พระเครื่อง

"ในหัวใจเราต้องมีพื้นที่ให้คนอื่นบ้าง" 
พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ

"ในหัวใจเราต้องมีพื้นที่ให้คนอื่นบ้าง" พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ

11 มิ.ย. 2553

"อาตมาเคยใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่บ้าง ก็คุยกับเพื่อนๆ กันว่า การเคลื่อนไหวอย่างที่ผ่านมานั้น จะต้องนำไปสู่ความรุนแรงแน่ๆ แต่เสียงเราไม่ดัง และไม่สามารถไปยับยั้งอะไรได้มากนัก อาตมาเองโดยส่วนตัวก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ขอเป็นเหตุปัจจัยอย่า

   พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ หนึ่งในกลุ่มพุทธทาสศึกษา เล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟัง ท่านเป็นพระที่ได้รับนิมนต์พร้อมกับพระสุพจน์ สุวโจ และสหธรรมมิกอีกสองสามรูปจากสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี ให้มาจำพรรษาที่สวนป่าเมตตาธรรม บ้านห้วยงูใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อสิบกว่าปีก่อน กระทั่งเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๘ พระสุพจน์ ถูกลอบสังหารด้วยของมีคมอย่างโหดร้ายที่นั่น ขณะที่ท่านอยู่ที่มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ กรุงเทพฯ

 ผ่านไปจะครบ ๕ ปีอยู่แล้ว กับความไม่คืบหน้าของคดี วันนี้พระกิตติศักดิ์มองใหม่ว่า จะทำอย่างไรที่จะสานต่องานของท่านสุพจน์ แทนที่จะเป็นเรื่องของการเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องให้มีผู้รับผิดชอบ หรือเรียกร้องให้คดีถูกรื้อฟื้นเพียงอย่างเดียว

 "ก็พยายามดูว่างานของท่านสุพจน์ งานของกลุ่มพุทธทาสศึกษาเอง เห็นว่า นอกจากการสืบสานงานของท่านอาจารย์พุทธทาสที่นำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ แล้ว งานด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่เราทำกันมาอย่างต่อเนื่องสิบกว่าปี ตั้งแต่มาอยู่ที่ฝาง เพียงแต่ไม่ได้ตีฆ้องร้องป่าวอะไร ปีนี้ก็มีคนร่วมกันหลายฝ่าย ประเด็นหนึ่งก็คงเป็นเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ว่าเราจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง เบื้องต้นเรามาปลูกต้นไม้กัน ต่อไปเราก็คงจะต้องปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความเมตตาให้มากขึ้น"

 พระกิตติศักดิ์ เคยร่วมงานกับนักการเมืองหลายคนสมัยที่ยังไม่ได้บวช ท่านจึงมีอุดมคติทางการเมืองไม่น้อย แต่ในที่สุดท่านเห็นว่า การเมืองให้สัจธรรมที่จริงแท้อย่างหนึ่งคือ ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ หาความบริสุทธิ์ที่แท้จริงไม่ได้ จึงหันมาศึกษาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งกระทั่งออกบวช และไปจำพรรษาที่สวนโมกข์ จัดอบรมธรรมะอย่างสร้างสรรค์ ท่านเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการเดินธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา จนกระทั่งนำพุทธศาสนาออกมาเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง  

 "อาตมาเคยร่วมงานกับนักการเมืองและคุณวีระ มุสิกพงศ์อยู่บ้าง อาตมามองว่า การแสดงออกของคุณวีระ ถึงจุดหนึ่งก็ไม่สามารถที่จะนำมวลชนไปได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ได้แสดงอะไรบางอย่างออกมาให้เห็นอยู่ ที่น่าเห็นใจก็คือว่า มีหลายกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งกันและกัน แล้วมาร่วมกันเรียกร้องในประเด็นทางการเมืองอย่างหนึ่งอย่างใด มันมีความเกี่ยวพันที่ซับซ้อน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะสังคมเรามีจุดอ่อนหลายอย่าง แล้วปัญหามันสะสมมานาน เมื่อมันมีช่องทางที่ร่วมกันแสดงออก มันก็แสดงออกในลักษณะที่ใหญ่โต แล้วมันก็เป็นเหมือนการปะทุของภูเขาไฟที่คุกรุ่นมานาน

 "ไม่อาจสรุปว่า พันธมิตรฯ จัดกระบวนการชุมนุมได้ดีกว่า นปช. แต่การชุมนุมของนปช.ที่ออกมาอย่างนี้ ทำให้ไม่มีทางที่จะได้ตามข้อเรียกร้อง ไม่มีทางที่จะได้มวลชนจำนวนมากอย่างที่ต้องการ เพราะว่าพอมีการชุมนุม แล้วมีการสูญเสียเกิดขึ้น ไม่มีใครรับผิดชอบได้ แม้กระทั่งรัฐบาลเอง ก็ต้องมีการศึกษา ทบทวน ไปในอนาคตว่า เราจะดูแลการเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอย่างไร เพราะว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป จะเกิดแนวคิดเกี่ยวกับการชุมนุมในรูปแบบอย่างนี้ขึ้นมาอีก แล้วมันจะเป็นรูปแบบของความรุนแรง และมันจะไปทำให้การเรียกร้องของผู้ที่เดือดร้อนจากอะไรก็ตาม เช่น จากโครงการพัฒนาของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขื่อนปากมูล โรงไฟฟ้าฯ บ่อนอก หรือปัญหาอื่นๆ ก็จะถูกอำนาจรัฐจัดกระบวนเพื่อปราบปรามเข้ามาจัดการไปหมด แล้วจากนี้ไปสิทธิเสรีภาพตามระบอบรัฐธรรมนูญมันจะสูญหายไป ซึ่งตรงนี้ต้องระวัง"

