พระเครื่อง

"ตั้งโต๊ะรับเช่าทุกองค์" 
ประกวดพระในแบบ...สถาบันโบราณศิลป์

"ตั้งโต๊ะรับเช่าทุกองค์" ประกวดพระในแบบ...สถาบันโบราณศิลป์

15 มิ.ย. 2553

งานประกวดการอนุรักษ์พระบูชาพระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ ที่สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยให้การสนับสนุนดำเนินการ โดยส่งกรรมการของสมาคมไปช่วยในการตัดสินชี้ขาด โดยเฉพาะกรรมการตัดสินชุดเบญจภาคีไปร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน ถือเป็นงานประกวดพระที่มีคุณภาพ ทั้

    ในส่วนของรายได้จากการจัดงานนั้นมาจาก ๒ ส่วน คือ ๑.รายได้ที่เกิดจากเงินบริจาคของผู้สนับสนุน ในรูปแบบโฆษณารายการประกวดพระ โฆษณาในหนังสือรางวัล และการประมูลของในคืนงานเลี้ยงรับรองกรรมการ ยิ่งผู้จัดงานเป็นผู้กว้างขวาง หรือมีบารมาก เงินรายได้ส่วนนี้ก็จะมากเป็นเงาตามตัว หรืออาจจะเรียกว่า  "เงินมาจากบารมีผู้จัดงาน"

 และ ๒.รายได้จากการประกวดพระจริงๆ ประกอบด้วย การจำหน่ายบัตรผ่านประตู การจำหน่ายกล่องพระ และจากการให้เช่าแผงพระ

 ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบสัดส่วนของรายได้พบว่า เงินรายได้มาจากผู้สนับสนุนในรูปแบบต่างๆ จะมากกว่ารายได้จากการประกวดพระจริงๆ หลายเท่า องค์กรที่จัดงานแล้วขึ้นชื่อว่ามีรายได้จากผู้สนับสนุนจำนวนมาก คือ องค์กรตำรวจ รองลงมาต้องยกให้องค์กรทหาร ส่วนหน่วยงานราชการต่างๆ มาเป็นอันดับ ๓ ในขณะที่องค์กรท้องถิ่นส่วนใหญ่จะได้ในเรื่องของชื่อเสียงมากกว่ารายได้ที่เป็นตัวเงิน

 ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่างานประกวดพระทุกงานผู้จัดจะหวังเงินรายได้จากผู้สนับสนุนบริจาคในคืนวันเลี้ยงรับรองกรรมการตัดสินพระ แต่มีอยู่งานเดียวที่เงินรายได้จากผู้สนับสนุนบริจาค หากแต่หวังเงินรายได้จากผู้ส่งพระเข้าประกวดอย่างเดียวเท่านั้น

 งานประกวดพระดังกล่าวคือ งานประกวดพระของสถาบันโบราณศิลป์ ซึ่งนายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ เป็นผู้อำนวยการและประธานจัดงาน

  การจัดงานประกวดพระเครื่องแบบบูรณาการและแบบขาดปัจจัยการตลาด โดยเน้นที่พระชุดเบญจภาคีและพระสมเด็จ ของสถาบันโบราณศิลป์ โดยนายอรรถภูมิ เป็นที่ฮือฮาเขย่าวงการ สร้างความหวังให้ผู้พิสมัยในพระเบญจภาคีและพระสมเด็จ จนวิ่งล่าฝันกันขวักไขว่ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาเซียนพระทั่วประเทศ มีทั้งเสียงสวดและเสียงสรรเสริญ แต่อรรถภูมิก็ยังคงเป็นอรรถภูมิที่ไม่เหมือนใคร ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์

 ล่าสุดนายอรรถภูมิ ประกาศออกมาว่า พร้อมจัดงานประกวดพระมาตรฐานความนิยม ครั้งที่ ๑ ถึง ๑,๕๐๐ รายการ ครอบคลุมพระเครื่องยอดนิยมทุกประเภท พร้อมกับทำหนังสือแจ้งถึงนายพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทยทราบ ในฐานะที่สมาคมเป็นองค์กรนิติบุคคลหลักของวงการพระเครื่อง แม้โบราณศิลป์จะเป็นองค์กรเอกชนเล็กๆ แต่พร้อมร่วมจรรโลงวงการให้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควร เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งเพื่อให้การจัดงานในวันดังกล่าวไม่ตรงหรือซ้ำซ้อนกัน

