พระเครื่อง

รับน้องรับธรรม ปรับชีวิตด้วยธรรมะที่..."วัดเทวราชฯ"

รับน้องรับธรรม 
ปรับชีวิตด้วยธรรมะที่..."วัดเทวราชฯ"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"รุ่นพี่รับน้องโหด สั่งกระโดดเข้ากองไฟ!" หรือ "รับน้องโหดพิสดาร! จู๋จุ่มพริก" และ "มหา'ลัยเทคโนชื่อดัง รับน้องพิเรนทร์ไฟพ่นหลังเน่าพอง" รวมทั้ง "รุ่นพี่โหดใช้สีสเปรย์พ่นใส่ไฟแช็กเป็นลูกไฟใส่แผ่นหลังรุ่นน้องจนเป็นแผลพุพอง"

  ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นหัวข้อข่าวที่มักเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอมแรกของการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดการศึกษา จนถึงหนึ่งเดือนภายหลังจากวันแรกที่เปิดการศึกษา เวียนไปทุกสถาบัน ไม่มีเว้น ตั้งแต่เหนือจรดใต้ หนักบ้างเบาบ้าง ขึ้นอยู่จิตสำนึกของความเป็นคน ที่ยังอยู่ในตัวตนของรุ่นพี่ อาจารย์ และผู้บริหารในสถาบันการศึกษานั้นๆ จะเข้มงวดต่อกิจกรรมรับน้องมากน้อยเพียงใด

 ในปีการศึกษา ๒๕๕๓ นี้ นับเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่ปรากฏข่าว "รุ่นพี่รับน้องโหด" บนหน้าหนังสือพิมพ์เหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา

 ในทางตรงกันข้าม สถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้จัดกิจกรรมรับน้องโดยรุ่นพี่พารุ่นน้องเข้าวัดปฏิบัติธรรม เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้นำนักศึกษาน้องใหม่จำนวน ๓,๕๐๐ คน มากราบนมัสการพระเทพคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค ๑๓ และเจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเปิดอารามเรียนรู้สู่ปริญญาวิชาชีวิต ผ่านการให้โอวาทธรรมนำทางจากท่าน และธรรมบรรยายจากพระสงฆ์ในวัดเทวราชกุญชร

 ส่วนอีกแห่งหนึ่ง คือ ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมคณะผู้บริหาร และนักศึกษารุ่นพี่ นำนักศึกษาใหม่กว่า ๒,๕๐๐ คน เข้าร่วมโครงการต้อนรับนักศึกษาใหม่ สู่ จ.อุบลราชธานี โดยออกเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไปยังมาที่วัดหนองป่าพง

 โครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาแบบองค์รวมนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้นำนักศึกษาน้องใหม่ชั้นปีที่ ๑ แบ่งออกเป็น ๔ รุ่น เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาแบบองค์รวม (ด้านคุณธรรมจริยธรรม) ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้รับโอกาสแห่งการพัฒนาทั้งด้านจิตใจ ทักษะชีวิต และความรู้พื้นฐานในการดำรงชีวิต โดยมีเป้าหมายเพื่อการทำงานอย่างมีสมรรถภาพ และมีประสิทธิภาพ อันเป็นผลดีต่อการดำรงชีวิต และสังคม

 ขณะเดียวกัน นักศึกษาใหม่ยังได้ศึกษาประเพณีพิธีกรรมของชาวพุทธ ผ่านการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ได้ถวายผ้าไตรจีวร แด่พระพุทธเทวราชปฏิมากร พระประธานประจำพระอุโบสถ ได้ชมความงามแห่งพิพิธภัณฑ์สักทอง ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาที่ล้ำค่า เพราะรวมสิ่งดีที่ควรศึกษาไว้มากมาย อาทิ ประติมากรรมพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระรูปปั้นสมเด็จพระสังฆราชของไทยในอดีต ที่มีความสมจริง พร้อมด้วยพระประวัติที่ควรรู้ พระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปโบราณ เป็นต้น

 นอกจากนี้แล้ว ก่อนเดินทางกลับ คณะนักศึกษาและครูอาจารย์ ยังได้ร่วมบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุในข้อเวยยาวัจจมัย คือ การช่วยกันทำความสะอาดพัฒนาวัด ให้คงความสะอาด สมกับเป็นพระอารามหลวง ที่เป็นอารามศิลป์ในถิ่นเทเวศร์

 ทั้งนี้ จากการสอบถามนักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมในโครงการดังกล่าว ทุกคนให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นโอกาสอันดีมากที่ได้มาเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับข้อคิดดีๆ นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ทั้งในฐานะนักศึกษา และในฐานะชาวไทยชาวพุทธ เป็นทักษะชีวิตที่มีพื้นฐานจากพระพุทธศาสนาโดยตรง

