พระเครื่อง

นายสุชาติ เวโรจน์กับ...ปาฏิหาริย์หายจากโรคมะเร็ง

นายสุชาติ เวโรจน์กับ...ปาฏิหาริย์หายจากโรคมะเร็ง

29 พ.ค. 2553

“ศาลปกครอง” เป็นศาลที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ปัจจุบันมี “นายสุชาติ เวโรจน์” เป็นเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และก่อนที่จะมารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว

 นายสุชาติป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอ ถึงขนาดต้องฉายแสง ๓๓ ครั้ง ชนิดที่เรียกว่า ใครๆ รวมทั้งตัวเองทำใจว่าอย่างไรก็หนีความตายไปไม่พ้น แต่ปัจจุบันนี้มีลมหายใจมา ๕ ปี และยังทำงานตามปกติ ราวกับว่า หากไม่บอกคงไม่รู้ว่าเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อนและผ่านการฉายแสงมา ๓๓ ครั้ง

 “เหตุที่ยังไม่ตายน่าจะมาจากหลายเหตุผลผสมกัน นอกจากรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ยังไปกราบไหว้อธิษฐานขอพรจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ด้วย ระหว่างที่รักษาด้วยวิธีการฉายแสงนั้น ได้เดินทางไปกราบไหว้องค์พระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ จ.แพร่ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล (ปีเสือ) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าโรคมะเร็งหายอย่างอัศจรรย์ใจ และทุกวันนี้หากว่างเว้นจากงานประจำจะขับรถไปกราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุช่อแฮปีละ ๒-๓ ครั้ง” นี่คือคำบอกเล่าของนายสุชาติ

 พร้อมกันนี้นายสุชาติยังบอกด้วยว่า ครั้งหนึ่งเคยคิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่วันนั้นปืนไม่มีลูก หากมีลูกวันนี้คงไม่มีชื่อนายสุชาติ เวโรจน์ เป็นเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

 เหตุที่คิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากตัวเองขาหักกระดูกแตก จากที่เคยเป็นเป็นที่พึ่งของคนอื่น ใครมาขอความช่วยเหลือก็ให้ได้หมด เมื่อขาหักการช่วยเหลือคนอื่นไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดตัวเองยังช่วยไม่ได้ นั่งก็เครียด นอนก็เครียด เคยคิดอยากยิงตัวตาย แต่กระสุนไม่มี คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะจ้างคนไปซื้อ เผอิญวันนั้นโรงพยาบาลชลประทานส่งรถมารับไปรักษา ทำกายภาพบำบัดอยู่ ๓ เดือน ก็หายเป็นปกติ

 แม้ว่าจะมีพระดังๆ ดีๆ หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็น พระสมเด็จ พระรอด ลำพูน แต่นายสุชาติกลับเลือกแขวนพระหลวงปู่ทวดลอยองค์ เนื้อทองคำเพียงองค์เดียว โดยเขาให้เหตุผลว่า “เป็นสมบัติของพ่อ และเป็นพระที่พ่อแขวนขณะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน”

 นอกจากนี้ยังมีสมบัติของพ่ออีกชิ้นหนึ่งที่นายสุชาติใส่อยู่ทุกวัน คือ นาฬิกา แม้ว่าจะเป็นนาฬิกาเก่าๆ ราคาเรือนละไม่เท่าไร แต่เขาพูดไว้อย่างน่าคิดว่า “แขวนพระและใส่นาฬิกาของพ่อเพื่อระลึกถึงท่าน”

 นอกจากแขวนพระหลวงปู่ทวดแล้ว นายสุชาติยังบอกด้วยว่า มีคาถาบทหนึ่งที่ท่องอยู่เป็นประจำ คาถาบทที่ท่อง คือ คาถาหลวงปู่ทวดที่ว่า “นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” โดยก่อนท่องคาถาบทนี้ ให้เริ่มต้นด้วยการตั้งนะโม ๓ จบ โดยพุทธคุณคาถาบทนี้หากท่องเป็นประจำจะคุ้มครองให้เราแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ทั้งแม่และพ่อจะให้ท่องทุกๆ วัน ตั้งแต่ยังจำความได้

