
หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล สร้างวัดด้วยปัจจัยเริ่มต้น..."๑๖๐ บาท"
"ทุ่งนาและป่าหญ้า" เป็นสภาพเดิมๆ ของ วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย โดยเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ พระครูวรคุณประยุต (พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล คุณยุตฺโต) เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยมและเจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคลรูปปัจจุบัน หลวงพ่อได้ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ที
ในคืนหนึ่ง ได้นิมิตพบกับดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ที่รักษาสถานที่แห่งนี้มาเป็นเวลา ๗๐๐ ปีกว่า ท่านบอกว่า เป็นทหารคู่พระบารมีของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยราชธานี ท่านบอกนามว่า "พ่อขุนงามเมือง และพ่อขุนเรืองอังวะ"
ในนิมิตดวงวิญญาณของเจ้าที่ทั้งสองบอกว่า มาเฝ้าอยู่รักษาแผ่นดินแห่งนี้ รอผู้มีบุญบารมีมาปลดปล่อย และได้ชี้ลงตรงพื้นดินแห่งนี้ว่า "ในทางทิศตะวันออก มีลูกแก้วมงคลนิมิต เป็นลูกแก้วสีเขียวใสเงางาม ให้พระคุณเจ้าขุดขึ้นมาแล้วให้สร้างสถูปเจดีย์แก้วมงคลนิมิตขึ้นประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์เจริญรุ่งเรืองในอนาคตอันใกล้นี้ ขอให้ท่านสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม ณ บริเวณแห่งนี้ เพื่อเป็นที่แสวงบุญ สร้างสมบารมีของสาธุชน และเป็นที่พึ่งทั้งทางกายใจในยามทุกข์ เมื่อท่านทำได้ดังนี้ ดวงวิญญาณของข้าทั้งสอง จะได้ไปสู่สุคติภพ ขอให้ท่านนำคาถามหาลาภแนะนำต่อกันไปให้ภาวนาว่า "สุขัง ลาภัง ภะวันตุ" ให้สวดระลึกก่อนนอน ๑๐๘ จบ จักเจริญรุ่งเรือง แล้วหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล ได้ตั้งจิตอธิษฐาน เริ่มลงมือก่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรม "พัฒนาพุทธนิมิต" ณ บริเวณแห่งนี้ เมื่อปลายปี ๒๕๒๖ แล้วยกฐานะเป็นวัด
แรกเริ่มของการสร้างวัดนั้น หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล มีความตั้งใจว่า จะสร้างวัดในฝัน คือ สะอาด ร่มรื่น สงบ และเจริญหูเจริญตา โดยมีปัจจัยเริ่มต้นเพียง ๑๖๐ บาท และที่เพียง ๑๑ ไร่เท่านั้น ซึ่งเป็นหัวไร่ปลายนาของชาวบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์
ทั้งนี้ ท่านได้ลงมือถางป่า สร้างที่พักสงฆ์ด้วยมือตัวเอง ต่อมาก็มีชาวบ้านมาช่วย โดยสร้างเป็นเพิงหมาแหงน มีการสร้างศาสนสถาน หลังจากสร้างวัดได้ประมาณ ๖ ปี
ต่อมา มีชาวบ้านถวายที่ดินเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพื่อให้เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยม จากนั้นก็เริ่มสร้าง
วัดพิพัฒน์มงคล เริ่มพัฒนาเรื่อยมา ขณะเดียวกันหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล ก็ซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพิ่ม โดยชาวบ้านมีจิตศรัทธาในลักษณะซื้อครึ่งถวายครึ่ง จนปัจจุบันนี้มีพื้นที่ ๙๙ ไร่ ศาสนสถานภายในวัดล้วนสร้างด้วยสุดยอดแห่งสล่าล้านนา
ไม่ว่าจะเป็น สุวรรณหอคำหลวงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ รัตนอุโบสถ สวนปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ พุทธมณฑลจำลอง วิหารครอบรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นต้น
รวมระยะเวลา ๒๖ ปี ของการสร้างวัด คณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนร่วมบุญสร้างวัดกับหลวงพ่อพิพัฒน์มงคลกว่า ๕๐๐ ล้านบาท
“เจ้าอาวาส หรือเจ้าสำนักที่พักสงฆ์ จำต้องมีสภาวะเป็นผู้นำที่สูงส่ง เสียสละเป็นเบื้องต้น วัดจึงจะพัฒนาไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ที่สำคัญคือ พระต้องเป็นพระของชาวบ้านจริงๆ เป็นที่พึ่งพิง ทั้งในทางโลกและทางธรรม เป็นผู้นำจิตวิญญาณเข้ากับชาวบ้านได้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างวัดกับบ้านได้ สร้างศรัทธาให้ชาวบ้าน เพราะถ้าหากชาวบ้านเกิดศรัทธาแล้ว จะทำสิ่งใดก็จะง่ายขึ้น” นี่คือส่วนหนึ่งของปณิธานการสร้างวัดของหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล
พร้อมกันนี้ หลวงพ่อพิพัฒน์มงคลได้พูดถึงการสร้างวัด และพัฒนาวัดไว้อย่างน่าคิดว่า "การสร้างและพัฒนาวัด ไม่จำเป็นต้องหาเงินจากการสร้างวัตถุมงคลให้ญาติโยมเช่าบูชา สิ่งที่จะดึงดูดศรัทธาของญาติโยมประการแรก คือ ความสะอาด วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่มาของความศรัทธา จากนั้นลาภสักการะก็ตามมาเอง ไม่ต้องแจกซองผ้าป่า เรี่ยไรมาก ถ้าต้องการใช้ปัจจัยจำนวนมากๆ วัดต้องสร้างจุดขายขึ้นมา ประการแรก พระสงฆ์ต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นก่อน อาตมาสร้างวัดแห่งนี้โดยอาศัยพลังศรัทธาล้วนๆ อาศัยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นหลัก ส่วนญาติโยมจะมองเห็นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของญาติโยม อย่าหวังว่า โยมที่เข้าวัดร้อยคนจะศรัทธาทั้งร้อยคน ศรัทธาเพียงครึ่งหนึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว จากนั้นค่อยพึ่งการสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล จะมีอายุ ๕๙ ปี สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง แต่ท่านก็ตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท โดยเฉพาะเรื่องความตาย
หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล บอกว่า ทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปตามเวลาที่ผันแปร แต่ทำอย่างไรจึงจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
ที่ผ่านมา เมื่อพระเกจิหรือเจ้าอาวาสวัดหนึ่งวัดใดมรณภาพลง วัดที่เคยมีความรุ่งเรืองทั้งศาสนสถานและการปฏิบัติธรรม ก็มักจะร่วงโรยตามไปด้วย
ดังนั้น จึงได้หาเงินตั้งมูลนิธิขึ้นมา โดยนำดอกผลมาดูแลรักษาวัด และเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพราะไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างกับวัดหลายแห่งในภาคเหนือ เมื่อพระเกจิมรณภาพทุกอย่างก็ตายตามท่านไปด้วย
ดังนั้น การหาผู้สืบทอด หรือศาสนทายาท จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่เจ้าอาวาสทุกรูป ควรเตรียมตัวเฟ้นหา หรือสร้างขึ้นมา โดยที่วัดได้ให้ พระครูวิศาลธุราทร (ประพัฒน์ กลฺยาโณ) ซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาส และพระมหากายสิทธิ์ สิทฺธาภิภู ป.ธ.๙ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส เข้ามาบริหารจัดการวัดเสมือนเป็นเจ้าอาวาส
นอกจากสร้างวัดแล้ว หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน ทหาร ตำรวจ พ่อค้าประชาชนชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยม ยังได้จัดสร้างอาคารตึกสงฆ์อาพาธและประชาชน “พิพัฒน์มงคลประชาราษฎร์อุปถัมภ์” ขึ้น ๑ หลัง ณ โรงพยาบาลทุ่งเสลี่ยม ด้วยงบประมาณ ๑๒ ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๐ จนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑
บัดนี้ ตัวอาคารได้สำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ นี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. จะมาเป็นองค์ประธานพิธีเปิดอาคารตึกสงฆ์อาพาธและประชาชน "พิพัฒน์มงคลประชาราษฎร์อุปถัมภ์"
ส่วนอีกโครงการหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ พุทธวิหาร (หอสวดมนต์) เพื่อประดิษฐานพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง (หลวงพ่อทองคำ) และพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดด้วย
ก่อสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ศิลปะชิ้นเยี่ยมแห่งล้านนาไทย พุทธศาสนิกชนหากประสงค์จะร่วมทำบุญ ติดต่อทางวัดได้โดยตรงที่ โทร.๐-๕๕๖๕-๙๐๗๒, ๐๘-๑๒๘๐-๖๓๓๐ ธนาณัติสั่งจ่ายในนาม "พระครูวรคุณประยุต" เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ๖๔๑๕๐ หรือจะเข้าไปเยี่ยมชมศึกษาข้อมูลของวัดเพิ่มเติมได้ที่ www.pipatmongkol.com"
"พระต้องเป็นพระของชาวบ้านจริงๆ เป็นที่พึ่งพิง ทั้งในทางโลกและทางธรรม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างวัดกับบ้านได้ สร้างศรัทธาให้ชาวบ้าน เพราะถ้าหากชาวบ้านเกิดศรัทธาแล้ว จะทำสิ่งใดก็จะง่ายขึ้น”
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



