พระเครื่อง

หิมะในจานดิน
ธรรมะจากพุทธภูมิของ...พระราชรัตนรังษี

หิมะในจานดิน ธรรมะจากพุทธภูมิของ...พระราชรัตนรังษี

30 มิ.ย. 2553

“ตามรอยบาทพระศาสดา เพื่อปวงประชาสุขใจ” เป็นหัวข้อเสวนาธรรมที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น โดยนิมนต์พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ) พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย ปฏิบัติการเจ้าอาวาส วัดไทยลุมพิ

 ทั้งนี้ บริษัทได้เชิญลูกค้าทัวร์เอื้องหลวงร่วมกันถวายภัตตาหารเพล และเลี้ยงขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในคุณภาพของทัวร์เอื้องหลวง ร่วมเดินทางในโครงการ “จาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระศาสดา”

 ในวันงาน พระราชรัตนรังษีได้นำหนังสือ “หิมะในจานดิน” มาแจกญาติโยมที่ไปร่วมงานทุกท่าน โดยหนังสือเล่มดังกล่าว พระมหาสุชิน สุทฺธิจิตฺโต และทีมงานคณะพระสงฆ์ ๙๗๙ รวบรวมธรรมะจากวงข้าววงฉันของพระราชรัตนรังษี ที่หยิบนำธรรมะอันเป็นวาทะในแดนหิมาลัย ที่เก็บมาสาธยายตลอดไตรมาส โดยมิว่างเว้นแม้แต่วันเดียว เหมือนกับว่า “ตักหิมะในจานดิน” ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ ตักวางลงสู่ทางที่พระธรรมทูตทั้งหลายจะจาริกตามได้

 บทหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษจากหนังสือ “หิมะในจานดิน” คือ ภาพนายริชาร์ด ทิฟฟานี เกียร์ เข้ารับพรปีใหม่และรับพระเบบี้บุดด้า จากพระราชรัตนรังษี ณ วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๓

 พระราชรัตนรังษี บอกว่า ในแต่ละปีมีทั้งพุทธศาสนิกชนจากประเทศที่นับถือพุทธศานาจากเอเชียเป็นหลัก รวมทั้งพุทธศาสนิกชนจากประเทศตะวันตกเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียหลายหมื่นคน และนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนจากประเทศตะวันตกที่ไปแสวงบุญโดยมีปัญญาเป็นตัวนำศรัทธา ส่วนใหญ่จะเดินทางไปเป็นการส่วนตัวมากกว่าหมู่คณะ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล มีโอกาสต้อนรับการมาเยือนของนายริชาร์ด ทิฟฟานี เกียร์ 

 โดยได้มอบพระสิทธัตถะราชกุมาร (พระพุทธเจ้าปางประสูติ) หรือตามที่นิยมขานพระนามว่า พระเบบี้บุดด้า ๙๗๙ นี้จะเป็นคุณเครื่องชี้นำซึ่งพระธรรมที่ทรงแสดงในวันประสูติหรือเรียกว่า พระอาสภิวาจา ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนจิตให้พินิจถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์อยู่เป็นนิจ ชีวิตที่อยู่ท่ามกลางการแสดงซึ่งเป็นเครื่องปรุงแต่งให้มีลีลา วาจา และความเคลื่อนไหวไปตามกระแสโลก

 การเข้าพบครั้งนั้น พระราชรัตนรังษี บอกว่า ได้ให้พรกับนายริชาร์ด ทิฟฟานี เกียร์ไปว่า “ขอเธอจงเป็นผู้ครองความเป็นหนึ่ง จงเป็นผู้มีความเจริญ และถึงซึ่งความประเสริฐตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนเอาไว้ และขอให้เธอจงเป็นสื่อนำไปซึ่งการประกาศพุทธธรรมในพระพุทธศาสนา ขอเธอนำพุทธธรรมมากำกับจิตแห่งตน เธอจึงมีความสำเร็จในการแสดงเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ทำหน้าที่เป็นพระธรรมทูตช่วยเราเผยแผ่พระเกียรติคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แผ่ไพศาลสืบไป”

 อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของหนังสือ “หิมะในจานดิน”  พระราชรัตนรังษี ยังได้พูดถึงสันติภาพไว้อย่างน่าคิดว่า “สันติภาพแห่งโลกเป็นสิ่งที่ใฝ่แสวงหา การเจรจาทุกขบวนความย่อมไม่เกิดผล ในเมื่อความสับสนในการใช้ศัสตราวุธยังอยู่ในสภาพคล่องตัวอย่างสูงเช่นนี้ หากขบวนการแสวงหาสันติภาพ หันหาทัศนะอันจะนำสันติภาพที่ปราศจากศัสตราวุธ ด้วยการจัดสรรขบวนการแห่งธรรมาวุธ ให้เดินทางเข้าสู่โลกแห่งความจริง สันติภาพจากสันติธรรมก็จะเกิดขึ้นโดย ลดศัสตราวุธเพิ่มเติมเสริมสูงด้วยธรรมาวุธ ในที่สุดสันติภาพแห่งโลกก็จะโชติช่วงชัชวาล”

 พร้อมกันนี้ พระราชรัตนรังษีได้ฝากธรรมะเป็นข้อคิดในท่ามกลางประเทศที่กำลังสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติว่า “ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ ผู้สงบระงับละความชนะ และความแพ้ได้แล้วย่อมเป็นสุข การทะเลาะกันหรือรบฆ่าฟันกัน ย่อมไม่เป็นสุขทั้งสองฝ่าย ผู้ที่สุขแท้จริง คือ ผู้ไม่ทะเลาะ ไม่รบราฆ่าฟันกับใครนั่นเอง ทั้งผู้แพ้ผู้ชนะจะต่อสู้ด้วยอาวุธอะไรก็ตามเถิด แต่ผู้เกิดบาดแผลเจ็บช้ำ คือ แผ่นดิน”

ตามรอยพระศาสดาปีที่ ๕
       “เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มพุทธศาสนิกชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมเดินทางเพื่อจาริกบุญ กราบสังเวชนียสถาน ทั้ง ๔ ตำบล ได้เรียนรู้พุทธประวัติจากสถานที่จริง นับเป็นประสบการณ์ตรงที่ทุกท่านสามารถเข้าถึงได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังเป็นปฏิบัติบูชาอันสูงสุดที่พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงปฏิบัติ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต และเพื่อเป็นการสืบสานพุทธศาสนา ให้ยั่งยืนคู่สังคมไทยที่รักยิ่งของเราทุกคนต่อไปอีกนานเท่านาน”

 นี่คือจุดประสงค์ในการทำโครงการ “จาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระศาสดา” จากคำบอกเล่าของนางนารีลักษณ์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผนและประสานงานการเดินทาง ลูกค้าพิเศษ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

 สำหรับความเป็นมาของโครงการนั้น นางนารีลักษณ์ บอกว่า การบินไทยมีเส้นทางบินในประเทศอินเดีย ได้แก่ กัลกัตตา เดลี มุมไบ บังกาลอร์ เชนไน และไฮเดอราบาด และเริ่มเปิดทำการบินไปยังเมืองพุทธคยา และพาราณสี เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙ โดยได้กราบนิมนต์พระราชรัตนรังษี ตลอดจนพระธรรมทูตที่ได้เมตตาเป็นพระวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวพุทธประวัติ และพุทธสถานที่สำคัญต่างๆ มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

 ส่วนในปี ๒๕๕๓ นี้ เป็นปีที่ ๕ ของโครงการ ทางการบินไทยโดยทัวร์เอื้องหลวงจัดรายการ “จาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระศาสดา” จำนวนทั้งสิ้น ๑๒ คณะ โดยคณะแรกจะเดินทางระหว่างวันที่ ๖-๑๓ พฤศจิกายน และจะมีโอกาสได้ร่วมในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดไทยเชตวัน รัฐอุตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดียด้วย

 นอกจากนี้แล้ว ทัวร์เอื้องหลวงยังเปิดเส้นทาง “ศรัทธาและอารยธรรม” เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของเมืองท่าแห่งอินเดียฝั่งตะวันออก ศูนย์กลางการค้าพาณิชย์ ณ นครมุมไบ รวมทั้งยืนสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา “ถ้ำอชันต้า และถ้ำเอลโลร่า” ศิลปะอันเนื่องมาจากพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าในศาสนา

 “ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ ผู้ที่สุขแท้จริง คือ ผู้ไม่ทะเลาะ ไม่รบราฆ่าฟันกับใครนั่นเอง ทั้งผู้แพ้ผู้ชนะจะต่อสู้ด้วยอาวุธอะไรก็ตามเถิด แต่ผู้เกิดบาดแผลเจ็บช้ำ คือ แผ่นดิน”

0 เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

"}])