
'การดูพระยากกว่าการเรียนแพทย์'นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ
ในแวดวง 'นายแพทย์' ผู้ทำหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ในทุกวันนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่มีความสนใจในเรื่องของพระเครื่องตั้งแต่สมัยเก่าก่อนจนถึงสมัยนี้ หลายท่านเป็นนักสะสมพระเครื่องทั้งพระใหม่และพระกรุพระเก่าอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็มีนายแพทย์อี
คอลัมน์ คมเลนส์ส่องพระ ได้รับภาพพระเครื่องยอดนิยมจาก นายแพทย์ หลายท่านที่เป็นนักสะสมพระเครื่องระดับแถวหน้า เทียบเท่ากับบรรดาเซียนพระทั้งหลายมาแล้วหลายท่าน อาทิ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ศัลยแพทย์สมอง ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ นพ.พัฒนพงศ์ เส็งพานิช อาจารย์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จ.ลำปาง รศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน (หมอต้น) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมผิวหนังจากอุบัติเหตุ โรงพยาบาลศิริราช และ นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) จ.เชียงใหม่
นายแพทย์ ๓ ท่านแรก คอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง ได้นำเรื่องราวอันน่าสนใจลงไปแล้ว วันนี้มาถึงวาระของ นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง ผู้สะสมพระเครื่องแบบก้าวไปทีละขั้น ไม่ประมาท โดยชอบพระสวยชนิดที่ดูง่ายเป็นหลัก
"ผมจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม จ.สุโขทัย และสอบคัดเลือกเข้าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทางโควตา ปีนั้นทั้งจังหวัดมีผู้สอบได้แพทย์ ๓ คน จริงๆ แล้วผมอยากเรียนนายร้อยตำรวจมากกว่า แต่ที่มาเลือกเรียนแพทย์ก็เพื่อตามใจคุณแม่ และเมื่อมาเรียนแพทย์แล้วก็รู้สึกชอบทางนี้ ดีใจที่ตัดสินใจถูก ยิ่งตอนนี้รู้สึกว่าได้เลือกเส้นทางเดินที่ตรงกับใจรัก เพราะได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและผู้อื่น โดยเฉพาะผมเป็นหมอโรคหัวใจ ยิ่งเห็นได้ชัดที่เรามีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้มากมาย อย่างชนิดที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ผู้ป่วยโรคหัวใจร้ายแรงจนญาติพี่น้องคิดว่าไม่น่าจะรอดชีวิตแน่ แต่เมื่อมาถึงมือแพทย์แล้ว ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลทันเวลา และถูกวิธี ปรากฏว่าผู้ป่วยหายเป็นปกติ มีชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย ตรงนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของแพทย์ทุกคน ที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน" นพ.ภาณุเมศ กล่าวถึงเส้นทางเดินที่ผ่านมา
นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง เรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ปี ๒๕๓๗ จากนั้นได้เรียนต่ออายุรศาสตร์ ที่คณะเดียวกันอีก ๔ ปี แล้วเลือกเรียนเฉพาะโรคหัวใจอีก ๒ ปี โดยเป็น fellow คนแรกของหน่วยโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ มช. ตอนแรกอาจารย์จะให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ แต่คุณหมอภาณุเมศอยากทำงาน และเรียนที่เชียงใหม่มากกว่า ด้วยความรู้ความสามารถสูง (แบบคนเรียนเก่งอยู่แล้ว) ทำให้สอบประกาศนียบัตรโรคหัวใจได้ที่ ๑ นับเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงที่ได้รับ จึงรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำให้คุณแม่มีความสุขความสมหวังตามที่ได้มุ่งหมายเอาไว้
หลังจากนั้น คุณหมอภาณุเมศได้ทำงานที่ศูนย์โรคหัวใจ และสุดท้ายได้ย้ายมาประจำที่ศูนย์ศรีพัฒน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ มช. ทำงานด้านโรคหัวใจ สวนหัวใจ ทำบอลลูน ขยายหลอดเลือดหัวใจ จนเป็นที่เชื่อถือของชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง
สำหรับความสนใจพระเครื่อง คุณหมอภาณุเมศ กล่าวว่า "ผมเริ่มสนใจสะสมพระเครื่อง ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่เป็นความสนใจแบบผิวเผิน เพราะสมัยนั้นพระคณาจารย์ทางภาคเหนือที่กำลังโด่งดังมีหลายท่าน อาทิ หลวงปู่แหวน หลวงพ่อเกษม ฯลฯ จึงมักจะมีคนไข้นำพระของท่านมาให้เสมอ บางคนก็เอาพระกรุพระเก่ามาให้ก็มี เมื่อได้พระมาก็อยากรู้ว่าเป็นพระอะไร แท้ไหม จึงเริ่มแสวงหาคำตอบ โดยไปถามคนที่คิดว่าเขารู้จริง แต่ส่วนใหญ่จะเข้าใจเอาเองว่ารู้ ทั้งๆ ที่ความจริงไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก พระที่ได้รับมาถ้าหากเป็นของที่ออกใหม่ไม่ค่อยจะมีปัญหา แต่ถ้าเป็นเหรียญรุ่นเก่าๆ หรือพระกรุพระเก่าส่วนมากเป็นพระไม่แท้มากกว่า"
ต่อมา คุณหมอภาณุเมศก็เริ่มซื้อพระเอาเองบ้าง ทั้งๆ ที่ยังดูพระไม่เป็น เห็นเป็นพระสวยน่าสนใจก็ซื้อเอาไว้ โดยไม่ได้ปรึกษาใครเลย มารู้ภายหลังว่า พระที่ซื้อไว้นั้นล้วนเป็นพระเก๊ทั้งหมด
"ช่วงนั้น ทำเอาผมหลงทางพอสมควร ผมคิดว่า การดูพระนี่ ยากกว่าการเรียนแพทย์เสียอีก เพราะการเรียนแพทย์ หากเราสงสัยอะไรก็ไปถามอาจารย์ได้ อ่านตำราก็ได้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว ไม่ยากเลย แต่พระเครื่องนี่ ไม่รู้จะไปถามใคร คนที่รู้ไม่จริงก็ยิ่งพาเราหลงป่าออกทะเลไปโน่นเลย ส่วนคนที่รู้จริงตามต่างจังหวัดก็หายาก และมักจะไม่ยอมบอกความจริงกันง่ายๆ ถ้าหากไม่คุ้นเคยกัน ครั้นจะหาหนังสือมาอ่าน ก็ไม่ค่อยมี หนังสือพระที่ออกมาบางเล่มมีทั้งพระแท้และพระเก๊ปะปนกันจนแยกไม่ออก คนที่เราจะไปถามเขา ขอความรู้จากเขา ก็มีทั้งผู้รู้จริงแต่ไม่ยอมบอก และผู้ที่คิดว่าตัวเองรู้ ทั้งๆ ที่ยังดูพระไม่ขาด นอกจากนี้ ในตลาดพระทั่วๆ ไป มีพระเก๊วางขายเยอะมาก หาพระแท้ได้ยาก ทำให้ผมฮึดสู้ว่า ยังไงเราต้องรู้จริงให้ได้ ไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยก็จะได้ช่วยแนะนำคนอื่นๆ ที่เคยหลงทางเหมือนกับผมตอนแรกๆ"
ความสำเร็จสมหวังเริ่มจะปรากฏขึ้น เมื่อคุณหมอภาณุเมศได้รู้จักกับคนไข้คนหนึ่ง มีอาชีพซื้อขายของเก่า (แอนติก) antique โดยคุณหมอได้ช่วยรักษาให้เขาจนหายจากโรคหัวใจล้มเหลว กลับไปทำงานได้ตามปกติ
"เขาได้ช่วยผมในการศึกษาเรื่องพระ ที่ผมเคยล้มเหลวมาก่อน เพราะถูกคนรู้จักกันหลอกขายพระสมเด็จมาแล้วหลายองค์ ตอนนั้นผมยอมรับว่า ไม่ได้ติดตามอ่านหนังสือพระดีๆ อย่างเช่นทุกวันนี้ จึงทำให้ได้แต่พระเก๊เป็นประจำ คนไข้ที่ว่านี้ได้สอนผมให้ดูพระอย่างถูกต้อง พร้อมกับมีพระแท้ของจริงให้ดูด้วย ทำให้รู้มากขึ้น และการสะสมพระของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาผมได้รู้จักกับ 'หมอต้น' (นพ.พรพรหม เมืองแมน) ทำให้ได้รู้อะไรดีๆ อีกมากมาย ถือว่าเป็นก้าวกระโดดของการสะสมพระของผมเลยก็ว่าได้ เพราะหมอต้นเป็นนักสะสมพระระดับแนวหน้าคนหนึ่ง เป็นผู้มีความรู้ความสามารถสูง และเป็นที่รู้จักของคนในวงการทั่วไป หมอต้นเป็นนักศึกษาแพทย์รุ่นน้องผมที่ มช. เป็นคนเก่งทั้งวิชาการแพทย์และพระเครื่อง ผมรู้สึกชื่นชมเขามาก" คุณหมอภาณุเมศ กล่าว
อีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของหมอภาณุเมศ คือ ได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในวงการพระ และเป็นผู้ที่เคยจัดทำหนังสือพระมาก่อน ทำให้รู้ว่า ในวงการนี้ยังมีคนดีๆ และสื่อดีๆ อีกมากที่คอยทำหน้าที่ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้อ่าน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นับเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้วงการพระเครื่องเจริญก้าวหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง มากกว่าที่จะหลอกลวงกัน และแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ที่ทำกับผู้ที่มีใจรักพระเครื่อง แต่ขาดความรู้ และประสบการณ์
"ผมชอบสะสมพระเครื่อง เนื่องจากความศรัทธาในศีลาจารวัตรของผู้สร้างเป็นหลัก ผมชอบพระสายวัดปากน้ำ เพราะหลวงพ่อสดเป็นครูบาอาจารย์ในดวงใจผม ที่ผมได้ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของท่านมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทาน ศีล ภาวนา นอกจากนี้ก็ชอบสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค และอีกหลายๆ พระคณาจารย์ ผมจึงเน้นในเรื่องการสะสมเป็นหลัก โดยไม่ได้หวังเอาไว้ซื้อขายเพื่อหารายได้ ผมอยากให้พุทธคุณส่งเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า"
ขณะเดียวกัน คุณหมอภาณุเมศ บอกว่า นอกจากความศรัทธาเลื่อมใสแล้ว การสะสมพระเครื่องยังมีคุณค่าในแง่ของศิลปะ (คล้ายๆ เป็น antique) หยิบพระขึ้นมาส่องเมื่อไหร่ ก็มีความสุขทุกครั้ง โดยเฉพาะพระเครื่องที่สวยงามคมชัด อีกทั้งการส่องดูพระจะทำให้จิตสงบเป็นสมาธิที่ดีที่สุดอีกด้วย
"ผมเชื่ออย่างมากในเรื่องของพุทธคุณ ว่ามีจริง และดีจริง จะขาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ต้องไปให้การรักษาพยาบาลคนไข้ การมีพระเครื่องติดตัวไปด้วยจะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น เป็นกำลังใจอย่างดีที่สุด ที่จะคอยเตือนให้เราทำแต่ความดีเป็นที่ตั้ง พระเครื่องที่ผมนิมนต์ติดตัวอยู่เสมอ คือ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (รุ่น ๑ และล็อกเกต) เหรียญหลวงพ่อทวด พิมพ์ซุ้มกอ (แจกปีนัง) และพระกริ่งไพรีพินาศ ๒๔๙๕" คุณหมอภาณุเมศ กล่าว
การสะสมพระเครื่อง หมอภาณุเมศบอกว่า จะเน้นเรื่องพระแท้ดูง่าย เป็นพระมาตรฐานสากล และต้องสวยด้วย โดยจะเก็บทีละชิ้น จากคนที่เชื่อถือได้ และไม่โลภ จะได้ไม่ โดน เหมือนอย่างเมื่อก่อน ที่มักจะใช้ ความอยากนำหน้า ปัญญาตามหลัง เลยได้ของเก๊มาบ่อยๆ และที่สำคัญ คือ ต้องรู้จักพอ เพราะพระที่ได้มาส่วนใหญ่ ไม่ได้ออกให้ใครเลย รักพระทุกองค์ที่มีอยู่
"ผมว่า ปัจจุบันนี้มีคุณหมอ (นายแพทย์) หันมาสนใจสะสมพระเครื่องกันมากขึ้น นับเป็นสิ่งที่ดีงาม เพราะพระเครื่องเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่มีทั้งคุณค่า และมูลค่า แต่ต้องเดินให้ถูกทาง และต้องมีครูบาอาจารย์ หรือพี่เลี้ยงที่ดีเป็นที่ปรึกษา ไม่อย่างนั้นก็อาจจะหลงทางได้เหมือนกัน" คุณหมอภาณุเมศ กล่าวในตอนท้าย
0 ตาล ตันหยง 0



