
'กว่าจะได้พระแท้ก็เคยโดนพระเก๊มาแล้ว'พรชัย กิตติฐิติกุล (ใหญ่) ห้างทองเยาวราชทองสุก
ห้างขายเพชรทองในเมืองไทย ส่วนใหญ่มักจะมีกรอบพระ และตลับพระทองคำ จำหน่ายอยู่ด้วยเสมอ เหตุนี้เจ้าของร้านจึงมีโอกาสได้สัมผัสจับต้องพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ เป็นประจำ จนเกิดความสนใจขึ้นมาโดยปริยาย ยิ่งได้ฟังคำบอกเล่าถึงประสบการณ์อภินิหารต่างๆ ที่เกิดมาจากองค์พระด
ในทุกวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่มีเจ้าของห้างขายเพชรทองจำนวนไม่น้อย หันมาสะสมพระเครื่องกันอย่างจริงจัง นอกจากการสะสมด้วยใจรักในพุทธศิลป์ และพุทธคุณแล้ว พระเครื่องยังเป็น หลักทรัพย์ ที่มั่นคง ไม่มีวันเสื่อมค่าในด้านราคาซื้อขายแต่ประการใด
เจ้าของห้างเพชรทองที่กำลังเป็นนักสะสมพระเครื่องระดับแนวหน้าคนหนึ่งในขณะนี้ คือ พรชัย กิตติฐิติกุล หรือ เสี่ยใหญ่ เจ้าของห้างเพชรทอง เยาวราช ทองสุก ตลาดนัดศาลายา พุทธมณฑลสาย ๔ จ.นครปฐม (ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหิดล)
และท่านผู้นี้ ยังเป็นเจ้าของพระหลักยอดนิยมที่เคยนำภาพมาลงในคอลัมน์ คมเลนส์ส่องพระ นสพ. "คม ชัด ลึก" มาแล้วหลายองค์
เสี่ยใหญ่ เล่าถึงอดีตที่ผ่านมาว่า "เมื่อสมัยที่ผมอายุครบเบญจเพศ (๒๕ ปี) ได้มีโอกาสบวชทดแทนพระคุณของพ่อแม่ ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เห็นปฏิปทาของชาวบ้านที่มีความเคารพศรัธาเลื่อมใสในพระเดชพระคุณหลวงพ่อสด อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ให้การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางพระธรรมกาย ทำให้ผมเกิดความศรัทธาสนใจในพระเครื่องวัดปากน้ำขึ้นมาด้วย จึงได้ทำบุญบูชาพระของขวัญของท่าน รุ่น ๔-๕-๖ มาไว้สักการบูชาหลายองค์ พร้อมกับอ่านหนังสือประวัติของท่าน รวมทั้งหนังสือที่เกี่ยวกับพระเครื่องทั่วๆ ไป พร้อมกันนั้นก็ได้หาเช่าพระเครื่องต่างๆ ตามแผงพระ บางองค์ก็ขอเขามา ส่วนใหญ่เป็นพระใหม่ๆ ทั้งนั้น ตอนนั้นยังไม่กล้าเช่าพระแพงๆ เพราะกลัวว่าจะได้ของปลอม ต่อมามีน้องคนหนึ่ง เห็นผมสนใจพระเครื่อง จึงแนะนำว่า เขารู้จักกับพี่คนหนึ่งเป็นเซียนพระ จะพามารู้จักกัน วันหนึ่ง น้องคนนั้นก็พาเซียนพระมาหาถึงที่ร้าน พร้อมกับเสนอขายพระพิมพ์ต่างๆ มากมาย ผมบอกพี่เซียนพระคนนั้นว่า ขอให้เป็นพระแท้นะครับ อย่าเอาพระเก๊มาให้ เพราะผมดูพระไม่เป็น เซียนพระคนนั้นก็ยืนยันว่า พระที่นำมาให้นี้ เป็นพระแท้ทุกองค์ ผมจึงซื้อพระจากเขามาหลายองค์ เป็นเงินหลายแสนบาท ต่อมาผมได้นำพระเหล่านี้ไปให้ผู้รู้ตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นพระปลอมทุกองค์ ทำให้ผมรู้สึกเสียใจและท้อใจมาก ที่เซียนพระคนนั้นผู้ได้ชื่อว่าเป็นเซียนพระ ซื้อขายพระอยู่ในสนามพระใหญ่ ยังกล้าที่จะหลอกขายพระปลอมให้คนที่ดูพระไม่เป็นอย่างผม ทำไมไม่คิดว่า สักวันหนึ่ง เมื่อความจริงก็ปรากฏ แล้วท่านผู้ได้ชื่อว่าเป็นเซียนพระชื่อดัง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่อายคนรุ่นลูกรุ่นหลานบ้างเลยหรือ หากเซียนพระทุกคนเป็นเช่นนี้ วงการพระจะพัฒนาให้ดีขึ้น จนเป็นที่ยอมรับของสังคมคนทั่วไปได้อย่างไร ? ช่วงนั้นผมเสียความรู้สึกมาก จนคิดจะเลิกสะสมพระอีกต่อไป แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า วงการนี้น่าจะมีคนดีมีศีลธรรมอยู่บ้างก็ได้ โดยเราต้องอาศัยตัวเองเป็นหลักด้วย จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือบ้าง ทางอินเทอร์เน็ตบ้าง ซึ่งเป็นสื่อทางเลือกใหม่ ที่คิดว่าพอจะอาศัยได้"
จากการค้นหาเส้นทางเดินใหม่ ทำให้เสี่ยใหญ่ได้มีโอกาสรู้จักกับ ยุทธนา วงศ์กนกสิน ซึ่งเปิดร้านซื้อขายพระทางอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว โดยมีการรับประกันว่า พระทุกองค์ที่ได้ไปจากที่นี่ เป็นพระแท้แน่นอน และบางองค์เป็นพระติดรางวัลจากงานประกวดพระใหญ่ๆ มาแล้วก็มี จึงได้ซื้อพระจากคุณยุทธยา และเมื่อนำไปให้คนอื่นตรวจสอบ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นพระแท้จริงๆ บางครั้งนำไปส่งเข้าประกวด ก็ได้รับรางวัลแทบทุกองค์ ทำให้เชื่อถือในตัวคุณยุทธนามาก จึงได้ติดต่อซื้อพระกันเป็นประจำ
ต่อได้ทราบว่า คุณยุทธนาคนนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้การดูพระมาจาก คุณวิรัตน์ กังวานวณิชย์กุล (วิรัตน์ เอไอเอ) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนเล่นพระดีคนหนึ่งของวงการ และเป็นผู้ที่ นพ.พรพรหม เมืองแมน หรือ หมอต้น ศิริราช ให้ความศรัทธาเชื่อถือมานานปี
เมื่อได้รับทราบข้อมูลของคุณยุทธนามาเช่นนี้ เสี่ยใหญ่ก็มุ่งซื้อพระจากคุณยุทธนาเป็นส่วนใหญ่ เป็นพระหลักยอดนิยม ที่คัดเอาแต่องค์ที่สวยดูง่ายเป็นหลัก แต่ถึงกระนั้นก็ได้เอาพระไปให้ผู้รู้ท่านอื่นๆ ตรวจสอบด้วยเสมอ รวมทั้งส่งพระเข้าประกวดด้วยตัวเอง ก็ได้รับรางวัลบ่อยๆ เรียกว่าตั้งแต่ได้พระมาจากคุณยุทธนา ยังไม่เคยปรากฏเป็นพระปลอมเลยแม้แต่องค์เดียว
ขณะเดียวกันก็ได้ซื้อพระจากร้านอื่นๆ ด้วย โดยใช้วิธีเดียวกัน คือ ต้องรับประกันว่า ถ้าเป็นพระปลอม ต้องรับคืนอย่างไม่มีเงื่อนไข
"การสะสมพระของผม ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพระประเภทใดประเภทหนึ่ง หากเป็นพระสวย พระหลัก พระที่วงการนิยมกัน และถูกใจผม จะซื้อหมด พระบางพิมพ์บางรุ่นผมจะซื้อเอาไว้หลายๆ องค์ หากมีองค์ที่สวยกว่า หรือสวยพอๆ กันก็จะซื้อมาเพิ่มเสมอ จนเวลานี้มีพระหลายพิมพ์ที่ผมมีถึง ๑๐-๒๐ องค์ก็มี ผมได้อาศัยพระทั้งหมดนี้มาศึกษาหาข้อมูลต่างๆ บนองค์พระ จุดสำคัญขององค์พระที่บางแห่งเราต้องหาเอาเอง และเมื่อนำพระหลายๆ องค์มาเปรียบเทียบ จะพบว่าจุดสำคัญนั้นๆ มีอยู่ในพระทุกองค์ที่มีอยู่ ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดลับได้เลยว่า พระทุกองค์ต้องมี การมีพระพิมพ์เดียวกันคราวละหลายๆ องค์ ย่อมได้เปรียบในการศึกษาหาข้อมูลบนองค์พระ สิ่งไหนที่ไม่เข้าใจก็ไต่ถามจากผู้รู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน โดยเฉพาะผมก็ได้อาศัยพี่วิรัตน์ เอไอเอ ซึ่งผมถือว่าเป็นอาจารย์ทางการดูพระของผมโดยตรง" เสี่ยใหญ่ กล่าวถึงแนวทางการสะสมพระที่น่าเอาอย่าง
