พระเครื่อง

พล.ท.กสิกร คีรีศรี  
แขวน 'พระธรรม' คล้องใจดับไฟใต้

พล.ท.กสิกร คีรีศรี แขวน 'พระธรรม' คล้องใจดับไฟใต้

03 ต.ค. 2552

กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และ ตำรวจจากกรมกองต่างๆ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันนี้ ซึ่งมีอยู่กว่า ๓๐,๐๐๐ นาย โดยกระจายประจำการในฐานปฏิบัติการจำนวน ๗๐๐ ฐาน เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในชีวิตและทร

  นอกจากมี ปืน เป็นอาวุธป้องกันกายแล้ว พระเครื่อง และวัตถุมงคลยังมีส่วนสำคัญอยู่ไม่แพ้กัน ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า “ทหารหนึ่งกองร้อยแขวนพระไปรบด้วยเป็นกองพล”  หรือ "มีปืนไว้ป้องกันกาย มีพระเครื่องไว้ป้องกันใจ" คงจะไม่ผิดนัก เพราะพระเครื่องเป็นหนึ่งเสมือนพลังใจอันสำคัญ ในการปฏิบัติภารกิจ ดูแลสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน และปราบปรามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่แห่งนี้

 แต่ใครเลยจะคิดว่า ในบรรดาทหารและตำรวจกว่า ๓๐,๐๐๐ นาย พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.กองกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ หทาร (พตท.) อาจเป็นหนึ่งเดียวที่ตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่บนดินแดนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทุกฝีก้าวนั้น นายทหารท่านนี้ ไม่ได้มีพระเครื่องพกติดตัวเลยแม้แต่องค์เดียว

 กระนั้น พล.ท.กสิกร กลับเลือก แขวนพระธรรม ไว้ในใจ ด้วยเชื่อมั่นว่า หลักคำสอนสอนของพระพุทธองค์ หากผู้ใดสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเข้าใจ  จะเป็นดุจพร ที่ช่วยให้ความเจริญรุ่งเรือง สร้างมงคลแก่ตัวเอง และยังช่วยคุ้มครองให้ชีวิตอยู่ในภาวะปกติสุข รอดพ้นจากภันอันตรายได้ ในทุกสถานการณ์ หากดวงชะตาไม่ถึงฆาต

 “ในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติตามหลักศีลห้าชีวิต ก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การปฏิบัติตัวอยู่ในศีลในธรรม ช่วยให้เรามีสมาธิ และเกิดปัญญา ยามเผชิญปัญหาจะมีสติ และสิ่งนี้จะช่วยให้เราหาทางออกได้เสมอ นี่คือหลักง่ายๆ ที่ผมยึดเสมอว่า จะอยู่ในสมรภูมิใดก็ตาม”  พล.ท.กสิกร บอกถึงหลักธรรมที่ยึดปฏิบัติเสมอมา

 ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง พล.ท.กสิกร บอกว่า มีพระเครื่อง พระบูชา เหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป แต่จะนิมนต์ไว้ในห้องพระที่บ้าน โดยจะกราบสักการบูชาเป็นประจำ แต่ไม่ได้แขวนหรือคล้องคอไปไหนมาไหน เท่านั้นเอง

 เช่นเดียวกับการทำบุญไหว้พระที่วัด ก็เป็นกิจวัตรที่ไม่เคยขาดหายจากชีวิต หากมีเวลาจะต้องหาโอกาสร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยการถวายปัจจัย ถวายอัฐบริขาร แด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดอยู่เสมอ  และที่สำคัญ การนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งในหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน ที่จะช่วยกันสืบสาน และธำรงไว้ซึ่งศาสนาให้คงอยู่สืบไป

 นอกจากนี้ ยังเชื่อในเรื่องของ “กฎแห่งกรรม” เพราะเป็นสิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตามานับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งมีตัวอย่างปรากฏให้เห็น ในสังคมอย่างมากมาย ดังนั้นจึงยึดคติ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” มาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