 เมื่อท่องจบแล้ว อยากได้อะไรก็ให้อธิษฐานเอา ซึ่งก็เป็นอย่างที่อธิษฐานจริงๆ และปัจจุบันนี้ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ต้องเดินทางไกล รวมทั้งมีความปรารถนาอยากได้สิ่งใด จะท่องคาถาหลวงปู่ทวด

 “คาถาจะเป็นเรื่องเหลวไหลสำหรับคนไม่รู้คุณค่า แต่สำหรับคนที่รู้คุณค่าคาถาทุกบทที่ท่อง ที่บริกรรม นอกจากมีพุทธคุณแล้ว สิ่งที่ได้จากการท่องคาถาในทันที คือ จิตนิ่งเป็นสมาธิขึ้นมาทันทีมากกว่าคนทั่วๆ ไปที่ไม่ท่องคาถา” นายสุชาติกล่าว

 เมื่อถามถึงหลักธรรมของการทำงานในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง นายสุชาติบอกว่า ทุกครั้งของการตัดสินต้องเป็นที่ถูกใจของฝ่ายหนึ่ง และเป็นที่ไม่ถูกใจของอีกฝ่ายหนึ่ง ตนเองและตุลาการต้องยึดหลักพระบรมราโชวาท ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทให้ยึดถือคำปฏิญาณ และพิจารณาตัดสินปัญหาในการปกครองประเทศด้วยความละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ว่า

       "...ตัดสินอะไรที่ควร ที่ไม่ควร ที่ดี ที่ไม่ดี ดังที่ท่านได้ปฏิญาณนี้มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย คือท่านต้องจัดการให้ปัญหาได้ การปกครองของประเทศเป็นไปได้เรียบร้อย และท่านสามารถที่จะตัดสินที่จะพิพากษา ซึ่งหมายความว่าท่านจะต้องชี้แจงว่า อะไรควร ไม่ควร ฉะนั้นเป็นงานที่ท่านต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้ประเทศชาติมีความเป็นธรรม...”

 อย่างไรก็ตาม เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปี แห่งการก่อตั้งศาลปกครอง ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ นี้ มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางการปกครอง สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ จะจัดงานประกวดพระเครื่องขึ้น ณ บริเวณ ชั้น ๑๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ประสานงานโดย นายศุภชัย เรืองสรรงามสิริ หรือ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ จึงขอเชิญผู้สนใจส่งพระเข้าประกวดอย่างพร้อมเพรียงกัน

    พระพุทธรูปประจำศาลปกครอง

 เนื่องในโอกาสที่ศาลปกครองเปิดทำการครบรอบ ๙ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ศาลปกครองและมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ได้ร่วมกันจัดสร้างพระพุทธรูปประจำศาลปกครองขึ้น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ศาลปกครอง ตลอดจนให้ตุลาการ และข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้มีไว้สักการบูชา เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ความดีและความถูกต้อง

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าฯ ให้ศาลปกครองอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร ประดิษฐานบนผ้าทิพย์

 นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามของพระพุทธรูปประจำศาลปกครองว่า “พระพุทธมหากรุณาประชานาถ” อันมีความหมายเป็นมงคลยิ่งว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระมหากรุณา และทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน”

 ศาลปกครองกำหนดจัดพิธีพุทธาภิเษก “พระพุทธมหากรุณาประชานาถ” ในวันอาทิตย์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๓ ณ ห้องสัมมนา ชั้น ๑๑ อาคารที่ทำการศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ในการนี้ได้กราบนิมนต์เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการเจริญพระพุทธมนต์นำอธิษฐานจิต และจุดเทียนชัย และกราบนิมนต์เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม มาร่วมอธิษฐานจิต และดับเทียนชัย พร้อมทั้งนิมนต์พระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศจำนวน ๕๙ รูป ร่วมนั่งอธิษฐานจิตในพิธีด้วย

 ผู้มีจิตศรัทธาแจ้งความประสงค์สมบททุนสร้างพระพุทธรูปประจำศาลปกครอง สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักบริหารการเงินและทุนศาลปกครอง โทร.๐-๒๑๔๑-๑๑๑๑ ต่อ ๑๐๘๖๗ หรือ สายด่วนปกครอง ๑๓๕๕

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

"}])