พระเครื่อง

โหรพุทธพร แข็งแรงกับพลังศรัทธาสร้าง...พระเศรษฐีนวโกฏิ

โหรพุทธพร แข็งแรงกับพลังศรัทธาสร้าง...พระเศรษฐีนวโกฏิ

19 พ.ย. 2552

"พระมหาเจดีย์อภิมหาเศรษฐีโกฏิ ประดิษฐาน ณ ปฏิบัติธรรมพุทธพร วัดหนองบัวงาม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นพระธาตุเจดีย์ก่อด้วยอิฐศิลาแลง มี ๙ ยอด ฉัตร ๙ ศิลาฤกษ์ ๑๙ ชั้นฟ้า ๑๒ ราศรี กว้าง ๙ เมตร สูง ๑๙ เมตร ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ วันเสาร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๑ จากนั

 ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหนึ่งในพลังศรัทธาของ "โหรพุทธพร แข็งแรง" ที่สร้างโดยไม่มีการบอกบุญ เรี่ยไรเงิน รวมทั้งรับบริจาคเงินล่วงหน้า เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงถวายแก่พุทธศาสนา ถวายให้แก่พระสงฆ์ เสร็จแล้วจึงบอกบุญไปยังพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธา ให้อนุโมทนาและร่วมกันทำบุญให้ทางวัดหรือสำนักสงฆ์โดยตรง

  นอกจากนี้แล้วเงินที่ได้จากการทำพิธีตั้งศาล ทำนายดวงชะตา แก้ไขดวงชะตาชีวิต รวมทั้งการจัดสร้างวัตถุมงคล ไม่ว่าจะเป็น พระพิฆเนศ พระพรหม พระแม่ธรณี นางกวัก รวมทั้งพระเศรษฐีนวโกฏิ โหรพุทธพรได้นำไปช่วยเหลือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและวัดวาอารามทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ เช่น สำนักสงฆ์พุทธพรแข็งแรง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี สำนักสงฆ์พุทธพรแข็งแรง ติดวัดสองคอนใต้ ต.สองคอน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สำนักสงฆ์พุทธมณฑลพุทธพร บ้านนาคำหลวง ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นต้น อีกทั้งบริจาคช่วยเหลือคนชรา ผู้สูงอายุ บริจาคช่วยสงเคราะห์ชุมชน ช่วยเหลือสถานศึกษา นักเรียนที่ขัดสน ช่วยเหลืองานด้านสุขอนามัยหรือสถานพยาบาล ที่ร้องขอมาทั้งส่วนรวมและส่วนบุคคล

 ส่วนประวัติของโหรพุทธพรนั้น เป็นบุตรของคุณพ่อถนอมและคุณแม่เป็ง แข็งแรง เกิดที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีอุปนิสัยใผ่ในทางธรรมมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวปรนนิบัติใกล้ชิดกับพระสงฆ์ในสายธรรมยุตมาตลอด โดยมีศักดิ์เป็นหลานอาขององค์พระครูอดุลธรรมภานุ หรือหลวงพ่อคำพันธ์ จันทูปโม วัดศรีวิชัย อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม (พระครูอดุลธรรมภานุมีศักดิ์เป็นอา) และครูบาวัง เทพเจ้าแห่งภูลังกา นอกจาก ๒ ท่านนี้แล้วยังมีศักดิ์เป็นหลานของพระราชเมธาภรณ์อดีตเจ้าคณะภาค ๘ อีกด้วย ในวัยเด็กศึกษาที่บ้านเกิดคือ จ.นครพนม ไปเติบโตที่ จ.พิษณุโลก จนจบการศึกษาที่วิทยาลัยพิษณุโลกในภาคบริหารวิทยาการจัดการสาขาเลขานุการ พร้อมกับเรียนโหราศาสตร์ที่เป็นความชอบส่วนตัว

 การทำงานแบบบุคคลทั่วไปนั้นช่วยคนได้น้อยมากและด้วยความเคารพในพ่อคือ ท่านท้าวเทพมหาพรหมาธิราช จึงทำให้ท่านอาจารย์โหรพุทธพร เบนเข็มมาศึกษาด้านโหราศาสตร์อย่างมุ่งมั่นและจริงจัง จนเชี่ยวชาญในหลักสูตรทั้งภาคพิธีกรรมภาคคำนวณ และภาคพยากรณ์ที่เรียกกันในภาษาชาวบ้านทั่วไปทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัตินั่นเองเมื่อได้ศึกษาโหราศาสตร์จนรู้อย่างแท้จริงแล้ว พิธีกรรมต่างๆ ตลอดจนการอธิษฐานขอบารมีต่อองค์มหาท้าวมหาพรหม ก็พลอยรู้จริง และทำได้จริงเสียด้วย คือ ขอพรบารมีจากองค์ท่านได้สมประสงค์ เพื่อตนเองและเพื่อช่วยบุคคลอื่นหากประสงค์อยากได้ในสิ่งใดเมื่ออธิษฐานขอพรจากองค์ท่านท้าวมหาพรหมแล้ว จะต้องได้ในสิ่งนั้นเสมอ ภายใน ๗-๑๕ วัน เกือบทุกครั้ง

 สำหรับพลังศรัทธาในการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ โหรพุทธพร บอกว่า พระก้าวหน้า เป็นรูปเคารพแทนมหาเศรษฐีทั้ง ๙ ท่านในสมัยพุทธกาล ท่านเหล่านี้เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์อเนกอนันต์ให้แก่พระพุทธศาสนา มีความมั่งคั่งในโภคทรัพย์อยู่ในระดับเดียวกับกษัตริย์ ทั้งยังเป็นสัมมาทิฐิ และยังเป็นพุทธอุปฐากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงยกย่องว่า ท่านเหล่านี้เป็นผู้เลิศในการทำทาน และเป็นยอดของมหาเศรษฐีทั้งปวง โดยมีคติความเชื่อว่าจะอำนวยลาภผลโภคทรัพย์ตามสมควร ปกปักรักษาให้บ้านเรือนร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง และป้องกันภยันตรายสิ่งไม่ดีไม่งามต่างๆ ปัจจุบันมีอยู่น้อยมากที่จะสร้างได้อย่างถูกต้องตามตำราดั้งเดิม

 ตามตำนานของชาวล้านนา สมัยหนึ่งเกิดทุกข์เข็ญ ทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อน บังเกิดความอดอยากขึ้น จึงมีพระภิกษุผู้เป็นอริยะรูปหนึ่ง ได้แนะนำให้สร้างพระเศรษฐีนวโกฏิขึ้น เพื่อสักการบูชาแก้เคล็ดในความทุกข์ยากทั้งหลาย เมื่อสร้างเสร็จและฉลอง ก็ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ปรากฏขึ้นเป็นอัศจรรย์ คือ ความทุกข์ยากอดอยากทั้งหลายได้บรรเทาลงและสงบในที่สุด จึงเป็นคติที่เชื่อถือของชาวล้านนาว่า ถ้าผู้ใดได้บูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จะมีสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น ประสบแต่โชคลาภ อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยอานิสงส์แห่งบารมีธรรมของเศรษฐีทั้ง ๙ ท่าน

 การสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิขึ้นมาแต่ละครั้ง ได้นิมนต์เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จักเพื่อมอบเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมศรัทธา

กำเนิดพระเก้าหน้า

 กำเนิดพระมหาเศรษฐีนวโกฏิในแผ่นดินสยาม พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ พระอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในสมัยที่ท่านได้เป็นผู้ปกครองการคณะสงฆ์ในตำแหน่งพระสังฆปาโมกข์ ที่นครจำปาสัก และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดอำมาตยาราม ได้รับการสืบทอดตำรามาจากญาท่านสำเร็จลุน วัดบ้านเวินไซ เมื่อท่านได้รับการถ่ายทอดตำรามาแล้ว ท่านได้ศึกษาค้นคว้าจนเข้าใจถึงอรรถาธิบายถึงวิธีการสร้าง พิธีการจัดการปลุกเสก ตลอดถึงฤกษ์ยามในพิธีการจัดสร้าง จนเป็นที่เข้าใจ

 ผู้รู้ได้ถือเอาคตินี้มาสร้างเป็นพระนวโกฏิให้มีพระพักตร์ทั้งหมด ๙ พระพักตร์ แทนใบหน้าของนวเศรษฐีทั้งเก้าในสมัยพุทธกาล เชื่อว่ามีคุณทางโชคลาภ อำนวยลาภสักการะ และความร่มเย็นเป็นสุขแก่ผู้เลื่อมใสบูชา

 มหาเศรษฐีทั้ง ๙ ท่านในสมัยพุทธกาล ได้แก่ ๑.ธนันชัยเศรษฐี ๒.ยัสสะเศรษฐี ๓.สุมานะเศรษฐี ๔.ชะฏิกัสสะเศรษฐี ๕.อนาถปิณฑิกเศรษฐี ๖.เมนฑะกัสสะเศรษฐี ๗.ท่านโชติกะเศรษฐี ๘.สุมังคะกัสสะเศรษฐี และ 9.นางวิสาขามหาอุบาสิกา

 พระมหาเศรษฐีนวโกฏิมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป บางปางก็มีลักษณะคล้ายเทวรูปในศาสนาพราหมณ์ ลักษณะของพระพักตร์มี ๙ เศียร เรียงเป็นวงกลมในระนาบเดียวกัน พระวรกายคล้ายพระพุทธรูป ท่าประทับนั่งมี ๔ ลักษณะ คือ ๑.แบบสมาธิ ๒.แบบประนมกร ๓.แบบหงายพระหัตถ์ประทานพร และ ๔.แบบมารวิชัยอุ้มบาตร หรือถือถุงทรัพย์

 พุทธศาสนิกชนท่านใดสนใจศึกษาประวัติพระก้าวหน้า เข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์สมเด็จอภิมหาเศรษฐีนวโกฏิ” ได้ฟรีที่ ๔๙/๙ อาคารนนท์ทาวเวอร์ ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. ๐-๒๙๖๘-๙๘๐๗-๘ และ ๐๘-๑๔๙๙-๖๗๙๑

0 เรื่อง / ภาพ  ไตรเทพ ไกรงู 0