
พล.ท.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ในวันที่..."เปลี่ยนชื่อชีวิตก็เปลี่ยน"
ทะลุเป้าได้เงินกว่า ๒๕ ล้านบาท โดยในคืนก่อนวันงานมีประมูลพระได้กว่า ๕ ล้านบาท ผู้ใหญ่ร้องเพลงได้กว่า ๓ ล้านบาท วันงานประกวดขายกล่องทำลายสถิติที่มีจัดบนชั้น ๘ พันธุ์ทิพย์ ได้กว่า ๓.๒ ล้านบาท
ในขณะที่งานนี้มีคนส่งพระถล่มทลายถึง ๑๑,๐๐๐ องค์ มีคนเข้ามาชมงานเฉียด ๙,๐๐๐ คน ไม่รวมกรรมการอีกกว่า ๔๐๐ คน
นี่เป็นความสำเร็จในมหกรรมการประกวดพระบูชาพระเครื่อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๒ ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น ๘ อาคารพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เพื่อหาทุนให้ทายาทเจ้าหน้าที่ทหารใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
รวมทั้งเป็นทุนการศึกษาทายาทเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษ และเพื่อหาทุนในการดำเนินโครงการ "สุขศาลาพระราชทาน" ที่จัดโดยกองทัพบก นักศึกษา วปอ. ๒๕๔๖ โดยมี พล.ท.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง ๕ เป็นแม่งาน
ความสำเร็จของการจัดงานประกวดครั้งนี้ พล.ท.กิตติทัศน์ บอกว่า ต้องขอขอบคุณคนในวงการพระเครื่อง และประชาชนที่ส่งพระเข้าประกวด รายได้จากการจัดงานครั้งนี้ไม่ได้ไปไหน หากจะนำไปเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ครอบครัวของกำลังพลทหารบก ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้แล้ว ความพิเศษในการจัดมหกรรมการประกวดครั้งนี้มีหลายประการ อาทิ การจัดทำหนังสือพระพุทธปฏิมาล้ำค่าของเมืองไทย ที่มีภาพพร้อมคำกลอนบรรยายเกี่ยวกับวัด และพระพุทธรูปสำคัญทั่วไทย ๒๔๒ วัด จาก ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับผู้ชนะเลิศแต่ละรายการ
พร้อมกันนี้ พล.ท.กิตติทัศน์ เล่าให้ฟังว่า เป็นเพื่อนนักเรียนกับนายพิศาล เตชะวิภาค อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม ต้อย เมืองนนท์ เมื่อครั้งเรียนอยู่ราชสีมาวิทยาลัย จ.นครราชสีมา
หลังเรียนจบจากที่นั่น ต่างคนก็ต่างเรียนต่อและทำงานตามสายที่ตนถนัด มาเจอกันอีกครั้งก็ตอนมาเป็น ผอ.ช่อง ๕ จากนั้น ต้อย เมืองนนท์ ก็พามารู้จักคนในวงการพระเครื่อง
ขณะเดียวกัน ก็หาหนังสือพระเครื่อง รวมทั้งพระดีๆ มาให้นิมนต์ขึ้นคอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการให้ในฐานะเพื่อนมากกว่า
จากนั้นก็สนใจศึกษาพระเครื่องเรื่อยมา แต่สายตาดูพระยังคงห่างไกลกับสายตาของต้อย เมืองนนท์ มาก
ในจำนวนพระเครื่องที่มีอยู่ทั้งหมด พล.ท.กิตติทัศน์ บอกว่า พระที่ชอบและหวงแหนมากสุดก็คือ พระสมเด็จจิตรลดา ปี ๒๕๑๑ โดยเป็นสมบัติตกทอดของญาติผู้ใหญ่ ส่วนพระที่นิมนต์ขึ้นคอเป็นประจำ คือ พระท่ากระดาน ซึ่งตลอดชีวิตรับราชการมานั้น มีอะไรที่ไม่คาดคิดหลายครั้ง เรื่องบางเรื่องเหตุการณ์บางอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