เสี่ยใหญ่ กล่าวด้วยว่า "การที่จะตรวจสอบว่า พระที่เราซื้อมานั้นแท้หรือปลอม วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ส่งเข้าประกวดตามงานใหญ่ๆ ที่มีคณะกรรมการได้มาตรฐาน หากพระที่เราส่งกรรมการรับเข้าประกวด แสดงว่าพระของเราเป็นพระแท้ในระดับหนึ่ง และหากพระได้รับรางวัล แสดงว่าเป็นพระแท้แน่นอน ทุกวันนี้ผมก็ทำอย่างนี้ แม้ว่าจะเป็นพระที่ได้มาจากคนที่เราไว้วางใจที่สุดก็ตาม เพราะการส่งพระเข้าประกวดด้วยตนเอง และได้รับรางวัล นับเป็นภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากเป็นการพิสูจน์ว่าพระของเราแท้แน่นอนแล้ว ยังภูมิใจได้อีกว่า พระของเรามีความสวยงามคมชัดกว่าพระของคนอื่น สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นความปรารถนาของนักสะสมพระเครื่องทุกคน ครั้งหนึ่ง ผมเคยส่งพระเข้าประกวดมากถึง ๕๐ องค์ ได้รับรางวัลชนะเลิศกว่า ๓๐ องค์ นอกนั้นได้รับรางวัลรองๆ ลงไป แสดงว่า พระทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระแท้ เราสะสมเอาไว้ก็สบายใจไปโดยตลอด ช่วงหลังมานี้ ผมเหินห่างการประกวดพระไปบ้าง เพราะหลายครั้งที่พระเราสวยกว่า แต่ได้รับรางวัลรองๆ ลงมา ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่มีบางคนบอกว่า อาจจะแพ้พระของกรรมการก็ได้ ถ้าหากว่าเป็นความจริง ก็นับว่าไม่เป็นธรรมกับคนส่งพระทั่วๆ ไปเลย"
มาถึงทุกวันนี้ เสี่ยใหญ่ นับเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการนักสะสมพระเครื่อง ผู้มีพระยอดนิยมในครอบครองมากกว่า ๔๐๐ องค์ โดยเจ้าตัวบอกว่า ยังจะสะสมต่อไป ถ้าหากได้พระที่ไม่มีมาก่อน หรือถ้าหากเป็นพระที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นองค์ที่สวยกว่า หรือเท่าเทียมกัน ก็จะซื้อเอาไว้ทันที เพื่อจะได้เอาไว้ศึกษาในเชิงเปรียบเทียบกันต่อไป
"ทุกวันนี้ พระแท้ พระสวย และพระดูง่าย ยังมีคนต้องการกันมาก อนาคตการซื้อขายพระยังคงมีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่กลับจะกว้างขวางยิ่งๆ ขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่ หันมาสนใจสะสมกันมากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เป็นผู้ที่มีการงานที่มั่นคง มีเงินทองมาก ราคาพระในวันข้างหน้าจึงมีแต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีตกต่ำลงอย่างแน่นอน พระเครื่องจึงนับเป็นสิ่งสะสมที่มีทั้งพุทธศิลป์ พุทธคุณ และเป็นหลักทรัพย์ที่มั่นคงถาวรไปอีกนานเท่านาน" เสี่ยใหญ่ เจ้าของห้างเพชรทองชื่อดังย่านศาลายา กล่าวในตอนท้าย
ตาล ตันหยง



