พระเครื่อง

พ.ต.อ.วินัย บำรุงกิจ ผู้กำกับใหญ่..."ลูกหลวงพ่อวัดไร่ขิง"

พ.ต.อ.วินัย บำรุงกิจ 
ผู้กำกับใหญ่..."ลูกหลวงพ่อวัดไร่ขิง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งทำด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ ประทับนั่งปางมารวิชัย หรือปางชนะมาร แบบประยุกต์ ขนาดกว้าง ๔ ศอก ๒ นิ้ว สูง ๔ ศอก ๑๖ นิ้ว ตามตำนานกล่าวถึงการได้มาซึ่งหลวงพ่อวัดไร่ขิงว่า ได้ถูกอัญเชิญมากจากกรุงเ

  พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสไร่ขิง เคยนำอภินิหารและอิทธิฤทธิ์บางส่วนจากผู้ศรัทธาหลวงพ่อ มาบันทึกไว้ในหนังสือ "ประวัติวัดและหลวงพ่อวัดไร่ขิง" เช่น หลวงพ่อวัดไร่ขิงมีอภินิหารปิดทองไม่ติด ทั้งๆ ในแต่ละปีมีประชาชนมาปิดทองหลวงพ่อเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน หลวงพ่อวัดไร่ขิงมีความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารในการป้องกันสิ่งต่างๆ ตามความรู้สึกของแต่ละคนที่ตั้งใจปรารถนา น้ำมันและน้ำมนต์ของหลวงพ่อรักษาโรคภัยต่างๆ ได้สมใจปรารถนา หลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นทุกอย่างได้ตามแรงอธิษฐานของคนอยากให้เป็น

 ด้วยอภินิหารและอิทธิฤทธิ์ของหลวงพ่อวัดไร่ขิงนานัปการ จึงขึ้นชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สำหรับคนมีลูกยากมักมาบนขอลูกจากท่าน ขณะเดียวกันลูกคนไหนเกิดมาเป็นเด็กขี้โรค ก็มักจะถวายเป็นลูกของท่าน ซึ่งเป็นเรื่องอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่มีเด็กจำนวนไม่น้อยหายจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ต้องไปหาหมอ และหนึ่งในจำนวนนี้คือ พ.ต.อ.วินัย บำรุงกิจ ผกก.ฝ่ายยานพาหนะ อาคาร และสถานที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม หรือ “ผู้กำกับใหญ่” ผู้เป็นหัวแรงสำคัญในการประสานการจัดงานประกวดพระเครื่องพระบูชา และเหรียญคณาจารย์ ของตำรวจภูธรภาค ๗ ร่วมกับ นายยุทธชัย ปฐมวัฒนศิริ หรือ "อ้วน นครปฐม" เซียนใหญ่สนามพระท่าพระจันทร์ ซึ่งจัดติดต่อกันมาเป็นเวลา ๖ ปี แล้ว

  “เมื่อตอนเป็นเด็ก ผมเป็นเด็กขี้โรคมาก ป่วยไม่สบายถึงขั้นใกล้ตายมาหลายครั้ง พ่อและแม่ก็ยกให้เป็นลูกหลวงพ่อวัดไร่ขิง จากนั้นก็ไม่เคยเจ็บไข้อีกเลย มาจนถึงทุกวันนี้ และด้วยเหตุที่เป็นลูกหลวงพ่อวัดไร่ขิง หลังจากเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน ไม่เคยไปประจำที่ไหน ต้องอยู่รับใช้หลวงพ่อวัดไร่ขิงมาตลอด ทั้งนี้ ทุกๆ อาทิตย์จะเดินทางไปกราบไหว้ขอพร” นี่คือคำบอกเล่าของผู้กำกับใหญ่

 ส่วนพระเรื่องที่แขวนติดตัวเป็นประจำนั้น ผู้กำกับใหญ่บอกว่า เดิมทีแขวนเพียง ๓ องค์เท่านั้น แต่เมื่อได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ในอดีต และรู้ว่าท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงอยากใกล้ชิดท่าน ทำให้จำนวนพระเครื่องที่แขวนเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นว่า ถ้าวันไหนต้องแต่งเครื่องแบบตำรวจจะแขวนพระชุดเล็ก ซึ่งรวมแล้วมีประมาณ ๓๐ องค์ ส่วนวันใดไม่ได้แต่งชุดตำรวจ รวมแล้วจะมีพระติดตัวไม่ต่ำกว่า ๕๐ องค์

 อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็น ผกก.ฝ่ายยานพาหนะ อาคาร และสถานที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ผู้กำกับใหญ่ บอกว่า ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพของนักเรียนนายร้อย ข้าราชการตำรวจ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่คือ หลวงพ่อนาค ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ประดิษฐานอยู่บนอาคารกองบัญชาการของโรงเรียน ส่วนอีกสิ่งหนึ่งคือ เจ้าพ่อสามพราน ประดิษฐานอยู่ในศาลบริเวณด้านหน้าของโรงเรียน ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านจะเป็นที่เลื่องลือเรื่องการมาสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ขณะเดียวกันเมื่อสอบได้แล้ว นักเรียนนายร้อยตำรวจจะบนให้สอบผ่านวิชาต่างๆ และจะแก้บนด้วยกาวิ่งรอบศาลของท่าน วิ่งตั้งแต่ ๑๐๐ รอบ ไปจนถึง ๒,๐๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ รอบก็มี ครั้นเมื่อเรียนจบแล้ว ก่อนถูกส่งไปประจำพื้นที่ ก็จะมากราบไหว้ขอพรอีกครั้งหนึ่ง

 เมื่อถามถึงการถูกหลอกให้เช่าพระปลอม หรือภาษาเซียนพระใช้คำว่า “โดน” นั้น ผู้กำกับใหญ่ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “ที่ผ่านมาเคยเช่าพระหลวงพ่อเงินของปลอมมาในราคา ๓ หมื่นบาท ทำให้เข้าใจสัจธรรมของการเล่นพระที่ว่า คนเล่นพระไม่มีใครไม่เคยโดน การเป็นตำรวจ มียศ มีตำแหน่ง มีลูกน้อง และมีปืนพกติดอยู่ที่เอวตลอดเวลา ไม่ได้ช่วยเป็นเกราะป้องกันอะไรได้เลย ทั้งนี้ ตำรวจมักคิดว่าใครหน้าไหนจะกล้าเอาพระปลอมมาขายตำรวจ แต่ที่ไหนได้ตำรวจนั่นแหละถูกหลอกง่ายที่สุด เพราะตำรวจไม่เป็นพระ ครั้นซื้อพระปลอมมาจะโวยวายก็เกรงว่าจะเสียหน้า เคยเห็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่านห้อยพระปลอม แต่ไม่กล้าทัก อย่างคำโบราณที่ว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” 

ความสำเร็จของงานตำรวจภูธรภาค ๗
 พ.ต.อ.วินัย บอกว่า งานประกวดพระเครื่องพระบูชา และเหรียญคณาจารย์ ของตำรวจภูธรภาค ๗ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดประกวดเป็นปีที่ ๖ ในกิจกรรมการอนุรักษ์พุทธศิลป์ไทย ตำรวจภูธรภาค ๗ ริเริ่มตั้งแต่สมัย พล.ต.ท.ชัยยันต์ มะกล่ำทอง เป็น ผบช.ภ.๗ ต่อเนื่องมาถึงสมัย พล.ต.ท.พิชิต ควรเดชะคุปต์, พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ, พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ภ.๗, พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.๗ และพล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.๗ คนปัจจุบัน

  ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ สิงหาคมที่ผ่านมา ได้จัดขึ้น ณ หอประชุมชุณหะวัณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหารายได้ช่วยเหลือกิจกรรมและเป็นสวัสดิการแก่ครอบครัวข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ สนับสนุนการศึกษาบุตรธิดาข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ ซึ่งเดิมทีในงานประกวดพระปีแรก ได้เงินสนับสนุนประมาณ ๑-๓ ล้านบาทเท่านั้น แต่ด้วยความร่วมของตำรวจภูธรภาค ๗ ทั้ง ๘ จังหวัด รวมทั้งคนในวงการพระเครื่อง โดยเฉพาะ "อ้วน นครปฐม" ช่วยประสานงาน ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นตามลำดับทุกๆ ปี

 “การประกวดพระ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เงินประมาณ ๑๕,๑๘๐,๐๐๐ บาท แบ่งเป็นค่าจำหน่ายกล่องและบัตรประมาณ ๓ ล้านบาท ประมูลพระและบริจาคประมาณ ๗ ล้านบาท ตำรวจภูธรในสังกัด ๘ จังหวัด ร่วมสมทบทุนในวันแถลงข่าวประมาณ ๔ ล้านบาท ค่าแผงพระและบริจาคในงานวันประกวดอีกประมาณ ๑ ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้ทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้นทุกประการ” พ.ต.อ.วินัย กล่าว

 “ตำรวจ มียศ มีตำแหน่ง มีลูกน้อง และมีปืนพกติดอยู่ที่เอวตลอดเวลา ไม่ได้ช่วยเป็นเกราะป้องกันอะไรได้เลย ทั้งนี้ ตำรวจมักคิดว่าใครหน้าไหนจะกล้าเอาพระปลอมมาขายตำรวจ แต่ที่ไหนได้ ตำรวจนั่นแหละถูกหลอกง่ายที่สุด” 

เรื่อง -  ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด