พระเครื่อง

ชั่วโมงเซียน-สุดยอดพระเครื่องวัดบวรฯ

ชั่วโมงเซียน-สุดยอดพระเครื่องวัดบวรฯ

13 มิ.ย. 2553

วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ฝ่ายธรรมยุต ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศ และถนนพระสุเมรุ ในท้องที่แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร วัดบวรนิเวศวิหาร ชื่อวัด “บวรนิเวศ” เทียบได้กับ “บวรสถาน” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “วัดบน” ซึ่งเทียบได้กับ “วังบน” อั

 ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ ทรงปรับปรุงวางหลักเกณฑ์ความประพฤติ ปฏิบัติของพระสงฆ์ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยมีพระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติตามอย่างพระองค์เป็นอันมาก  ในคราวที่พระองค์เสด็จมาครองวัดก็ได้นำเอาการประพฤติปฏิบัตินั้นมาใช้ในการปกครองพระสงฆ์ ณ วัดนี้ด้วย

 เดิมที่มีการเรียกพระสงฆ์คณะนี้ว่า “บวรนิเวศาทิคณะ” อันเป็นชื่อสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาจึงได้ชื่อว่า “คณะธรรมยุติกนิกาย” ซึ่งแปลว่าคณะสงฆ์ผู้ซึ่งปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  จึงถือว่าวัดบวรนิเวศวิหารเป็นสำนักเอกเทศแห่งคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายเป็นวัดแรก

 วัดบวรฯ มีเจ้าอาวาสปกครอง นับแต่พุทธศักราช ๒๓๗๙ มาโดยลำดับตามนี้  ๑.พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎสมมุติเทววงศ์ ทรงครองวัดระหว่างพุทธศักราช ๒๓๗๙-๒๓๙๔

 ๒. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงปกครองวัดระหว่างพุทธศักราช ๒๓๙๔-๒๔๓๕

 ๓. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่  ๑๐  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงปกครองวัดระหว่างพุทธศักราช ๒๔๓๕-๒๔๖๔

 ๔. สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์  (หม่อมราชวงศ์ชื่น  สุจิตฺโต  นพวงศ์)  สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงปกครองวัดระหว่างพุทธศักราช ๒๔๖๔-๒๕๐๑

 ๕. พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ  ธรรมประทีป)  ปกครองวัดระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๑-๒๕๐๔ และ ๖. สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ  สุวฑฺฒโน คชวัตร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๙  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ทรงปกครองวัดตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๔ จนถึงปัจจุบัน 

 ในส่วนของการจัดสร้างพระเครื่องของวัดบวรฯ นั้น ถือว่าเป็นแม่แบบของการจัดสร้างพระ โดยเฉพาะพระกริ่งปวเรศ ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของพระกริ่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างโดยองค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรวิหาร ทรงสร้างด้วยเนื้อนวโลหะ เพื่อประทานแก่เชื้อพระวงศ์ เจ้านายในวังที่สนิทคุ้นเคย หรือผู้ที่เห็นสมควรเท่านั้น และสร้างไว้เป็นจำนวนที่ไม่มากนัก

 ตามประวัติที่กล่าวไว้ว่า ท่านได้สร้างไว้รวมทั้งหมดไม่น่าจะเกิน ๓ ครั้ง และรวมทั้งสิ้นแล้วมีประมาณกว่า ๓๐ องค์ โดยสร้างตามตำราที่ตกทอดมาจากสมเด็จพนรัต วัดป่าแก้ว ในสมัยอยุธยา  ซึ่งเป็นอาจารย์ขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ส่วนค่านิยมนั้น เท่าที่ทราบมีการเช่ากันไม่ตำกว่า ๒๐ ล้านบาท

 เรื่องของพระกริ่งปวเรศ ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีการประมาณว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ จะทรงสร้างพระกริ่งปวเรศประมาณ ๓๐ องค์ แต่กลับมีผู้ครอบครองพระกริ่งปวเรศที่ยืนยันว่าเป็นของแท้มากถึงหลักร้อยองค์ บางรายยืนยันว่า ครอบครองพระกริ่งปวเรศมากถึง ๗ องค์ นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่ครอบครองส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบริษัท ข้าราชการระดับสูง

 นอกจากนี้แล้วยังมีพระกริ่งอีกหลายรุ่นที่ได้รับความนิยม เช่น ๑.พระกริ่งบัวรอบ สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๗ ค่านิยมอยู่ในหลักแสนต้นๆ ๒.พระกริ่งไพรีพินาศ บัวเหลี่ยม บัวแหลม สร้าง พ.ศ.๒๔๙๖ เนื่องในวาระครบรอบ ๘๐ พรรษาของสมเด็จสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชริญญวงศ์ ท่านฉลองอายุ พ.ศ. ๒๔๙๕ แต่มีการสร้างพระ พ.ศ.๒๔๙๖