 “การดำรงชีวิต หมายถึงดำรงทั้งร่างกายและจิตใจ ดำรงร่างกายด้วยอาหารทั่วไป ดำรงจิตใจด้วยอาหารทางธรรม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อันหมายถึงความมีระเบียบวินัย ความหนักแน่นมั่นคง และความรู้เท่าทันโลก และชีวิต ตามความเป็นจริงนั่นเอง โครงการนี้นับเป็นแนวทางหนึ่งแห่งการรับน้องใหม่ ปรับชีวิตด้วยธรรมะ เป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เสริมคุณธรรมให้นักศึกษา ซึ่งสถาบันการศึกษาอื่นๆ หากจะนำไปประยุกต์ใช้บ้าง โอกาสทองต้องเป็นของนักศึกษาแน่นอน” นี่เป็นคำกล่าวในตอนหนึ่งของโอวาทธรรมนำทางแก่นักศึกษาของพระเทพคุณาภรณ์

 ส่วนที่วัดเทวราชกุญชรในช่วงนี้ นอกจากระดับอุดมศึกษาแล้ว ยังมีระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ และระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราชวินิต มัธยม ได้มาศึกษาเรียนรู้พื้นฐานการดำรงชีวิต การพัฒนาจิตใจ การมีทักษะชีวิต การพัฒนาสมรรถนะการทำงานตามวิถีพุทธ และการบำเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งเรียนรู้พัฒนาในแบบองค์รวมด้วย

รุ่นพี่พารุ่นน้องเข้าวัด
 "โครงการต้อนรับนักศึกษาใหม่สู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยออกเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไปยังมาที่วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ ระยะทางกว่า ๑๒ กิโลเมตร" เป็นโครงการต้อนรับนักศึกษาใหม่ สู่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการรับน้องใหม่แบบสร้างสรรค์ ที่ถือปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นปีที่ ๔ โดยปีนี้จัดไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 ทั้งนี้ ศ.ดร.ประกอบ พร้อมคณะผู้บริหาร และนักศึกษารุ่นพี่ นำนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๓ จาก ๑๐ คณะ กว่า ๒,๕๐๐ คน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๕.๓๐ น. นักศึกษาพร้อมกัน ณ สนามรักบี้ และเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยมุ่งหน้าสู่วัดหนองป่าพง ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ทั้งนี้นักศึกษาแต่คณะก็ถือป้ายคำขวัญรณรงค์กิจกรรมต่างๆ ตลอดเส้นทาง นักศึกษาร่วมฟังธรรมเทศนา เดินเวียนเทียนรอบเจดีย์ที่ใช้บรรจุอัฐิธาตุของหลวงพ่อชา หรือพระโพธิญาณเถระ พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ก่อนเข้ากราบนมัสการ และชมวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อในพิพิธภัณฑ์ เพื่อนำไปปฏิบัติระหว่างศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย อีกทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับน้องใหม่ก่อนเริ่มเปิดภาคการศึกษา

 กิจกรรมในการรับน้องใหม่แบบสร้างสรรค์เป็นงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กำหนดจัดขึ้นก่อนเปิดภาคการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้เตรียมความพร้อม และทราบข้อมูลมหาวิทยาลัยในเบื้องต้น ซึ่งมีผู้บริหาร ตัวแทนคณะ/หน่วยงานร่วมแสดงความยินดี โดย ศ.ดร.ประกอบ ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับและให้โอวาทนักศึกษาใหม่ ในงานปฐมนิเทศเป็นประจำทุกๆ ปี รวมทั้งออกเดินเท้าไปพร้อมๆ กับนักศึกษาไปยังวัดหนองป่าพงด้วยตนเอง

 ขณะเดียวกัน นักศึกษารุ่นพี่ในคณะต่างๆ ต้อนรับน้องใหม่ ซึ่งบรรยากาศของการต้อนรับเป็นไปด้วยความอบอุ่น สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งบุตรหลานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลเอาใจใส่รุ่นพี่ รุ่นน้อง และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดเวลาที่ศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

 "แนวทางหนึ่งแห่งการรับน้องใหม่ ปรับชีวิตด้วยธรรมะ เป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เสริมคุณธรรมให้นักศึกษา ซึ่งสถาบันการศึกษาอื่นๆ หากจะนำไปประยุกต์ใช้บ้าง โอกาสทองต้องเป็นของนักศึกษาแน่นอน”

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง