
ทำพิธีหล่อเศียรพระพิฆเนศวร์ใหญ่ที่สุดในโลก
มูลนิธิน้ำใจไทยร่วมกับสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ทุ่มงบประมาณกว่า 150 ล้านบาทสร้างองค์พระพิฆเนศวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูงกว่า 39 เมตร เพื่อนำไปประดิษฐานไว้บริเวณริมแม่น้ำบางประกงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่ใหม่ โดยได้มีการทำพิธีหล่อเศียรองค์พระพิฆเนศวร์ที่บริเวณองค์
ที่บริเวณมณฑลพิธีวัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนคปฐม พล.ต.บุญสันติ แสนสวัสดิ์ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานพิธีเททองชิ้นส่วนเศีนรพระพิฆเนศร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่น”สำริด สำเร็จ สมปรารถนา เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ซึ่งจัดสร้างโดยมูลนิธิน้ำใจไทย และสมาคมชาวฉะเชิงเทราในโครงการ การจัดสร้างเทวสถานอุทยานพระพิฆเนศร์ เนื้อโลหะสำริด มีขาดสูงถึง 39 เมตร เท่ากับความสูงของตึก 14 ชั้น โดยจะนำไปประดิษฐานไว้ที่ ริมฝั่งแม่น้ำบางประกง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
สำหรับการเททองหล่อพระพิฆเนศวร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ได้มีการจัดพิธีเททองหล่อชิ้นส่วนทุกเดือน ซึ่งจำนวนทั้งหมด 854 ชิ้นส่วน ซึ่งส่วนเศียรของพระพิฆเนศร์เป็นส่วนสำคัญที่สุด ซึ่งทางคณะกรรมการได้เลือกมาทำพิธีเททองหล่อเศียรฯที่วัดพระปฐมเจดีย์ และในการหล่อองค์พระพิฆเนศวร์ครั้งนี้ได้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณกว่า 150 ล้านบาท
นายวัชรพงษ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ อุ๊ กรุงสยาม กรรมการสมาคมฉะเชิงเทรา บอกว่า ในการจัดสร้างครั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของฉะเชิงเทรา และจะเกิดการใช้จ่ายมีการหมุนเวียนเม็ดเงินและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์ในการค้าขาย เกิดการสร้างแรงงงานและอาชีพให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน เพราะการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ทางรัฐฯไม่มีงบประมาณหรือนโยบายที่จะทำ จึงเป็นหน้าที่ของภาคเอกชนที่จะร่วมด้วยช่วยกันจัดทำ ทางสมาคมฉะเชิงเทราจึงได้ร่วมกันคิดว่าจะสร้างพระพิฒเนศวร์ขึ้นมาให้ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งองค์พระพิฆเนศวร์ เป็นเทพที่ทุกคนรู้จักและเป็นสากล และยังเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยและต่างประเทสมาไม่น้อยกว่า 1,000 ปี
การที่นำเศียรองค์พระพิฆเนศร์มาหล่อที่องค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ทั้งนี้เพราะว่า เศียรเป็นส่วนที่สูงและสำคัญที่สุด และชื่อองค์พระปฐมเจดีย์ก็เหมาะสมกับการหล่อเศียรเพราะนั่นคือการเริ่มต้นที่ดี ก็คือคำว่าปฐมนั่นเอง ส่วนชิ้นส่วนอื่นๆที่สำคัญก็จะมีการเลือกเฟ้นสถานที่หล่อสำคัญเช่นกัน อย่างพระเนตรว้ายขวาก็จะหล่อที่วัดหลวงพ่อโสธร รัศมีดอกบัวสูงสุดก็จะใช้สถานที่บริเวณท้องสนามหลวง
นางกุลธารินท์ บุญครอง รองประธานมูลนิธิน้ำใจไทย บอกว่า แบบการสร่งพระพิฆเนศร์ เป็นแบบประติมากรรมของมูลนิธิฯที่จัดทำประกวดขึ้นมา ซึ่งทางมูลนิธิฯได้รับการประสานงานจากสมาคมฉะเชิงเทราให้เป็นผู้ดำเนินการจัดหางบประมาณในการจัดสร้างซึ่งเบื้องเฉพาะงบการหล่อองค์พระพิฆเนศวร์อย่างเดียวก็อยู่ที่ประมาณกว่า 60 ล้านบาท ไม่รวมสถานที่จัดตั้ง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเวลาคือ 1 ปี 6 เดือน และเมื่อสร้างเสร็จแล้วเชื่อมั่นว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแห่งท่องเที่ยวท่าสนใจอีกแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ



