พระเครื่อง

"ผมไม่อายที่จะบอกว่ายังดูพระไม่เก่ง"เคารพ ระยับพันธุ์

"ผมไม่อายที่จะบอกว่ายังดูพระไม่เก่ง"เคารพ ระยับพันธุ์

22 มี.ค. 2552

"พูดกันตามตรง ผมไม่ใช่คนดูพระเก่งกล้าสามารถแต่อย่างใด อาศัยว่า ผมจะซื้อพระจากคนที่เชื่อถือได้ และมีหลักประกันว่าเป็นพระแท้แน่นอนเท่านั้น หากมีปัญหาต้องรับคืนได้ตลอดเวลา ผมถึงจะซื้อ และหากมีคนต้องการซื้อต่อ

ผมก็จะขายให้ ในระหว่างที่พระยังอยู่ในมือผม ผมจะศึกษาหาข้อมูลต่างๆ จากองค์พระอย่างละเอียดลออที่สุด แล้วจดจำจุดสำคัญต่างๆ ขององค์พระเอาไว้ให้แม่นยำ นี่คือ แนวทางการศึกษาพระเครื่องของผม ที่ได้ยึดปฏิบัติมาเป็นเวลากว่า ๑๘ ปี จนทำให้ผมมีวันนี้ได้"  เคารพ ระยับพันธุ์ สายเลือดคนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งของวงการพระเมืองไทย

 เคารพ ระยับพันธุ์ เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ด้วยความไม่พร้อมในฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว จึงทำให้ได้เรียนหนังสือไม่มากนัก จบชั้น ปวส. ก็เข้าทำงานบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ด้วยความขยันขันแข็ง ทำงานเร็ว และเรียบร้อยเสมอ ทำให้เป็นที่รักของเจ้านายมาก

 ในขณะเดียวกัน ก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องของพระเครื่องด้วย โดยได้รับความรู้จากน้าชาย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท โดยตรง ผมจึงรู้เรื่องพระหลวงพ่อกวยได้อย่างแม่นยำ

 ต่อมาเมื่อเกิดความเบื่อเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่มีเจ้านายมาก ผมจึงลาออกมาเดินตามสนามพระ พอดีที่ตลาด อตก. เปิดศูนย์พระเมื่อปี ๒๕๓๗ เคารพก็ไปเช่าตู้พระเอาไว้ตู้หนึ่ง ให้เช่าพระหลวงพ่อกวย และพระเกจิอาจารย์อื่นๆ บ้าง เปิดอยู่ได้ปีเดียว ศูนย์พระ อ.ต.ก.ไปไม่รอด ปิดตัวลง เคารพเลยย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พระห้างมาบุญครอง เปิดอยู่ได้ประมาณ ๑๐ ปี ช่วงแรกๆ ก็ขายไม่ค่อยดี เพราะมีพระน้อย เลยค้างค่าเช่าเขาบ่อยๆ อาศัยที่ ระวิ เลิศนานาวงศ์ เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ จึงพออยู่มาได้ระยะหนึ่ง ก็หมดสัญญา ทำให้เคารพต้องอาศัยความสามารถของตัวเอง ตระเวนหาซื้อพระจากแหล่งที่เชื่อถือ มีการรับประกัน ซื้อมาขายไป ลงประกาศขายทางสื่อหนังสือพระบ้าง ทางอินเทอร์เน็ตบ้าง ก็พออยู่ได้ อาศัยว่ากล้าซื้อพระในราคาแพง จึงมีคนคอยป้อนพระให้อยู่เสมอ ไม่มีขาดมือ

 เคารพกล่าวว่า "การที่มีร้านพระอยู่บนห้างมาบุญครอง ทำให้เกิดโชคลาภ เพราะมีลูกค้าชาวจีนจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง นิยมมาพักอยู่ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ที่อยู่ในอาคารเดียวกับห้างมาบุญครอง  ลูกค้าเหล่านี้พอมีเวลาว่าง ชอบมาเดินหาซื้อของที่ห้าง ก็มาพบเห็นพระในร้านผม เกิดความสนใจ ผมก็ต้องอธิบายถึงสรรพคุณ และย้ำบอกว่า พระเหล่านี้ส่งประกวดติดรางวัลมาแล้ว รับประกันว่าเป็นพระแท้ทุกองค์ เขาก็ซื้อไป และคงจะเอาไปแห่ ถามคนรู้ เมื่อได้ความจริงเป็นพระแท้ ราคาไม่แพงนัก เขาก็พอใจ และติดใจในบริการของผม มาเมืองไทยทุกครั้ง จะต้องมาซื้อพระที่ผมเสมอ พร้อมทั้งฝากใบสั่งพระเอาไว้ด้วย อยากได้พระอะไร ผมจะไปหามาขายเขาได้เสมอ ตรงนี้ทำให้ผมมีรายได้ดีพอสมควร ทุกวันนี้ ลูกค้าเหล่านี้ ยังติดต่อซื้อพระจากผมเสมอๆ"

 ต่อมา เคารพได้ย้ายร้านไปเปิดที่ ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซ่า ถนนสุรวงศ์ ที่ได้ชื่อว่า สนามพระไฮโซ เพราะลูกค้าที่นี่ล้วนเป็นบุคคลวีไอพี นักธุรกิจชั้นนำ เจ้าของหรือผู้บริหารบริษัทห้างร้านที่มีชื่อเสียง มีฐานะการเงินดี เรื่องพระแพงไม่เกี่ยง ขอให้เป็นพระแท้และพระสวย เป็นที่ต้องการเสมอ     
เคารพ บอกว่า "การซื้อพระของผม ไม่ได้คิดว่า จะซื้อเพื่อขายแต่อย่างเดียว บางครั้งผมจะซื้อด้วยความรักและความสนใจในพระองค์นั้นๆ ก็มี พระหลายองค์ที่ผมซื้อมาแล้วไม่ขายต่อเลยก็มี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะขายมากกว่า เพราะผมไม่มีเงินทุนมากพอที่จะเก็บแพงๆ เอาไว้ได้หลายๆ องค์ จำเป็นต้องขายออกไปเพื่อเอาเงินมาซื้อพระต่อ พระที่ผมซื้อจะไม่เจาะจงประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะหากว่าพระประเภทนั้นๆ คนสนใจน้อยลง ก็จะทำให้เราอยู่อย่างลำบาก ผมถือว่าเป็นธุรกิจ จึงต้องขายได้ทุกอย่าง พระที่ผมซื้อมีหลากหลาย ตั้งแต่พระเกจิอาจารย์ พระกรุ พระเก่า พระบูชา พระกริ่ง ผมเอาหมด เมื่อซื้อมาแล้ว หากจะขายต่อ ผมจะรู้ได้ว่า ลูกค้าคนไหนชอบพระประเภทไหน เมื่อเสนอเขาไปแล้ว น้อยรายที่จะปฏิเสธไม่ซื้อ ตรงจุดนี้ ผมจะเน้นพระสวยเป็นหลัก เรื่องพระแท้ไม่ต้องพูดถึง ต้องแท้ล้านเปอร์เซ็นต์ถึงจะปล่อยออกไป ประเภทคาบลูกคาบดอก ไม่มีอย่างเด็ดขาด ผมจะถือหลักว่า ความซื่อสัตย์สุจริตต้องมาก่อนผลกำไร หากไม่มีความจริงใจกับลูกค้า เราก็อยู่ไม่ได้ วงการพระจริงๆ แล้วไม่กว้างขวางอะไร ใครทำอะไรไม่ดี เป็นต้องรู้กันทั่ว ขายพระเก๊ไปองค์เดียว เกียรติยศชื่อเสียงที่สร้างสมไว้นานปี ป่นปี้ไปหมด ผมเห็นตัวอย่างมามากแล้ว จะไม่ยอมทำตามตัวอย่างอันไม่ดีเหล่านั้นอย่างแน่นอน"
 
 แม้ทุกวันนี้ เคารพจะมีลูกค้ามาติดต่อซื้อพระอยู่เสมอ

 "พูดกันตามตรง ผมไม่ใช่คนดูพระเก่งกล้าสามารถแต่อย่างใด อาศัยว่า ผมจะซื้อพระจากคนที่เชื่อถือได้ และมีหลักประกันว่าเป็นพระแท้แน่นอนเท่านั้น หากมีปัญหาต้องรับคืนได้ตลอดเวลา ผมถึงจะซื้อ และหากมีคนต้องการซื้อต่อ ผมก็จะขายให้ ในระหว่างที่พระยังอยู่ในมือผม ผมจะศึกษาหาข้อมูลต่างๆ จากองค์พระอย่างละเอียดลออที่สุด แล้วจดจำจุดสำคัญต่างๆ ขององค์พระเอาไว้ให้แม่นยำ นี่คือ แนวทางการศึกษาพระเครื่องของผม ที่ได้ยึดปฏิบัติมาเป็นเวลากว่า ๑๘ ปี จนทำให้ผมมีวันนี้ได้"  เคารพ ระยับพันธุ์ สายเลือดคนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งของวงการพระเมืองไทย

 เคารพ ระยับพันธุ์ เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ด้วยความไม่พร้อมในฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว จึงทำให้ได้เรียนหนังสือไม่มากนัก จบชั้น ปวส. ก็เข้าทำงานบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ด้วยความขยันขันแข็ง ทำงานเร็ว และเรียบร้อยเสมอ ทำให้เป็นที่รักของเจ้านายมาก
 ในขณะเดียวกัน ก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องของพระเครื่องด้วย โดยได้รับความรู้จากน้าชาย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท โดยตรง ผมจึงรู้เรื่องพระหลวงพ่อกวยได้อย่างแม่นยำ

 ต่อมาเมื่อเกิดความเบื่อเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่มีเจ้านายมาก ผมจึงลาออกมาเดินตามสนามพระ พอดีที่ตลาด อตก. เปิดศูนย์พระเมื่อปี ๒๕๓๗ เคารพก็ไปเช่าตู้พระเอาไว้ตู้หนึ่ง ให้เช่าพระหลวงพ่อกวย และพระเกจิอาจารย์อื่นๆ บ้าง เปิดอยู่ได้ปีเดียว ศูนย์พระ อตก.ไปไม่รอด ปิดตัวลง เคารพเลยย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พระห้างมาบุญครอง เปิดอยู่ได้ประมาณ ๑๐ ปี ช่วงแรกๆ ก็ขายไม่ค่อยดี เพราะมีพระน้อย เลยค้างค่าเช่าเขาบ่อยๆ อาศัยที่ ระวิ เลิศนานาวงศ์ เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ จึงพออยู่มาได้ระยะหนึ่ง ก็หมดสัญญา ทำให้เคารพต้องอาศัยความสามารถของตัวเอง ตระเวนหาซื้อพระจากแหล่งที่เชื่อถือ มีการรับประกัน ซื้อมาขายไป ลงประกาศขายทางสื่อหนังสือพระบ้าง ทางอินเตอร์เน็ตบ้าง ก็พออยู่ได้ อาศัยว่ากล้าซื้อพระในราคาแพง จึงมีคนคอยป้อนพระให้อยู่เสมอ ไม่มีขาดมือ

 เคารพ กล่าวว่า "การที่มีร้านพระอยู่บนห้างมาบุญครอง ทำให้เกิดโชคลาภ เพราะมีลูกค้าชาวจีนจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง นิยมมาพักอยู่ที่โรงแรมรอยัลปริ้นเซส ที่อยู่ในอาคารเดียวกับห้างมาบุญครอง  ลูกค้าเหล่านี้พอมีเวลาว่าง ชอบมาเดินหาซื้อของที่ห้าง ก็มาพบเห็นพระในร้านผม เกิดความสนใจ ผมก็ต้องอธิบายถึงสรรพคุณ และย้ำบอกว่า พระเหล่านี้ส่งประกวดติดรางวัลมาแล้ว รับประกันว่าเป็นพระแท้ทุกองค์ เขาก็ซื้อไป และคงจะเอาไปแห่ ถามคนรู้ เมื่อได้ความจริงเป็นพระแท้ ราคาไม่แพงนัก เขาก็พอใจ และติดใจในบริการของผม มาเมืองไทยทุกครั้ง จะต้องมาซื้อพระที่ผมเสมอ พร้อมทั้งฝากใบสั่งพระเอาไว้ด้วย อยากได้พระอะไร ผมจะไปหามาขายเขาได้เสมอ ตรงนี้ทำให้ผมมีรายได้ดีพอสมควร ทุกวันนี้ ลูกค้าเหล่านี้ ยังติดต่อซื้อพระจากผมเสมอๆ"

