
สโมสรวันพระ (พุธที่ 16 ธ.ค.52)
มหาสังฆทานปีละครั้ง
สวนเวฬุวัน พุทธมณฑลสาย ๔ ใส่บาตรมื้อเพลพระวิปัสสนา ๗๕๐รูป จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่พุทธมณฑล ๑๘-๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐ น.
ฟังธรรมเรื่อง "ศีล สมาธิ ปัญญา พัฒนาจิตสดใส"
โดยหลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก วัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ณ ศูนย์ประสานราชการใสสะอาด สำนักงาน ก.พ. วันอังคารที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ์ สำนักงาน ก.พ. นนทบุรี สามารถสมัครได้โดย แจ้งชื่อที่ คุณณัฐจริยา โทร.๐-๒๒๘๒-๙๗๗๙ (เบอร์ตรง) หรือ ๐-๒๒๘๑-๓๓๓๓ ต่อ ๒๑๙๙ หรือสมัครทางอีเมล โดยแจ้งรายละเอียดดังนี้ ๑.ชื่อนามสกุล (ตามบัตรประชาชน) ๒.อีเมล แอดเดรส เพื่อติดต่อกลับ ส่งมาที่ [email protected]
ความสุขปีใหม่กลิ้งให้ดีกว่าปีเก่า
สำหรับท่านที่ยังหาของขวัญปีใหม่ให้คนที่คุณรักไม่ได้ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ขอเชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดพิมพ์ธรรมะเล่มน้อยเพื่อเผยแผ่ธรรมะในรูปแบบของขวัญเรียบง่ายกะทัดรัด สำหรับเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ได้นำธรรมบรรยายและบทกลอน "ความสุขปีใหม่กลิ้งให้ดีกว่าปีเก่า" ที่ท่านพุทธทาสแสดงไว้มาเผยแผ่ โดยหวังให้เป็นพรสำคัญของคนไทยและสังคมไทย ได้น้อมรับมาปฏิบัติให้ชีวิตจิตใจ ตลอดจนทั่วทั้งสังคมไทยได้สะอาดกว่า สว่างกว่า และสงบกว่าปีที่ผ่านมาให้ได้
ท่านสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะเล่มน้อย “ธรรมะใกล้มือ” ได้ในราคาต้นทุนเล่มละ ๕ บาท โดยแจ้งความประสงค์ระบุจำนวนเล่ม พร้อมทั้งลำดับหนังสือที่ท่านต้องการสนับสนุนทางโทรศัพท์ และหากท่านต้องการรับหนังสือธรรมะเล่มน้อย “ความสุขปีใหม่กลิ้งให้ดีกว่าปีเก่า” เพื่อนำไปแจกจ่ายเอง กรุณาแจ้งจำนวนเล่มที่ท่านต้องการให้ทางหอจดหมายเหตุฯ ทราบ เพื่อการจัดส่งทางไปรษณีย์ให้แก่ท่านต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กรุงเทพฯ โทร.๐-๒๓๐๕-๙๕๘๙-๙๐ ติดต่อ คุณธีรเดช <[email protected]> และ <[email protected]>
อาสาสมทบทุนข้าวสารและสิ่งอุปโภคบริโภคแก่ศูนย์เด็กกะหร่าง ชุมชนกะหร่าง (กะเหรี่ยง ปกากะญอ)
บ้านป่าเด็ง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ป่าเด็งเป็นชุมชนใหญ่มีประชากรประมาณ ๑,๐๐๗ คน ชุมชนตั้งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-พม่า ท่ามกลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ อยู่ห่างจากชายแดนพม่า เป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชไร่ ปลูกกล้วย มะนาว และเลี้ยงโคนม แต่เนื่องด้วยพื้นที่ทำกินที่มีอย่างจำกัด เพราะถูกประกาศเป็นเขตอุทยาน จึงมีข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ทำกิน ทำให้ไม่พอกับการดำรงชีพแบบเดิม ชาวบ้านจึงต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตนเอง
พบว่าในปัจจุบันมีชาวบ้านออกไปรับจ้างเป็นแรงงานที่โรงงานผลิตสับปะรดกระป๋องส่งออก โดยชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลจะอพยพลงมาสร้างที่พักเป็นกระต๊อบเล็กๆ อยู่ด้านล่างเพื่อสะดวกในการเดินทางไปทำงานที่โรงงาน โดยมีบริการรถรับส่งของบริษัทมารับตอนเช้ามืด และส่งกลับตอนค่ำ การทำงานโรงงานทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นครอบครัว เพราะต้องทำงานข้างนอกเสียส่วนใหญ่ เด็กเล็ก เด็กในวัยเรียน จึงต้องมาอาศัยที่ศูนย์เด็ก ซึ่งเปรียบเสมือนที่กินนอนประจำ จะกลับหาครอบครัวเป็นครั้งคราวในวันหยุด จำนวนเด็กและนักเรียนที่ศูนย์ปัจจุบันมีจำนวน 64 คน ท่านสามารถสมทบข้าวสารอาหารแห้งแก่ศูนย์เด็กได้ตามกำลัง สอบถามเพิ่มเติมที่ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ๐-๒๖๙๑-๐๔๓๗ ต่อ ๘๒๑๑



