุณนรฯ รุ่นวัดวิเวกวนาราม ฯลฯ หลากหลายเรื่องที่ล้วนมีสาระน่าศึกษา แม้จะเป็นน้องใหม่ในวงการหนังสือพระ แต่คุณภาพมากล้นจริงๆ โดยมีเซียนพระรุ่นใหญ่ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อาทิ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ฯลฯ จึงรับประกันได้ในความถูกต้องของพระแท้ทุกองค์ หนังสือหนา ๑๘๐ หน้า พิมพ์สี่สีด้วยกระดาษอาร์ตทั้งเล่ม ราคา ๑๗๐ บาท คุ้มค่ากับคุณค่าของหนังสือดีๆ ที่อยากจะให้อยู่ในวงการไปนานๆ ติดต่อกอง บก.โทร.๐-๒๔๑๖-๙๑๔๕
** วางตลาดแล้วเช่นกัน นิตยสาร พุทธคยา ของ ป๋อง สุพรรณ ฉบับใหม่หน้าปกรูปหล่อหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ รุ่นแรก (ไม้โท) ในฉบับอ่านเรื่อง พระขุนแผนเคลือบ โดย ต้อย เมืองนนท์ พระปิดตากรมหลวงชุมพรฯ โดย พยัพ คำพันธุ์ ชี้จุดพระหลวงพ่อโสธร ๒๔๙๗ พิมพ์ ๒ หน้า มีวงแหวน โดย บอย ท่าพระจันทร์ ฯลฯ และชมภาพสี พระแท้ พระสวย ที่มีให้เลือกเช่าบูชากว่าพันองค์ ฯลฯ
** นิตยสาร กระแสพระ ฉบับใหม่ ปรับปรุงใหม่ ขยายรูปเล่มให้ใหญ่ขึ้นตามขนาดมาตรฐานสากล อ่านเรื่อง หลวงปู่ชวน วัดเขาแก้ว จ.อ่างทอง หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว และที่ขาดไม่ได้สำหรับนิตยสารฉบับนี้ คือ เรื่องของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ฯลฯ
** ใครมีพระเครื่องอยู่ในครอบครอง หากไม่รู้ว่าเป็นพระอะไร แท้หรือไม่ ??? วันนี้ เอาไปส่งเข้าประกวดได้ที่ งานประกวดพระ จ.สมุทรปราการ จัดที่ศาลากลางจังหวัด จะได้รู้ความจริงเสียที งานนี้มีมาตรฐาน เพราะ สมาคมพระเครื่องฯ ให้การสนับสนุน รางวัลก็คุ้มค่า คือ หนังสือ ชุดเบญจภาคีพระยอดนิยมเมืองสมุทรปราการ โดยมี สมศักดิ์ ศกุนตนาฏ ผอ.สนพ. คเณศ์พร เป็นที่ปรึกษาในการจัดทำ จึงเชื่อได้ว่า พระทุกองค์ในหนังสือล้วนเป็น พระแท้ พระสวย ที่น่าศึกษาและน่าสะสม ** พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***