 ต่อมา เคารพได้ย้านร้านไปเปิดที่ ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซา ถนนสุรวงศ์ ที่ได้ชื่อว่า สนามพระไฮโซ เพราะลูกค้าที่นี่ล้วนเป็นบุคคลวีไอพี นักธุรกิจชั้นนำ เจ้าของหรือผู้บริหารบริษัทห้างร้านที่มีชื่อเสียง มีฐานะการเงินดี เรื่องพระแพงไม่เกี่ยง ขอให้เป็นพระแท้และพระสวย เป็นที่ต้องการเสมอ  
แนวทางการซื้อขายพระของเคารพ ถือหลักว่า ซื้อแพงหน่อยแต่เป็นพระแท้ ดีกว่าไปเที่ยวเดินหาซื้อของถูก แต่เป็นของปลอม ฉะนั้น พระส่วนใหญ่จึงซื้อจากผู้ที่เชื่อถือได้ มีการรับรอง อะไรที่เราดูไม่เป็น บอกเขาตามตรง ไม่ต้องอาย ขอความรู้จากเขา คนเราเมื่อมีการซื้อขายกันบ่อยๆ ผู้ใหญ่จะเมตตาสงสาร บอกความจริงเราเสมอ

 ตรงจุดนี้ เคารพบอกว่า "ผมยึดตามคำพูดของเฮียเกี๊ยก (ทวีทรัพย์) ที่บอกเสมอว่า อย่าเล่นแบบคนดูพระเป็น ต้องเล่นแบบคนดูพระไม่เป็น โอกาสจะผิดพลาดย่อมมีน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องไม่อวดเก่ง อวดดี ผมโชคดีที่มีรุ่นพี่ที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดี อย่างเช่น เฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์ พี่หมึก ท่าพระจันทร์ พี่ดำ พี่วัฒน์ บางแค ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่น่านับถือจริงๆ "

 "ผมทำงานแบบไม่มีวันหยุด ทำทุกวัน ตระเวนหาซื้อพระทุกที่ทุกทาง ทุกสนามพระ โดยไม่มีวันหยุดเลย ขณะเดียวกัน ที่ร้านบนมณเฑียรพลาซา ผมจะไปเปิดรอลูกค้าทุกวันเช่นกัน"

 โดยส่วนตัว ผมชอบพระสวยพระแปลกที่หายาก แต่ต้องมีเหตุผล อย่างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี ๒๕๐๘ เนื้อเงิน อันนี้ไม่ค่อยมีใครเขาได้กัน ผมก็ได้มา เพราะเห็นว่าเป็นของหายาก เวลานี้หากจะขายก็ต้อง ๑ ล้านบาทขึ้นไป หรืออย่างพระชัยเนาวโลหะ รัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีเพียง ๓๖ องค์ คนที่ได้รับพระราชทานมาล้วนเป็นระดับเจ้านายชั้นสูงทั้งสิ้น ผมก็ได้มาองค์หนึ่ง เวลานี้มีคนให้ราคา ๒ ล้านกว่าแล้ว"

 สำหรับ "ของดี" ที่ติดตัวอยู่เสมอ คือ นามบัตรหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ซึ่งท่านได้ปลุกเสกไว้แล้ว เรื่องเมตตามหานิยมเป็นเลิศ แคล้วคลาดปลอดภัยเสมอ นอกจากนี้ยังมี ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ซึ่งเคยเกิดประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดมาแล้ว

  

"}])