 ทั้งนี้ พล.ท.กสิกร ให้เหตุผลของการไม่แขวนพระไว้อย่างน่าคิดว่า “การแขวนพระเป็นเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาส่วนบุคคล ส่วนตัวผมแล้ว พระเครื่องชั้นดีก็มีอยู่ไม่น้อย แต่เชื่อมั่นในพระธรรมมากว่า เพราะนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดจากพระพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสรู้ และเป็นหลักวิทยาศาสตร์ การมีพระธรรมในใจ ทำให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี รู้จักคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และช่วยให้สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างมีมิติ จึงกลายเป็นคนยิ้มง่ายไปโดยปริยาย ดังนั้น หากเรายึดมั่น และถือมั่น รวมทั้งปฏิบัติได้ตามคำพระ ชีวิตก็จะมีความสุข และด้วยเหตุนี้ ผมเลือกที่จะแขวนพระธรรมไว้ในใจ ตั้งแต่เด็กมาจนถึงทุกวันนี้”

 ด้วยเหตุนี้การมี “ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม” ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพล.ท.กสิกร และได้กลายเป็นใบเบิกทางชั้นดี ที่สามารถนำพาเข้าหามวลชนได้ในทุกพื้นที่เป้าหมาย และที่สำคัญ ได้รับการต้อนรับด้วยไมตรีอันดีจากชาวบ้านทุกศาสนา ในพื้นที่เป็นอย่างดี

 ในฐานะ ผบ.พตท.ซึ่งเป็นผู้ดูแลหน่วยกองกำลังทั้งหมดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยมีภารกิจเดินหน้าสร้างสันติสุข ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน.ภ.๔ ส่วนหน้า จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องก้าวไปในทุกแห่ง ไม่ว่าจุดนั้นจะเป็น พื้นที่สีแดง หรือ พื้นที่สีแดงจัด ก็ตาม เพื่อเข้าให้ถึงประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเอาชนะปัญหาความไม่สงบ หลายหนที่เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านจนเกิดการก่อม็อบบ้าง ปิดล้อมบ้าง

 เราในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องลงไปแก้ปัญหา โดยยึดหลักธรรมมาใช้ นั่นคือ การพูดคุยด้วยเหตุผล เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน ด้วยความยุติธรรม แม้อาจต้องใช้เวลานาน แต่ยืนยันว่าความจริงต้องปรากฏ เนื่องจากเชื่อเสมอว่าการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นบนพื้นที่ปลายด้านขวาน ต้องไม่เลือกว่าเป็นเชื้อชาติหรือศาสนาใด ทุกคนต้องเท่าเทียมกันในฐานะประชาชนคนไทย

 ทุกจุดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจุดไหนที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องลงไปปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหา ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะต้องเดินทางเข้าไปด้วยไม่ว่าจะยากลำบากยากเย็นแค่ไหนก็ตาม

 ขณะเดียวกันเราต้องร่วมเป็นร่วมตายกับลูกน้องได้หมดทุกสนาม เพราะหากผู้นำอยู่ได้ทุกที่ เมื่อนั้นเขาก็พร้อมเดินหน้าไปกับเรา ซึ่งจะช่วยให้การทำงานรุดหน้าไปมากยิ่งขึ้นด้วย

 ที่สำคัญเรายังได้เห็นสถานการณ์จริงเพื่อนำไปประเมินสำหรับการแก้ไขสถานการณ์ในแต่ละจุด เพราะนี่คือการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ร่วมงานและลูกน้องที่ดีที่สุด

  ตลอดระยะเวลาในการรับราชการทหาร สิ่งที่ พล.ท.กสิกร ยึดมั่นตลอดมา คือ การปฏิบัติหน้าที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสมอ และเมื่อมีโอกาสได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เพื่อคืนสันติสุขแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่แห่งนี้ ได้ยึดแนวพระราชดำรัสที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เป็นถือเป็นหัวใสสำคัญ ที่จะช่วยให้สามารถนำความเป็นปกติกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อีกครั้ง

 "ตัวผมแล้ว พระเครื่องชั้นดีก็มีอยู่ไม่น้อย แต่เชื่อมั่นในพระธรรมมากกว่า เพราะนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดจากพระพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสรู้ และเป็นหลักวิทยาศาสตร์"

เรื่อง - ภาพ... "สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา"

"}])