 อีกสิ่งหนึ่งที่พระกิตติศักดิ์เป็นห่วงคือวาทกรรมของรัฐ 
 "คือการที่รัฐใช้วิธีการที่เรียกว่า การขอพื้นที่คืน หรือการกระชับพื้นที่ก็ตาม แล้วเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่นับที่เป็นผลต่อเนื่อง เช่น การเผาสิ่งปลูกสร้าง หรือการทำลายโน่นนี่ที่ทำให้ไปกันใหญ่ ตรงนี้รัฐต้องมีความรับผิดชอบและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ชุมนุมเองก็ต้องศึกษาทบทวนพอสมควร เพราะถ้ามีการชุมนุมและมีกองกำลังติดอาวุธ บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ 

 สุดท้าย เราต้องยอมรับว่าโลกนี้มันต้องมีทั้งความเหมือนและความต่าง ในหัวใจของเราต้องมีพื้นที่ให้คนอื่นบ้าง ต้องให้พื้นที่กับคนที่เขาเห็นไม่ตรงกับเราด้วย เพราะว่าถ้าโลกเหมือนกันไปหมด นอกจากมันจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เราก็อยู่ไม่ได้ โดยสัจจะ โดยความเป็นจริงของโลก มันเป็นการอยู่ร่วมกันของความหลากหลาย แล้วมันต้องพึ่งพิงอิงอาศัยกัน ตามกฎของอิทัปปัจจยตา แม้แต่ตัวเราเองก็เป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายต้องพร้อมที่จะรับฟัง และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันต้องพร้อมที่จะทำบางเรื่องที่มันเป็นความอยู่รอดของมนุษยชาติร่วมกัน"

 ถ้ามนุษย์กระทำแต่เฉพาะที่เป็นฝ่ายตัวเอง มนุษยชาติจะไม่มีทางรอด มันจะต้องมีอะไรที่เราทำเพื่อส่วนรวมด้วย แม้กระทั่งสื่อมวลชนเอง ในระยะหลัง อาตมาใช้ทวิตเตอร์ ซึ่งตามข่าวได้หลายๆ ฝ่าย สังเกตได้เลยว่า นักข่าวก็ไม่เป็นกลาง ในแง่ที่ว่า นักข่าวก็มีธงในใจ ทำให้บางเรื่องก็มองไม่เห็น หรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เพราะว่ามันไม่ใช่อย่างที่นักข่าวต้องการ

 "เดิมสังคมเราเป็นสังคมอะไรก็ได้ เรามีคำพูดติดปากว่า ไม่เป็นไร แต่พอมาถึงตอนนี้ สังเกตได้เลย คำว่าไม่เป็นไร มันน้อยลงแล้วนะ เรากำลังพร้อมที่จะชนกับคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาตมานั่งแท็กซี่ เจอแท็กซี่เสื้อเหลือง ก็ด่าเสื้อแดง นั่งแท็กซี่เสื้อแดงก็ด่าเสื้อเหลือง น้อยมากที่จะเจอแท็กซี่ที่พูดอะไรเป็นกลางๆ เรื่องอย่างนี้ เมื่อก่อนมันมีแค่เรื่องกีฬา มันจะมีว่า นี่เป็นแฟนคลับของแมนยูฯ นี่เป็นแฟนคลับของลิเวอร์พูล แต่พอเอาเรื่องนี้มาใช้ในทางการเมือง คือ การกีฬาแข่งแล้วเลิก แต่ทางการเมืองแข่งแล้วไม่เลิก เพราะฉะนั้นมันอันตรายมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ด่วนที่สุด ที่เราจะต้องร่วมกันคิดหาทางออก ไม่ให้เราติดกับดักของสมมติที่มีแพ้ หรือชนะ และพรรคพวกของตน"  

    "สิ่งเสียหายทางวัตถุ มันฟื้นฟูได้ แต่ความเสียหายทางจิตใจ มันเสียหายในเรื่องมโนธรรมสำนึก มันเยียวยากันลำบาก ตรงนี้จะไปโทษใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้ เราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นในทางหนึ่งที่ทำได้ก็คือ ทำอย่างไรให้การเรียกร้องทางการเมือง เป็นเรื่องของการหันหน้าเข้าหากัน เป็นกัลยาณมิตร เอาใจใส่กันตั้งแต่เบื้องต้น แม้ว่าเราจะสูญเสียไปแล้ว ก็มานับหนึ่งใหม่ด้วยกัน ไม่มีอะไรสายเกินไป"

 เช่นเดียวกับการจากไปของพระสุพจน์ แม้ตัวท่านจะจากไปไม่หวนกลับ แต่การสืบสานปฏิธานธรรมของท่านยังคงต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้  

 ***ขอเชิญร่วมกิจกรรม กึ่งทศวรรษแห่งการจากไปของพระสุพจน์ สุวโจ ร่วมทอดผ้าป่าพันธุ์ไม้ และร่วมปลูกป่ารักษาธรรมชาติ วันที่ ๑๕-๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ สวนป่าเมตตาธรรม จ.เชียวใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ๐-๒๘๐๐-๑๒๑๔ 

"มนสิกุล โอวาทเภสัชช์"

"}])