พระเครื่อง

ผ้ากฐินพระราชทาน
พระมหากรุณาธิคุณธำรงพุทธปลายขวาน

ผ้ากฐินพระราชทาน พระมหากรุณาธิคุณธำรงพุทธปลายขวาน

07 ต.ค. 2552

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ ที่ยังคงปรากฏอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่มีทีท่าว่า จะยุติลงโดยง่าย แถมยังส่งผลให้วิถีชีวิตของผู้คนแห่งนี้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือมาแล้วร่วม ๕ ปี

 แต่สิ่งหนึ่ง ที่เห็นได้ว่า ยังคงไว้เฉกเช่นทุกๆ ปี ไม่มีเปลี่ยนแปลง สำหรับพี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือช่วง “ฤดูกฐิน” เดินทางมาถึง หรือในห้วงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เหล่าพุทธบริษัทที่นี่ จะไม่หนีหน้าไปไหน และพร้อมกันร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม ด้วยการ “ทอดกฐิน” เพื่อร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกันกับบรรดาพุทธศาสนิกชนในภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ

 ภาพบรรดาพี่น้องไทยพุทธ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ร่วมงานทอดกฐิน จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตศรัทธา และความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มเปี่ยม แม้สถานการณ์ในพื้นที่แห่งนี้จะไม่เอื้ออำนวย เหมือนจังหวัดอื่นๆ ก็ตาม แต่พุทธศาสนิกชนใน จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทุกเหล่า จะรวมพลังทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาอย่างมั่นคง...และต่อเนื่อง

 ตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา นับแต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีวัดบางแห่ง พลอยได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว จนไม่มีพระภิกษุจำพรรษา กระทั่งผุด “โครงการพระสงฆ์นำชัยคุ้มภัยใต้” ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ยังผลให้วัดใน ๓ จังหวัดภาใต้ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาครบเกือบทุกแห่ง

 และด้วยพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังได้  พระราชทานผ้าพระกฐิน ถวายวัดในพื้นที่แดนใต้ หลังจากสิ้นสุดการเข้าพรรษา โดยมี พล.อ.ณพล บุญทับ หัวหน้าคณะโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ตามแนวพระราโชบาย

 พล.ต.อรรถพร โบว์สุวรรณ คณะทำงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จ.ชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เรื่องราวของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในสายพระเนตรของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอด และในช่วงออกพรรษา ซึ่งทุกวัดจะมีการทอดกฐินและผ้าป่า พระองค์ได้ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงจัดให้คณะทำงานฯ สำรวจจำนวนวัดที่ขาดกองกฐิน เพื่อจะได้อุ้มชูพระพุทธศาสนา โดยการพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอดถวาย ณ วัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่มีกองกฐิน   จากการสำรวจจำนวนวัดในปี ๒๕๕๒ พบว่า มีอยู่ประมาณ ๕๐ วัด ที่ยังไร้เจ้าภาพกองกฐิน จากจำนวนวัดที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๒๖๖ วัด

 ทั้งนี้ ได้เร่งประสานขอความอนุเคราะห์ และอนุโมทนาจากผู้ประกอบการภาคเอกชนจากทั่วประเทศ ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพกองกฐิน เพื่อนำไปทอดถวายวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำนุบำรุงศาสนา ใน วันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม นี้ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ อาคารสิริกาญจนทักษิณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

 ในโอกาสนี้ จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา และขอเรียนเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพในการถวายผ้าพระกฐินในครั้งนี้ด้วย

 "หลายคนมองว่า จำนวนวัดที่ขาดเจ้าภาพกองกฐิน ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากในช่วง ๓ ปี ก่อนที่ไฟใต้ประทุขึ้น มีมากถึง ๑๐๘ วัด และค่อยๆ ลดระดับลงมาเหลือเพียง ๕๐ วัด น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น แต่สำหรับผมแล้ว เชื่อว่า ตราบใดที่เหตุการณ์ความไม่สงบยังเกิดขึ้นรายวัน ก็ยังไม่สามารถสร้างความอุ่นใจได้ว่า ทุกอย่างจะยุติ ดังนั้นภารกิจการเข้าไปช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการทำนุบำรุงศาสนา ก็ยังต้องดำเนินการต่อไป" พล.ต.อรรถพร กล่าว

 ในขณะที่ นายธวัฒน์ แท่นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ฤดูการถวายกฐินและผ้าป่า หลังวันออกพรรษา นับเป็นภารกิจของพุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติสืบต่อกันมานาน  เช่นเดียวกับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีศรัทธาแรงกล้าในการทำนุบำรุงศาสนา หากแต่โอกาสและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยมากนัก แต่นั่น ไม่ได้เป็นอุปสรรคทำให้กิจวัตรเหล่านี้เลือนหายไปทั้งหมด ด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงไม่ทอดทิ้งเหล่าพุทธศาสนิกชน บนดินแดนปลายด้ามขวานแห่งนี้ ทั้งการจัดให้นำคณะสงฆ์ในโครงการพระสงฆ์นำชัย คุ้มภัยใต้ เข้ามาจำพรรษาในพื้นที่หวังให้ครบหมู่สงฆ์ (๕ รูป)

 ส่วนวัดที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พระองค์ก็ทรงไม่ได้ทอดทิ้ง พระราชทานผ้ากฐินแด่วัดที่ไร้เจ้าภาพกฐิน เพื่อให้วัดทุกแห่งในพื้นที่ ซึ่งเผชิญปัญหาที่เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทุกรูปแบบ ได้รับการช่วยเหลือทั่วถึงกัน ส่งผลให้พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสร่วมทำบุญ ถือศีลภาวนา และปฏิบัติธรรมในห้วงเวลาดังกล่าว ได้ตามปกติ สร้างความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

 "ผ้ากฐินพระราชทาน” จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยพุทธ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ร่วมน้อมนำถวายวัด เพื่อให้พระพุทธศาสนายังคงธำรงอยู่ได้อยางมั่นคงถาวรตลอดไปสืบนานเท่านาน

กฐินหลวง กฐินต้น กฐินพระราชทาน
 กฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทาน ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ เสด็จไปพระราชทานแทน

 กฐินหลวงนี้ จัดเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ (ทุกวันนี้ การเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคเท่านั้น)

 ในปัจจุบัน กฐินหลวงมีเพียง ๑๖ วัด เท่านั้น เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น

  ส่วน กฐินต้น เป็นผ้าพระกฐินพระราชทาน ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานยังวัดราษฎร์ เป็นการส่วนพระองค์

 สำหรับ กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร (ปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย)

 "เรื่องราวของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในสายพระเนตร ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอด และในช่วงออกพรรษา ซึ่งทุกวัดจะมีการทอดกฐินและผ้าป่า  พระองค์ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก"

เรื่อง... "สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา"
ภาพ... "ศูนย์ภาพเนชั่น"

"}])