 “ผมกล้าท้าให้บรรดามือผีพาเหรดกันนำพระเก๊ไปแห่ประกวด เพราะถ้างานนี้ตัดสินผิดพลาด เอาพระเก๊ติดโบว์พระแท้ ในฐานะประธานดำเนินงานพร้อมแสดงความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว โดยพร้อมรับเช่าบูชาเข้ามาในมูลค่าสิบเท่าของอัตราค่านำส่ง เช่น พระประเภททั่วไปค่าส่งองค์ละ ๓๐๐ บาท พระยอดนิยม ๔๐๐ บาท และพระเบญจภาคี ๕๐๐ บาท หากงานนี้ตัดสินผิดพลาด ยินดีรับเช่าบูชาในมูลค่าสิบเท่าของอัตราค่านำส่งของค่าส่งประกวดแต่ละรายการ โดยจัดให้มีห้องรับเช่าบูชาพระ โดยจะมีคณะกรรมการผู้ชำนาญการพร้อมที่จะเช่าพระแท้ตามหลักมาตรฐานทุกสภาพ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหลายล้านบาทด้วยเงินสด” นี่เป็นคำยืนยันของนายอรรถภูมิ

 รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการเป็นหนังสือปกแข็งชื่อ พระเครื่องอมตะเถราจารย์สองยุค : พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ และพระสมเด็จ วัดระฆัง และขอบอกว่าไม่เคยมีใครกล้าจัดและกล้าให้รางวัลชนะเลิศรวมทุกๆ ๔ โต๊ะ โดยต้องได้โล่รางวัลรวมกันอย่างต่ำ ๕ โล่ โดยผู้ที่ได้โล่รวมมากที่สุดทุก ๔ โต๊ะ จะได้รับแว่นส่องพระยี่ห้อ Zeiss หุ้มเงินแท้ จำนวน ๑๑ รางวัล และรางวัลชนะเลิศรวมทุกรายการ จะได้รับแว่นส่องพระ Zeiss หุ้มทองคำแท้ ๑ รางวัล

 พร้อมกันนี้ นายอรรถภูมิ ยังบอกด้วยว่า พระแท้ต้องแท้ทุกสนามการประกวด แต่ที่ผ่านมาโอกาสที่พระปลอมฝีมือจัดมีสิทธิติดรางวัล เมื่อติดรางวัลก็สามารถไปบอกขายเป็นพระแท้ได้ ซึ่งผู้เช่าพระที่ติดรางวัลจากงานประกวดที่ไม่มีคุณภาพต้องระวังให้มาก ในการจัดงานครั้งนี้แต่อยากท้าบรรดามือผีที่พร้อมมาลองดีลองของ คัดสรรพระเก๊เฉียบมาส่ง หวังติดรางวัลและเอามาขาย ซึ่งเป็นเพียงการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นว่า งานนี้คณะกรรมการจะทำงานด้วยความพิถีพิถัน คัดสรรพระติดรางวัลอย่างยุติธรรมที่สุด และแน่นอนว่างานนี้ไม่มีสปอนเซอร์ อีกทั้งยังพร้อมต้อนรับแผงพระทั่วประเทศ

 ท่านใดมีพระเครื่องจะไปลองตาคณะกรรมการตัดสิน สามารถส่งพระเข้าประกวดในงานได้ โดยจัดประกวด ๒ วัน คือ วันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ มิถุนายนนี้ ที่โรงแรมเดอะริช เชิงสะพานพระราม ๕ ฝั่งวัดสังฆทาน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐-๒๘๗๙-๕๗๘๘ และ ๐๘-๑๔๐๙๗-๕๗๘๘ โรงแรมเดอะริช ๐-๒๔๔๖-๗๗๐๐

ร่วมบุญสร้างพระเจดีย์วัดแม่ขะจาน
 วัดแม่ขะจาน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ขะจาน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ดินวัดมีเนื้อที่ ๔ ไร่ สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๕๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖ วัดแม่ขะจาน (ปัจจุบัน) อยู่ด้านเหนือวัดแม่ขะจานเดิม ซึ่งถูกพม่าเผาเมื่อ ๒๐๐ ปีก่อน เนื่องจากเป็นประตูสู่พม่า

 ในยามสงคราม ชาวบ้านย่านนี้จึงถูกทหารพม่าข่มขี่ รังแก อาทิ เผายุ้งข้าวทำให้ปีนั้นชาวบ้านอดอยากแร้นแค้น ไม่มีข้าวหุงกิน ฯลฯ

 ชาวบ้านบางส่วนจึงอพยพโยกย้ายไปอยู่ที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย และตั้งชื่อชุมชนใหม่ ณ ที่นั้นว่า "บ้านแม่ขะจาน" ตามชื่อเดิมที่จากมา "เมืองกื้ด" (ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง)

 นายอรรถภูมิบอกว่า ในการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์จะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสมทบสร้างพระเจดีย์ที่วัดแม่ขะจาน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้วางศิลาฤกษ์ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้มูลค่าการก่อสร้างเจดีย์ประมาณ ๑.๒ ล้านบาท

 "งานนี้ตัดสินผิดพลาด เอาพระเก๊ติดโบว์พระแท้ ในฐานะประธานดำเนินงานพร้อมแสดงความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ยินดีรับเช่าบูชาในมูลค่าสิบเท่าของอัตราค่านำส่ง"

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

"}])