
"วัดมอญเล่นลูกหนู" กับ...พากย์เคล้าธรรม ของ อ.สำราญ
ประเพณีการแข่งขันลูกหนู หรือภาษามอญจะเรียกว่า ฮะตะน๊อย แปลว่า หางหนู ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวมอญ หรือชาวรามัญ ทั้งนี้จะมีการแข่งขันเฉพาะในงานศพพระมอญเท่านั้น เพราะคนมอญเน้นชนวนที่ใช้จุดไฟ และการที่กระบอกเพลิงที่ถูกจุดนั้นวิ่งเข้าหาปราสาทตั้งศพอย
เนื่องจากพระสงฆ์ คนมอญเคารพนับถือมาก เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ทรงศีลปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การเผาศพต้องทำด้วยความเคารพ ไม่นิยมจุดดอกไม้จันทน์เผาศพพระสงฆ์ด้วยมือตนเอง ซึ่งถือว่าไม่เป็นการสมควร จึงใช้ลูกหนูจุดศพ และมีการสร้างปราสาทสำหรับเผาศพโดยเฉพาะ โดยจะเผาปราสาทไปพร้อมกับเผาศพด้วย เป็นประเพณีเฉพาะวัดที่มีพระสงฆ์มอญเท่านั้น ไม่มีการจำกัดชั้น วรรณะของพระสงฆ์แต่ประการใด ประเพณีนี้ยังคงรักษาสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้
ในปี ๒๕๕๓ มีงานเผาศพพระมอญ ๒ รูป ๒ วัดเท่านั้น ที่มีการจัดประเพณีการแข่งขันลูกหนู คือ งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูขันตยานุยุต (ทองหยิบ ขนฺติสาโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์รังสรรค์ ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ส่วนอีกงานหนึ่ง คือ งานพระราชทานเพลิงศพ พระอธิการอิทร์ ทนฺตาจาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดบัวทอง ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ หากประเพณีการแข่งขันลูกหนูจัดให้มีเฉพาะงานเผาศพพระมอญ ประเพณีอาจจะมีสิทธิ์สูญหายไปในที่สุดด้วยเหตุที่ว่า ในแต่ละปีมีจำนวนพระมอญที่มรณภาพน้อยลง ขณะเดียวกันพระที่เป็นเจ้าอาวาสวัดมอญยังหนุ่มอยู่ ที่ชราภาพซึ่งใกล้มรณภาพก็มีน้อยด้วย นอกจากนี้แล้วอีกปัญหาหนึ่งที่ตามมาคือ พื้นที่หรือสนามการแข่งขันลูกหนูไม่มี วัดมอญบางแห่งเมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพอยากจัดแต่ไม่มีพื้นที่ก็ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม ต้องขออนุโมทนาบุญกับนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จัดสรรงบประมาณทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีชาวไทยเชื้อสายมอญที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้จัดให้มีการแข่งขันจุดลูกหนูที่ยิ่งใหญ่ จำนวน ๓๐ สาย จาก ๓๐ วัดมอญ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน ณ ลานอเนกประสงค์ ใกล้ที่ทำการ อบจ.ปทุมธานี ต.บ้านฉาง ถนนปทุม-ลาดหลุมแก้ว (แยกไทยดอยซ์) โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่ อบจ.ปทุมธานี ๐-๒๙๗๕-๘๙๔๐-๘
ธรรมะจากขอบสนาม
“ไม่แบ่งพวกก็ไม่เสียของรัก ไม่แบ่งพรรคก็ไม่แตกความสามัคคี ถ้าไม่แบ่งพวก ไม่แบ่งพรรคก็ไม่เสียของรักและก็ไม่แตกความสามัคคี”
