
'โชคดีเพราะมีท้าวเวสสุวรรณ เจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์)'ตู่ มาบุญครอง ได้ดีเพราะมีน้ำใจและซื่อสัตย์
วิบูลย์ ตรังคสันต์ หรือ ตู่ มาบุญครอง สายเลือดใหม่อีกคนหนึ่งของวงการพระ ผู้ได้ชื่อว่า เล่นพระดี มีพระสวย และรวยพระแท้ ที่เชื่อถือได้ รวมทั้งเป็นคนที่มีน้ำใจอันดีงามอีกด้วย ครั้งหนึ่ง มี ชาวภูฏาน คณะหนึ่งมาเที่ยวเมืองไทย ได้ไปเที่ยวบนห้างมาบุญครอง ซึ่งเป็
หากไม่ไป เอ็มบีเค (มาบุญครอง) ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองไทย ครั้งนั้นชาวภูฏานคณะนี้ได้รับการบริการเรื่องโทรศัพท์มือถือที่ตู่เปิดตู้ขายเป็นอย่างดี จนเขาประทับใจมาก ต่อมาไม่กี่วัน ชาวภูฏานคนหนึ่งในคณะเกิดไม่สบาย ได้โทรศัพท์ไปปรึกษาตู่ ด้วยความมีน้ำใจ ตู่รีบขับรถพาชาวภูฏานนั้นไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาล ดูแลบริการเขาตลอดเวลา จนเขาซาบซึ้งน้ำใจมาก ถึงกับชวนให้ไปเที่ยวเมืองเขาบ้าง ต่อมาไม่นานตู่ก็ไปเที่ยวภูฏานจริงๆ ปรากฏว่าได้รับการต้อนรับจากเพื่อนชาวภูฏานเป็นอย่างดีเหมือนกัน และได้รู้ความจริงว่า ชาวภูฏานคณะนี้เป็นลูกหลานของเจ้านายชั้นสูงของที่นั่น ตู่กลับมาเมืองไทยด้วยความสุขมากๆ ที่ได้รับการต้อนเป็นอย่างดี จากเพื่อนชาวภูฏานที่เป็นชนชั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
นี่คือ...ความมีน้ำใจไมตรีของ ตู่ มาบุญครอง ที่ได้สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างประเทศ อันเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองไทยเราด้วย
ตู่ บอกว่า "สังคมชาวโลกจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติสุข ก็ด้วยความมีน้ำใจอันดีงามต่อกัน มีความซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน และสำคัญที่สุด คือจะต้องมี "คุณธรรม" อย่างที่นักปราชญ์ชาวจีนสอนลูกหลานอยู่เสมอว่า คนเราจะดีได้ก็ต้องมี "คุณธรรม" ประจำใจ ถึงจะมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต"
ตู่ มาบุญครอง เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด หลังจากจบการศึกษาสายบัญชีและการเงินแล้ว ได้เข้าทำงานที่ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ และที่นี่เองที่ได้จุดประกายให้ตู่เกิดความสนใจในเรื่องของพระเครื่องขึ้น จากพนักงานรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งชอบสะสมพระเครื่องอยู่ก่อนแล้ว ทุกวันเวลาพักเที่ยง พี่คนนี้จะไปสนามพระวัดราชนัดดาเสมอ