 และในคราวเดียวกัน ได้จัดสร้างเหรียญไพรีพินาศด้วย ค่านิยมพระกริ่งไพรีพินาศ บัวเหลี่ยม และบัวแหลม อยู่ในหลักแสนต้น ส่วนพระไพรีพินาศ ขนาด ๓ ค่านิยมอยู่ในหลักแสนกลางๆ และ ๓.พระกริ่ง ๗ รอบ สร้าง พ.ศ. ๒๔๙๙ ค่านิยมอยู่ในหลักแสนต้นๆ ในคราวนี้ได้มีการจัดสร้างพระชินสีห์ ขนาดบูชาหน้าตัก ๔ นิ้ว ค่านิยมอยู่ในหลักแสนกลางๆ รวมทั้งบาตรน้ำมนต์ (พ.ศ. ๒๔๙๑ -๒๔๙๕ และ ๒๔๙๙)

 ส่วนเหรียญที่นิยมต้องยกให้ คือ เหรียญพระพุทธชินสีห์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ในวงการเรียกว่า "ปู่เหรียญ" เนื่องจากเป็นเหรียญที่จารึก พ.ศ.ลงบนเหรียญเก่าที่สุดของเมืองไทย ขณะที่เหรียญออกในโอกาสที่ ร.๕ เสด็จกลับจากยุโรป ค่านิยมอยูในหลักแสน และเหรียญปวเรศบาตรน้ำมนต์ พ.ศ.๒๔๔๓ แต่ไม่ได้จารึก พ.ศ.ไว้ในเหรียญ

 นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างเหรียญชุดตั้งโต๊ะ ศิลปะแกะแบบช่างจีน เหรียญปวรเรศมือ

 สำหรับเหรียญอันเป็นที่แสวงหาและกล่าวขานของวงการพระเครื่องต้องยกให้ เหรียญในหลวงทรงผนวช เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อทองแดง และเนื้ออัลปาก้า เหรียญนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ในโอกาสฉลองพระเจดีย์ทองของวัด เนื้อทองคำ ค่านิยมที่มีการซื้อล่าสุดประมาณ ๓ ล้านบาท เนื้อเงิน ค่านิยมหลักแสนกลางๆ เนื้อทองแดง ค่านิยมหลักแสนต้นๆ และเนื้ออัลปาก้า ค่านิยมหลักหมื่นปลาย

 นอกจากนี้แล้ว ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) ยังมีการจัดสร้างพระชินสีห์ ขนาด ๖ นิ้ว และ ๘ นิ้ว รูปหล่อกรมพระยาปวรเศรฯ รวมทั้งพระปางบำเพ็ญทุกข์กริยา โดย ร.๕ ได้สั่งทำมาจากประเทศอิตาลี ค่านิยมพระรุ่นนี้ เช่น พระชินสีห์ ขนาด ๖ นิ้ว และ ๘ นิ้ว ค่านิยมอยู่ในหลักล้าน ส่วนรูปหล่อกรมพระยาปวรเศรฯ ค่านิยมอยู่ในหลักแสนปลาย พระปางบำเพ็ญทุกข์กริยา ค่านิยมอยู่ในหลักแสนต้นๆ

 อย่างไรก็ตาม เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปี แห่งการก่อตั้งศาลปกครอง ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ นี้ มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางการปกครอง สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ จะจัดงานประกวดพระเครื่องขึ้น ณ บริเวณชั้น ๑๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ จึงอยากขอเชิญผู้สนใจส่งพระเข้าประกวดอย่างพร้อมเพรียงกัน

 ผู้ส่งพระเข้าประกวดที่ชนะเลิศแต่ละรายการจะได้รับมอบหนังสือ "รวมพระชุดวัดบวรนิเวศวิหาร" ซึ่งความพิเศษอยู่ที่พระสำคัญๆ แต่ละรุ่นจะมีภาพถ่ายไม่ต่ำกว่า ๒ องค์ เพื่อที่จะเกิดข้อเปรียบเทียบในการศึกษาจากหนังสือเล่มดังกล่าว

 ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ได้นำมาลง ใช่ว่าจะไม่ได้รับความนิยม แต่ค่านิยมของพระไม่สูง อยู่ในหลักพันต้นๆ

ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์

"}])