โดยเฉพาะตำแหน่งและหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ จนกระทั่งมานั่งในตำแหน่ง ผอ.ช่อง ๕ ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากปาฏิหาริย์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ท.กิตติทัศน์ เคยทำบุญมาหลายวัด มีอยู่วัดหนึ่งที่ศรัทธามากเป็นพิเศษ คือ วัดธรรมิการาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งมีพระครูวิจิตรสุธาราม รองเจ้าคณะอำเภอบ้านหมี่ เป็นเจ้าอาวาส ด้วยเหตุที่ว่า ท่านอาจารย์ดังด้านโหราศาสตร์ ซึ่งเป็นพระรูปเดียวกับที่ทำนายผู้เคยทำนายดวงชะตาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ชะตาเกิดของคนเหนือที่ชื่อใต้ (ทักษิณ) มีพลังแรงถึงระดับ ๑๙ มากกว่านักการเมืองคนใดในแผ่นดิน
โดยเมื่อปี ๒๕๔๓ ก่อนการเลือกตั้ง ๖ มกราคม ๒๕๔๔ ได้ทำนายว่า นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ จะมีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และยังทำนายไว้ล่วงหน้าว่า ทักษิณจะหลุดคดีซุกหุ้นในศาลรัฐธรรมนูญ อย่างแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ พระครูวิจิตรสุธาราม ได้เปลี่ยน ชื่อ พล.ท.กิตติทัศน์ จากชื่อและยศเดิมที่ว่า พันเอกพิเศษสมเชาว์ พร้อมกับแนะนำว่า ให้ทำตาลปัตร และปักด้วยชื่อใหม่ว่า “กิตติทัศน์” ไปถวาย จากนั้นท่านก็ไปทำพิธีสวดให้
“ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกว่า การเปลี่ยนชื่อจะทำให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะชื่อเดิมเป็นชื่อที่ใช้มากว่าครึ่งชีวิตแล้ว เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ หลังเปลี่ยนชื่อ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เมื่อครั้งใช้ชื่อสมเชาว์ ชีวิตและหน้าที่การงานก้าวหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นกิตติทัศน์ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๓ จากยศพันเอกพิเศษก็เลื่อนยศเป็นนายพลตรี ซึ่งหลังจากเปลี่ยนชื่อได้ไม่ถึง ๗ วัน ก็ได้ย้ายจากพิษณุโลกเข้ากรุงเทพฯ ในยศและตำแหน่งสูงขึ้น” นี่คือคำยืนยันของ พล.ท.กิตติทัศน์
สำหรับคติธรรมที่ใช้ในชีวิตรับราชการทหารนั้น พล.ท.กิตติทัศน์ บอกว่า คิดดี พูดดี ทำดี มีเพื่อนดี และ อยู่ในสถานที่ดี เท่านี้แล้วสิ่งดีๆ จะตามมา
แต่คำว่า ทำดี ได้ดี มีที่ไหน ทำชั่ว ได้ดี มีถมไป ยังมีให้เห็นในสังคมเยอะแยะมากมาย แต่สำหรับเรา ปกติแล้ว เราก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักหนา แต่เราก็ไม่ใช่คนชั่วแน่นอน ทำดี มันต้องควบคู่กับความอดทน ซึ่งเราก็ทนได้เท่าที่ทนได้ ทนเผื่อจะมีอะไรดีขึ้น แต่ถ้าความอดทนหมด เราก็จะพยายามเดินออกจากสิ่งนั้นไป
นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่เราเชื่ออีกอย่าง คือ เราทำดี หรือทำชั่ว แม้คนอื่นจะไม่เห็น แต่เรานี่แหละที่เห็น จะรู้สึกดี มีความสุข หรือจะรู้สึกผิด ต้องอยู่กับความทุกข์ มันก็อยู่กับตัวเรา เราคนไทย อยู่แผ่นดินเดียวกัน รักกันเข้าไว้ เพราะชีวิตคนเราสั้นยิ่งนัก สามาคีกันเข้า ก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่เพื่อให้เรารักกัน
“ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกว่า การเปลี่ยนชื่อจะทำให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ หลังเปลี่ยนชื่อจากยศพันเอกพิเศษก็เลื่อนยศเป็นนายพลตรี ซึ่งหลังจากเปลี่ยนชื่อได้ไม่ถึง ๗ วัน”
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