วันหนึ่งพี่คนนี้ได้ชวนตู่ไปด้วย เมื่อไปถึงสนามพระก็ได้เห็นการซื้อขายพระกันอย่างสนุกสนาน มีการพูดคุยถึงพระองค์นั้นองค์นี้ ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร ก็เลยเกิดความสนใจขึ้นมาด้วย จึงตามพี่เขาไปสนามพระวัดราชนัดดาแทบทุกวัน จนมีความคุ้นเคยกับบรรดาเซียนพระ ร้านขายพระ หลายคนด้วยกัน จนรู้ว่าคนไหนเป็นคนดี เล่นพระดี มีความจริใจ จึงได้ซื้อพระมาองค์หนึ่ง คือ พระท่านเจ้าคุณนรฯ พร้อมกันนั้นพี่เซียนพระคนนั้นก็สอนตู่ว่า พระแท้ดูตรงไหนถึงได้รู้ว่าเป็นพระแท้ อย่างไหนที่เป็นพระปลอม แตกต่างกันอย่างไร ทำให้ตู่ค่อยๆ ซึมซับวันละเล็กวันละน้อย จนพอจะจดจำได้บ้าง
ที่สำคัญ คือ พระท่านเจ้าคุณนรฯ ที่เช่ามานั้น หลังจากที่ได้นิมนต์ท่านขึ้นคอแล้ว ผู้ใหญ่ในธนาคารให้ความรักความเมตตากับตู่มากขึ้น อย่างชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เชื่อใจได้เลยว่า เกิดมาจากพลังความเมตตาของพระท่านเจ้าคุณนรฯ อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่เคยคาดฝันก็เกิดขึ้นตามมาอีก คือ มีโชคลาภอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ซื้อลอตเตอรี่ไม่เคยถูกเลย พอได้บูชาพระท่านเจ้าคุณนรฯ ก็ถูกรางวัลใหญ่ๆ ติดต่อกันหลายงวด ยิ่งทำให้เพิ่มความศรัทธาเลื่อมใสในองค์พระมากขึ้น
จากจุดนี้ทำให้ตู่เข้าสนามพระวัดราชนัดดาบ่อยๆ แม้ในวันหยุด พี่ที่ทำงานด้วยกัน ไม่ได้ชวนไปสนามพระ แต่ตู่ไปเองคนเดียว เพราะคุ้นเคยกับหลายๆ คนในสนามพระอยู่แล้ว จึงได้เช่าพระมากขึ้น ด้วยเงินที่ถูกลอตเตอรี่ โดยเฉพาะพระท่านเจ้าคุณนรฯ
ขณะเดียวกัน ก็ได้ซื้อหนังสือประวัติท่านเจ้าคุณนรฯ ทุกเล่มที่วางขาย มาอ่านประวัติของท่าน พร้อมทั้งศึกษาพระเครื่องทุกรุ่นทุกพิมพ์ที่มีภาพอยู่ในหนังสือ และเมื่อมีโอกาสพบเห็นพระของท่านที่ไหน ที่ไม่แพงมาก ก็จะเช่าบูชาทันที ทำให้ตู่มีพระท่านเจ้าคุณนรฯ มากพอสมควร
ตู่ บอกว่า "พระทุกองค์ที่เช่ามา มั่นใจว่าเป็นพระแท้ เพราะเช่าจากคนที่เชื่อได้ และมีหลักประกันว่า ถ้าหากเป็นพระปลอมต้องรับคืน แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าได้ของปลอม เพราะคนขายมีความจริงใจ หากเขาขายพระปลอมให้เพียงองค์เดียว ก็เท่ากับตัดหนทางทำมาหากินของเขาทันที ทำให้เชื่อได้ว่า เซียนพระที่ดี ย่อมไม่เห็นสั้นดีกว่ายาวอย่างแน่นอน อีกวิธีหนึ่งที่จะรู้ว่า พระที่เช่านั้นแท้หรือปลอม ก็โดยการเอาพระไปส่งเข้าประกวด หากกรรมการไม่รับแสดงว่าเป็นพระปลอม แต่พระที่ผมเอาไปส่ง นอกจากกรรมการรับพระแล้ว บางองค์ยังได้รับรางวัลอีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่า เป็นพระแท้แน่นอน"
