พระเครื่อง

ชั่วโมงเซียน-พระอดีตนายกฯสมัคร“พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร”

ชั่วโมงเซียน-พระอดีตนายกฯสมัคร“พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร”

07 ธ.ค. 2552

ในระหว่างที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๕ ของประเทศ มีชีวิตอยู่นั้น มีผลงานทั้งโดนใจและไม่โดนใจประชาชน และจะมีใครสักกี่คนจะนึกได้ว่า "นายสมัครได้สร้างพระเครื่องอะไรไว้บ้าง"

 จากการค้นคว้าพบว่า เท่าที่มีการบันทึกไว้มีอยู่ ๒ รุ่น คือ “พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร” และ "พระหลวงพ่อเงินปี ๒๕๔๕" โดยทั้ง ๒ รุ่นสร้างไว้เมื่อท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

 การสร้างพระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานครนั้น สืบเนื่องใน พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้มีการสร้างพระกริ่งมังกรทอง ประกอบพิธีปลุกเสก ๔๕ วัดทั่วประเทศ ในปีนั้นได้มีการพิธีเททองหล่อพระกริ่งเสาร์ ๕ และขันน้ำพระพุทธมนต์สุนทรีวาณี เพื่อนำมาใช้ในการพิธีพุทธาภิเษกสมโภชพระกริ่งมังกรทอง ที่ทำการปลุกเสกครบ ๔๕ วัดแล้ว

 พิธีพุทธาภิเษกสมโภช ๔๕ วัดมีขึ้นในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนวิสาขบูชา มีการปลุกเสกพระกริ่งมังกรทอง ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม ได้อาราธนาท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาสเป็นประธานจุดเทียนชัย โดยมีนายสมัคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

 ในพิธีวันนั้นท่านสมัครได้อธิษฐานเทียนชนวนก่อนถวายองค์ประธานทำการจุดเทียนชัย โดยผู้ใกล้ชิดได้ถามว่า “ท่านอธิษฐานอะไร” ท่านได้ตอบว่า “ขอให้ได้ชัยชนะเป็นผู้ว่าฯ กทม.”

 หลังจากนั้นได้มีการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านสมัครได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ เทคะแนนอย่างท่วมท้นกว่าล้านคะแนน ชนะขาดลอยได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมแรงอธิษฐาน

 โดยขณะท่านสมัครอยู่ในระหว่างหาเสียงอยู่นั้น พระมหาประดิษฐ์ โหราจารย์ใหญ่วัดสุทัศนเทพวราราม ได้ผูกดวงท่านสมัครแล้วทำนายว่า “จะได้รับชัยชนะอย่างไร้คู่แข่ง”

 ด้วยคำทำนายนี้เองคณะทำงานที่จัดสร้างพระกริ่งมังกรทอง นำโดยนายสิทธิกร บุญฉิม ได้ขออนุญาตนำผงตะไบพระกริ่งเสาร์ ๕ และผงตะไบขันน้ำพระพุทธมนต์สุนทรีวาณี ซึ่งเป็นเนื้อนวโลหะที่พระอาจารย์ชาญณรงค์ เป็นผู้ผสมสูตรไว้ที่โรงงานของช่างเล็ก นำมาผสมเนื้อผงใบลานกดพิมพ์พระสามเหลี่ยม ด้านหลังเป็นตราเสาชิงช้า สัญลักษณ์กรุงเทพฯ เพื่อถวายหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ทำการปลุกเสก ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามในคืนวันแห่งชัยชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของท่านสมัคร

 สำหรับพระสมเด็จรุ่นนี้ ช่างพรหม จันทรากูล เป็นผู้แกะพิมพ์และทำการปั๊ม มีพิมพ์ใหญ่เนื้อผงใบลานดำผสมผงนวโลหะ (ถือเป็นของพิเศษมีน้อย) และพิมพ์ใหญ่เนื้อขาว พิมพ์เล็กเนื้อผงใบลานและเนื้อขาว จัดสร้างน้อยแต่ไม่ได้มอบให้ท่านสมัคร ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ในห้องพระที่วัดสุทัศนเทพวราราม คณะ ๑๑ พระนาม พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร

 ตามโบราณการบริหารราชการแบ่งเป็นแบบจตุสดมภ์ เรียกว่า เวียง วัง คลัง นา ผู้ที่จะมาเป็นผู้บังคับบัญชาจะได้รับยศเป็นเจ้าพระยา ในโอกาสที่นายสมัคร ได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น ก็เปรียบได้เท่ากับเป็น "เจ้าพระยา” เพราะกรุงเทพมหานครในอดีตก็คือกรมเวียงนั้นเอง เมื่อมีการสร้างพระพิมพ์สมเด็จสามเหลี่ยมนี้ขึ้นแล้ว จึงได้ถวายพระนามว่า “พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร”

 ความมหัศจรรย์คือ พระมหาเถราจารย์และโหราจารย์ใหญ่แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม ทราบล่วงหน้าว่าท่านสมัครจะได้รับชัยชนะเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พระรุ่นนี้จึงได้มีการจัดสร้างและถวายพระนามเพื่อเตรียมไว้มอบต้อนรับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่ เมื่อทราบผลการเลือกตั้งว่าชนะแล้ว ก็ได้จัดพิธีปลุกเสก ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามในคืนนั้นเลย

 ผู้ได้รับมอบพระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานครรุ่นนี้ได้มีการขนออกจากพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามในรุ่งเช้าวันที่ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช มารับตำแหน่ง โดยพิมพ์พิเศษสีดำ ผงใบลานผสมนวโลหะ สร้าง ๙๙๙ องค์ (ท่านสมัครจะมอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาแสดงความยินดี) ส่วนนักข่าวและประชาชนทั่วไป จะมอบให้เลขาฯ มาแจกให้ คือ พิมพ์เนื้อดำและเนื้อขาว มิได้ผสมผงตะไบนวโลหะ

 พระรุ่นนี้ในปัจจุบันเป็นของหายาก เพราะผู้ที่ได้รับมอบพิมพ์พิเศษผสมผงตะไบ จะต้องได้รับมอบจากมือท่านสมัคร สุนทรเวช เท่านั้น และเมื่อท่านสมัครได้รับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ได้ข้ามมาถวายสักการะหลวงพ่อพระศรีศากยมุณี ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม

 ในวันนั้น ท่านเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ได้มอบ “พระกริ่งใหญ่ ๖๙” แต่งโดยพระมหาประชุม มอบให้เป็นที่ระลึก โดยท่านสมัครได้กล่าวกับท่านเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามว่า “พระสมเด็จฯ ที่พระเดชพระคุณฯ สร้างให้ มีพรรคพวกโทรมาขอจำนวนมาก เกล้ากระผมแจกจนหมดก็ยังไม่พอ ไม่คิดเลยว่าคนจะสนใจพระรุ่นนี้มากขนาดนี้”

 พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร เป็นอนุสรณ์ของนายสมัคร กับ วัดสุทัศนเทพวราราม อีกทั้งด้วยแรงอธิษฐานในการจุดเทียนชัย จึงทำให้ได้ชัยชนะเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างถล่มทลาย นับเป็นประวัติศาสตร์วงการเมืองของประเทศ ที่ชาวไทยอีกหลายๆ สิบล้านท่านคงไม่มีโอกาสได้ครอบครอง “พระสมเด็จเจ้าพระยากรุงเทพมหานคร” พระเครื่องอนุสรณ์แห่งชัยชนะของนายสมัคร 

    หลวงพ่อเงิน ปี ๔๕

 ในระหว่างที่นายสมัคร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานอำนวยการ สร้างพระหลวงพ่อเงิน ปี ๒๕๔๕ และนายชัยสิทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ประธานฝ่ายดำเนินงาน วัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมาสมทบทุนการศึกษาของนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนของกรุงเทพมหานคร บำรุงเสนาสนะวัดบางคลาน และสมทบเป็นทุน ดำเนินการของมูลนิธิชาวจังหวัดพิจิตร

 โดยเริ่มแรกได้ทำพิธีเททองหล่อชนวน ณ บริเวณเกาะกลางเสาชิงช้าหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๕ เวลา ๐๘.๔๕ น. โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) และทำพิธีบวงสรวงพร้อมอัญเชิญดวงวิญญาณ หลวงพ่อเงิน ลงมาทำพิธีพุทธาภิเษกชนวนมวลสารทั้งหมดที่ใช้ในการหล่อพระครั้งนั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๕ เวลา ๑๓.๔๕ น. ณ วิหารหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

 ในขณะที่ทำการบวงสรวงและพุทธาภิเษกชนวนมวลสารได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เกิดลมพายุพัดอย่างรุนแรง ได้มีนกหลายร้อยตัวพากันบินว่อน และส่งเสียงร้องเสียงดังอยู่เหนือวิหารมณฑลพิธี ก่อนจะมีฝนตกปรอยๆ ในบริเวณวัดบางคลาน และปริมณฑล จนพิธีพุทธาภิเษกชนวนมวลสารเสร็จสรรพเรียบร้อย ฝนก็ขาดเม็ดทันที

 กำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ มณฑลพิธีอุโบสถวัดบางคลาน ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๓ ถึงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๕ โดย มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานจุดเทียนชัย ในวันที่ ๓ และพระเทพโมลี วัดราชผาติการาม ดับเทียนชัย ในวันที่ ๕ เป็นครั้งแรกในประวัติการสร้างพระหลวงพ่อเงินที่มีการประกอบพิธีถึง ๓ วัน โดยสุดยอดพระเกจิ-อาจารย์แห่งสยามประเทศ ๑๔๕ รูป ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก พระครูโสภณกิตยาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เจ้าคณะ ๑๔ เป็นเจ้าพิธี

ธนเดช จตุคามฯ

"}])