พระเครื่อง

'คนแขวนพระ ใจต้องมีธรรมะ คุณพระถึงจะช่วย'สกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

'คนแขวนพระ ใจต้องมีธรรมะ คุณพระถึงจะช่วย'สกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

01 พ.ย. 2552

สกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นลูกชาวประมง ผู้เกิดมากับทะเล และโตมากับทะเล ที่หาดหน้าท่ากำนัน ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

ชีวิตในวัยเด็กก็เหมือนกับชาวประมงทุกอย่าง ออกทะเล วางอวน ดักกัด (ตาข่าย) ทอดแห หน่วงปูม้า จับปูทะเล ฯลฯ คราใดที่โดนลมพายุขนาดย่อม เรือที่พายจวนเจียนจะจม หรือบางครั้งออกทะเลเจอลมบกพัดแรง จนไม่สามารถนำเรือเข้าฝั่งได้ สิ่งแรกที่คิดถึง คือ บนบานขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน เพราะเคยได้ยินจากคณะหนังตะลุง มโนราห์ และเพลงบอก ที่มาแสดงในงานวัด งานประจำปีที่บ้าน เมื่อมีการไหว้ครู จะต้องขึ้นหน้าบทด้วยคำว่า "นะโม...แล้วตามด้วย...ลูกขอยกมือไหว้หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน...ฯลฯ...." เสมอ จนจดจำฝังใจมาโดยตลอด ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้พบเห็นหลวงพ่อทวด หรือพ่อท่านคล้าย และไม่เคยทราบถึงประวัติของท่านทั้งสองมาก่อนหน้านี้เลย

 "ผมเป็นคนที่ชอบอ่านวรรณคดี ประวัติศาสตร์ในเรื่องการรบทัพจับศึก การกู้ชาติบ้านเมืองของพระเจ้าแผ่นดินสมัยก่อน พบว่าการทำศึกสงครามสมัยก่อน สิ่งหนึ่งที่แม่ทัพและทหารหายจะต้องมีไว้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ก็คือ พระเครื่องรางของขลัง ทำให้เกิดความสนใจขึ้นมาด้วย และเมื่อได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ ก็เลยเกิดชอบสะสมพระเครื่องขึ้นมาโดยปริยาย จนทุกวันนี้ผมมีพระเครื่องอยู่หลายองค์ และที่ติดตัวเป็นประจำไม่เคยลืม คือ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี รุ่นแรก เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ และเหรียญพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน ปี ๒๕๐๐ เป็นเหรียญรูปหยดน้ำ ด้านหน้าเป็นรูปพ่อท่านคล้าย ส่วนด้านหลัง เป็นพระพุทธรูปทองคำ วัดไตรมิตร อายุกว่า ๗๐๐ ปี ทำด้วยเนื้อทองคำแท้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเป็นเครื่องเตือนสติอยู่เสมอว่า...มีพระเครื่องเหมือนมีธรรมะอยู่ใกล้ตัว"  นายอำเภอนักสะสมพระ กล่าวถึงอดีตที่ผ่านมาด้วยความภาคภูมิใจ

 จากการที่ได้ศึกษาประวัติของ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ทำให้ทราบถึงผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านอย่างละเอียด โดยเฉพาะในด้านการเป็นพระนักพัฒนา ที่ได้สร้างสาธารณประโยชน์อย่างมากมายในทุกท้องถิ่น ทุกจังหวัดของภาคใต้ เมื่อได้ย้ายมาปฏิบัติงานในหน้าที่ นายอำเภอฉวาง อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พ่อท่านคล้าย ที่ชาวบ้านทุกคนให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใสอย่างสุดชีวิต นายอำเภอสกล จันทรักษ์ จึงได้เชิญชวนชาวฉวางร่วมกันจัดงาน แห่ผ้าห่ม พระธาตุน้อย เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า และพ่อท่านคล้าย ผู้สร้างเจดีย์พระธาตุน้อย แห่งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ อันเป็นวันทำบุญคล้ายวันเกิดของพ่อท่านคล้าย พร้อมทั้งจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก "ตามรอยพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ บุญฤทธิ์แห่งแผ่นดินแดนใต้" ซึ่งนอกจากจะมีประวัติและผลงาน ตลอดจนภาพวัตถุมงคลต่างๆ ของ พ่อท่านคล้าย อย่างครบถ้วนแล้ว ในหนังสือเล่มนี้ยังมีเรื่องราวต่างๆ ของพ่อท่านคล้าย ที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงของบุคคลต่างๆ ทั่วทุกวงการ ซึ่งยังไม่เคยมีผู้ใดรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้

 หนังสือเล่มนี้ จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของนายอำเภอสกลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าปกของหนังสือเล่มนี้เป็น ภาพพระราชกรณีกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปในงานครบรอบ ๑๐๐ ปี วัดมกุฏกษัตริยาราม กทม. (เดือนมกราคม ๒๕๑๐) ซึ่งเป็นภาพที่ นายอำเภอสกล ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นภาพขนาดใหญ่ไว้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอฉวาง และตามสถานที่ราชการต่างๆ รวมทั้งทุกชุมชน ทั่วอำเภอ เนื่องในปีมหามงคล พระชนมพรรษ ๘๐ พรรษา พ.ศ.๒๕๕๐ 

 จากการที่เป็นคนทำงานประเภท "ตีนติดดิน" ทำให้ชีวิตที่ผ่านมา นายอำเภอสกลได้เข้าถึงชาวบ้านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ยามว่างก็มักจะพูดคุยกันถึงเรื่องของพระเครื่อง ปฏิปทาของพระเกจิอาจารย์ในแต่ละท้องถิ่น ด้วยความสนใจอย่างจริงจัง จึงมีโอกาสได้ศึกษาพระเครื่องต่างๆ ไปในตัว รวมทั้งรู้ด้วยว่า คนวงการพระคนไหนเล่นพระแบบใด ดีหรือไม่ดี เก่งหรือไม่เก่ง

 หากเป็นคนดี สายตาถึง ก็จะหาโอกาสไปคบหาสมาคมด้วยเสมอ ซึ่งแน่นอน ก่อนอื่นเราต้องขอเช่าพระจากท่านผู้นั้นก่อน เพื่อเป็นการผูกไมตรีต่อกัน วันหน้าวันหลัง หากมีเรื่องที่ต้องปรึกษา เมื่อถามหาใครก็ย่อมมีคนให้ความช่วยเหลือเสมอ

 เมื่อผ่านเวลาผ่านไปนานเข้า ความสนใจพระเครื่องก็มีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีบรรดาเซียนพระให้คำแนะนำต่างๆ ทำให้มีโอกาสได้ดูพระแท้อยู่เสมอ จนสามารถจดจำพระหลักยอดนิยมได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้ นายอำเภอสกล จึงมีพระหลักยอดนิยมอยู่ในครอบครองมากพอสมควร โดยเฉพาะยอดนิยมของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น พระกรุนางตรา พระกรุท่าเรือ ฯลฯ รวมทั้งพระเครื่องของ พระเกจิอาจารย์ดังๆ ในอดีตอีกหลายท่านด้วยกัน โดยเฉพาะพระพ่อท่านคล้าย หากเป็นรุ่นที่วงการนิยมกัน ก็มีอยู่อย่างครบถ้วน 

 รวมทั้ง ชุดเบญจภาคีเหรียญยอดนิยม ของ เมืองนครศรีธรรมราช คือ ๑.เหรียญรุ่นแรก พ่อท่านปลอด วัดนาเขลียง ๒.เหรียญพระอุปัชฌาย์แก้ว วัดปทุมยิการาม อ.สิชล ๓.เหรียญพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน รุ่นแรก พิมพ์ ๒ ขอบ ๔.เหรียญพ่อท่านเอียดดำ วัดในเขียว และ ๕.เหรียญพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง

 นายอำเภอสกล เป็นผู้มีประสบการณ์ในการแขวนพระเครื่องมาโดยตลอด และเชื่ออย่างมั่นใจว่า พุทธคุณในองค์พระมีจริง แต่ผู้ที่แขวนพระก็ต้องเป็นคนดี และมีคุณธรรมประจำใจด้วย บารมีขององค์พระจึงจะปกปักษ์รักษาได้

 นอกจากนี้ ผู้ที่มีพระเครื่องใช้ติดตัวเป็นประจำ ต้องหมั่นทำบุญกุศล โดยไม่จำเป็นว่าต้องกับพระสงฆ์ตามวัดเสมอไป แม้กับผู้ยากไร้ มีชีวิตอย่างแร้นแค้น การให้ความช่วยเหลือก็ย่อมได้บุญเช่นเดียวกัน

 นายอำเภอสกล จันทรักษ์ เป็นชาวสิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยกำเนิด หลังจากเรียนจบชั้นประถมที่บ้านเกิดแล้ว ได้เข้ากรุงเทพฯ เรียนต่อชั้นมัธยม จากนั้นไปจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบปริญญาโท ๒ ใบจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

 เข้ารับราชการกระทรวงมหาดไทย ครั้งแรกที่ จ.ตรัง ต่อมาได้รับการพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆ จนได้เป็นนายอำเภอที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะย้ายมาเป็นนายอำเภอฉวางเมื่อ ๒ ปีก่อน 

 นายอำเภอสกล มีหลักประจำใจในการทำงานว่า  "ผมทำงานรับใช้ประชาชน โดยใช้ทฤษฎีใยแมงมุม ที่ผมได้สังเกตเห็นว่า แมงมุมจะใช้น้ำลายถักทอเส้นใย เพื่อดักสัตว์ ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน หากเข้ามาในวงล้อมของใยแมลงมุมแล้ว เป็นต้องกลายเป็นอาหารของตน คนเราหากจะทำงานใหญ่ ก็ต้องถักทอจิตใจของมวลชนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้เหมือนกับใยแมงมุม หากทำได้ก็สามารถทำงานได้สำเร็จ นั่นก็คือ ผลงาน ซึ่งเปรียบเหมือนกับอาหารของแมงมุม หรือหมู่คณะของเรานั่นเอง"

 ปีนี้ นายอำเภอสกล ยังมีอายุราชการเหลืออีก ๑๐ ปี  ยังมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าต่อไปอีกนาน  เพราะเป็นผู้มีผลงานพัฒนาท้องถิ่นมาโดยตลอด ด้วยจิตสำนึกว่าเป็น ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทุกลมหายใจ

 นายอำเภอสกลจึงเป็นที่รักนับถือของชาวบ้านมาก เป็นผู้ทำงานด้วยความรักในงานที่ทำ โดยไม่ได้คิดว่าเป็น "นาย" ของประชาชนแต่อย่างใดเลย

 ชีวิตครอบครัว นายอำเภอสกลเป็นผู้ที่มีบุตรยาก ได้พยายามทุกวิถีทางมาแล้ว ก็ไม่สำเร็จ เพิ่งจะสมหวังก็ด้วยการอธิษฐานขอพรกับพ่อท่านคล้าย เมื่อปี ๒๕๕๐ ทำให้ได้ลูกแฝดชายหญิง จึงตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.ฉวาง (นะโม) เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสถานที่ให้กำเนิดลูกคนนี้ และอีกคนชื่อว่า ด.ญ.ตรัง (น้ำมนต์) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่ได้พบรักกับศรีภริยา อาจารย์วาจิศา จันทรักษ์ อีกทั้ง เมืองตรัง ยังเป็นเมืองที่ได้ให้ความเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการ และคนเมืองตรังเป็นคนที่น่ารัก มีน้ำใจไมตรีกับครอบครัวของนายอำเภอสกลมาโดยตลอด

 ทุกวันนี้ นายอำเภอสกล มีความสุขอยู่กับครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น พร้อมกับการทุ่มเทชีวิตจิดใจให้กับหน้าที่การงาน ที่ทำด้วยใจรักอย่างจริงจัง .....

00 ตาล ตันหยง 000

"}])