นอกจากพระท่านเจ้าคุณนรฯ แล้ว ตู่ยังได้เช่าพระอย่างอื่นๆ ด้วย ก็อาศัยหลักการเดียวกัน คือ เช่าจากคนที่เชื่อถือได้ มีการรับประกันว่าเป็นพระแท้ เก๊รับคืน ทำให้ตู่มีพระในครอบครองอย่างหลากหลาย และเมื่อมีงานประกวดพระ ก็จะเอาพระไปส่งเข้าประกวด เป็นการตรวจสอบพระว่าแท้หรือปลอมได้ด้วย
ต่อมาตู่ได้ลาออกจากงานที่ธนาคาร เพราะอยากทำงานอิสระมากกว่า โดยไปเปิดตู้ขายโทรศัพท์มือถือบนห้างมาบุญครอง ซึ่งเป็นศูนย์รวมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
ด้วยความมีน้ำใจ และรักงานบริการ ทำให้กิจการขายโทรศัพท์มือถือของตู่ไปด้วยดี เป็นที่เชื่อถือของลูกค้า ซึ่งลูกค้าส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ จนเป็นที่มาของเรื่องลูกหลานเจ้านายชั้นสูงจากประเทศภูฏาน ดังที่ได้เกริ่นกล่าวเอาไว้ตอนต้นของเรื่องนี้
พอถึงปี ๒๕๔๘ เกิดปรากฏการณ์กระแสนิยม จตุคามรามเทพ อย่างรุนแรง ทำให้ร้านค้าต่างๆ หันมาขายจตุคามฯ เป็นทิวแถว ตู่ก็เลยซื้อจตุคามฯ มาวางขายในตู้ขายโทรศัพท์มือถือบ้าง ปรากฏว่า ขายดีมากๆ ดีกว่าขายโทรศัพท์มือถือเสียอีก
ปี ๒๕๕๐ กระแสนิยมจตุคามฯ เริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ จนหมดไปในที่สุด เมื่อจตุคามขายไม่ได้ ตู่ก็เลยเอาพระต่างๆ ที่เคยเช่าไว้สมัยทำงานธนาคาร ออกมาวางขายแทน รวมทั้งรับจองพระใหม่ด้วย ก็พออยู่ได้ระยะหนึ่ง เพราะผู้คนส่วนใหญ่ยังขนาดกับเหตุการณ์จตุคามฯ ที่ทำให้หมดตัวไปทั่วทุกวงการ
ถามว่า เจ็บตัวไหมกับกระแสจตุคามฯ ที่ผ่านมา ตู่บอกว่า ไม่เลย เพราะไม่ได้ตุนเอาไว้แม้แต่องค์เดียว ซื้อมาขายไปจนหมด ไม่โลภเสียอย่างก็ไม่ได้เสียหายอะไร แถมยังมีเงินเหลืออีกหลายล้าน ส่วนหนึ่งก็ได้นำไปทำบุญบ้าง เพื่อถวายแด่องค์พ่อจตุคามฯ ที่ช่วยให้ไม่เดือดร้อน
ทุกวันนี้ ตู่ได้ย้ายไปเปิดร้านพระอยู่บนห้างเซ็นทรัลพระราม ๓ ชั้น ๔ หน้าลิฟต์แก้ว โทร.๐๘-๑๘๑๔-๕๓๘๘, ๐๘-๑๓๐๐-๐๐๖๐
ส่วนประสบการณ์ในการใช้พระเครื่อง ตู่บอกว่า "นอกจากพระท่านเจ้าคุณนรฯ แล้ว ผมยังมี ท้าวเวสสุวัณ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ รุ่นแรก ปี ๒๔๙๓ ตั้งแต่นิมนต์ท่านขึ้นคอแล้วโชคดีมีโชคลาภอยู่เสมอ ขออะไรจากท่านเป็นต้องได้ อีกองค์หนึ่งคือ พระกริ่งหลวงพ่อโสธร ปี ๒๕๐๐ เรื่องเมตตามหานิยมแรงมาก พี่น้องและลูกหลานผมมีใช้ติดตัวกันทุกคน ต่างมีประสบการณ์ด้วยกันทั้งนั้น ผมคิดว่า พระทุกองค์ล้วนเป็นพระดี หากคนที่ใช้พระเป็นคนทำดีมีคุณธรรมประจำใจ บารมีคุณพระย่อมคุ้มครองแน่นอน"
ตาล ตันหยง