นี่คือบางส่วนของธรรมะที่พระอาจารย์สำราญ ถามวโร (ทองใบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางโพธิ์ใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี นำไปพูดให้ผู้มาชมฟังระหว่างเป็นโฆษกพากย์การแข่งขันลูกหนู
พระอาจารย์สำราญ บอกว่า ระหว่างเป็นโฆษกก็จะใส่ธรรมะเข้าไปด้วย โดยหยิบเอาธรรมะเล็กๆ น้อยๆ จากพระนักเทศน์ นักพูด คติธรรมดีๆ รวมทั้งเรื่องสั้นๆ มาพูด ยิ่งสังคมไทยอยู่ในภาวะแตกความสามัคคีก็จะเน้นเรื่องความสามัคคีเป็นหลัก เพราะการเล่นลูกหนู แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันเพื่อเอาชนะกัน แต่จุดประสงค์หลักคือ เพื่อเชื่อมความสามัคคีของคนในชุมชนใกล้วัดก่อน เมื่อออกไปแข่งขันกับวัดต่างถิ่นก็ต้องไปสร้างความสามัคคีกับวัดในถิ่นนั้นๆ ด้วย
คติธรรมและข้อคิดหนึ่งที่พระอาจารย์สำราญมักนำมาพูดในระหว่างเป็นโฆษกบรรยายการแข่งขัน คือ “เป็นยาจกอยู่ในป่าดีกว่าเป็นราชาอยู่ในคุก ทำงานจนสว่างดีกว่าหลับอยู่ในตะราง”
นี่ไม่ใช่ข้อคิดจากพระนักเทศน์ หรือธรรมจากพระไตรปิฎกเล่มใด หากเป็น ข้อคิดจากกำแพงคุกของเสือผาด ที่เขียนไว้ในห้องขัง ก่อนที่จะเดินสู่แดนประหาร
และข้อคิดหนึ่งที่หยิบขึ้นมาพูดเสียดสีนักการเมืองในยุคปัจจุบัน คือ “เป็นนักการเมืองอยากเสียงดัง และอยากมีชื่อต้องมีสตางค์ เมื่อมีโอกาสเดินไปข้างหน้า อย่าลืมคว้าคนที่อยู่ข้างหลัง”
นอกจากนี้แล้ว ท่านยังยกสังขารของตัวเองที่มือขาดให้เป็นอุทาหรณ์สอนคนด้วยว่า “อายุความมีวันหมด แต่อายุกรรมจะติดตัวไปตลอดชีวิต มนุษย์มีเวรกรรมเป็นที่ตั้ง ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม และไม่มีใครหนีกรรมได้”
กรรมที่ทำให้มือพระอาจารย์สำราญขาดทั้ง ๒ ข้าง น่าจะเป็นกรรมที่เคยไปลักขโมยเรือ ขโมยควาย รวมทั้งฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส แม้ว่าจะมาบวชพระ แต่ก็หนีกรรมไม่พ้น มือที่ใช้ขโมยเรือขโมยควาย จึงถูกตัดเพื่อชดใช้กรรม
ทั้งนี้ หลวงพ่อสำราญพูดไว้อย่างน่าคิดว่า “ถ้ามุ่งเทศน์เอาธรรมล้วนๆ ต้องเทศน์ให้คนที่สนใจธรรมจริงๆ แต่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไปต้องเทศน์แนวคอมเมดี้ คือ เทศน์ปนตลก หรือตลกปนเทศน์ ถึงเข้าหูคน และอย่าหวังว่า เขาจะจำธรรมและนำไปปฏิบัติตามได้หมด จำได้ ๑ ข้อ ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ที่สำคัญคือ พระนักเทศน์ต้องเผยแผ่ธรรมและแสดงธรรมได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลา
เมื่อถามพระอาจารย์สำราญว่า “ทั้งคนและพระต่างแบ่งออกเป็น ๒ สี แล้วท่านอยู่สีอะไร?” พระอาจารย์สำราญตอบสวนมาว่า “อาตมาอยู่สีซอ โยมจะฟังหรือเปล่า อาตมาสีให้ฟังเดียวนี้”
"ไม่แบ่งพวกก็ไม่เสียของรัก ไม่แบ่งพรรคก็ไม่แตกความสามัคคี ถ้าไม่แบ่งพวก ไม่แบ่งพรรคก็ไม่เสียของรักและก็ไม่แตกความสามัคคี"
0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0



