พระเครื่อง

“ชวิน ยงยุทธ” 
แจกฟรี!....หนังสือธรรมเป็นธรรมทาน

“ชวิน ยงยุทธ” แจกฟรี!....หนังสือธรรมเป็นธรรมทาน

26 ก.พ. 2552

ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทห้างร้านต้องปิดกิจการเป็นทิวแถว มาตรการหนึ่งที่บริษัทต่างๆ เลือกทำเป็นมาตรการแรกคือ “ปรับลดพนักงาน” และผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก คือ “มนุษย์เงินเดือน”

  กระทรวงแรงงาน ประมาณการตัวเลขคนตกงาน และนักศึกษาจบใหม่ มีมากถึงเฉียดแสนคน ขณะเดียวกัน สถานการณ์จ้างงานของบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็ไร้วี่แววที่จะดีขึ้น

  “จากที่มีเงินเดือนหลายหมื่นบาท จากเคยเที่ยวเตร่ ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย เพราะไม่คิดมาก่อนว่า จู่ๆ จะตกงาน และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น คือ ไม่มีเงินเก็บเลยสักแดงเดียว สภาพจิตใจขณะนั้น ไม่ต้องพูดถึง เครียดถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เกือบจะหาทางออกไม่ได้”

 นี่คือความจริงที่ นายชวิน ยงยุทธ วัย ๔๐ ปี ที่ตกงานจากชีวิตทำงานบริษัทโฆษณา เมื่อครั้งวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศปี ๒๕๔๐
 แต่ทุกวันนี้ สภาพจิตใจและเรื่องการทำงานของนายชวินได้เปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นในอดีตอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่เขาได้พบทางสว่างนำพาจิตใจ เข้ามาช่วยเหลือเผยแผ่พุทธศาสนา

 ส่วนจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงของชีวิตนั้น นายชวินเล่าว่า วันหนึ่งได้เข้าไปไหว้พระในวัดแห่งหนึ่ง วันนั้นได้หยิบกระดาษที่มักจะมีผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา พิมพ์บทสวด คำสอนต่างๆ ไปวางไว้ตามวัดวาอาราม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้หยิบติดไม้ติดมือกลับบ้าน  ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจกระดาษแผ่นนั้น ทันทีที่ได้อ่านทำให้คิดว่า เมื่อไหร่จะมีโอกาสทำแบบนี้บ้าง

 หลังจากนั้น ก็เริ่มเข้าถึงธรรมะ ด้วยวิธีง่ายๆ คือ สวดมนต์ เพื่อดับทุกข์ในจิตใจที่กำลังประสบอยู่

 เมื่อเริ่มเข้าใจลึกซึ้งกับบทสวดแต่ละบท มีการศึกษาถึงที่มาที่ไป จึงทำให้คิดว่า น่าจะเข้าไปมีส่วนในการเผยแพร่ธรรมะ ซึ่งเขาเองไม่ได้ตั้งใจว่า จะทำหน้าที่ตรงนี้ได้

 แต่อาจจะเป็นเพราะบุญเก่าที่เคยสร้างสม หรืออาจจะเป็นการชดใช้กรรมที่เคยทำไว้ก็ได้ แล้วแต่จะคิด หลังจากนั้น ก็เริ่มเผยแพร่ธรรมะ เริ่มจากหนังสือบทสวดมนต์

 "ผมไม่คิดว่า จะสามารถพิมพ์หนังสือบทสวดต่างๆ ออกมาเป็นรูปเล่มได้ เพราะคิดว่า น่าจะลำบาก และเกิดความยุ่งยาก กว่าจะรวบรวมบทสวดต่างๆ คำถูกคำผิดต่างๆ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เพราะอะไรจึงทำให้ผมสามารถทำออกมาเป็นรูปเล่ม จัดรูปแบบที่น่าอ่าน และที่สำคัญ สามารถทำแจกจ่ายเป็นธรรมทานให้แก่ผู้อื่นได้ประโยชน์ความรู้อีกด้วย" นายชวินกล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า

 จุดแรก ที่ทำให้เริ่มสนใจบทสวด คำสอน โดยแรงบันดาลใจจุดแรก คือ อยากช่วยเหลือคนที่มีความลำบาก  มีความทุกข์ใจกับปัญหาชีวิตที่กำลังประสบอยู่ ซึ่งบางคนอาจจะกำลังเจอปัญหา มรสุมชีวิตครั้งใหญ่ อาจจะกำลังขาดที่พึ่ง ทั้งนี้เริ่มเผยแพร่หนังสือธรรมะอย่างจริงจังเมื่อประมาณปี ๒๕๔๕ เริ่มแจกจ่ายให้ผู้ที่สนใจ มีการประกาศแจกหนังสือเป็นธรรมทาน ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ ทำให้ได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ ในแต่ละวัน เขาจะได้รับจดหมายขอหนังสือจากผู้ที่ให้ความสนใจในแต่ละจังหวัด วันละไม่ต่ำกว่า ๕๐ ฉบับ จากผลตอบรับที่ดีเกินคาด

 ระยะแรกที่เริ่มเผยแพร่หนังสือธรรมะ เป็นธรรมดาที่จะต้องมีทั้งเสียงตำหนิ และเสียงชม แต่ในระยะแรกอาจจะเจอกับเสียงตำหนิมากกว่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเสียงติหรือเสียงชม ทั้งนี้นายชวินได้นำมาพิจารณาตัวเองอยู่ตลอด โดยคิดอยู่เสมอว่า

 “ในโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้ ยังมีคนที่ลำบากทุกข์ใจอีกมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการแสงสว่างทางปัญญา ไม่ว่าจะทำอะไร เราจะต้องเกิดความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำก่อน จะต้องพบกับแสงสว่างก่อน เมื่อเรามาถูกทางเราก็จะสามารถหยิบยื่นส่งต่อสิ่งที่เราได้ประสบ ให้ผู้อื่นได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป”

 เมื่อถามถึงอุปสรรคในการทำงานเผยแพร่ธรรมะนั้น  นายชวินตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า น่าจะเป็นเรื่องเงินทุน แต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ก็จะสามารถแก้ไขฝ่าฟันไปได้ทุกครั้ง จึงทำให้เขายึดหลักในการทำงาน ต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม อดทนต่อกิเลสตัณหา และความกังวลใจทั้งหลาย ที่มีอยู่ตลอดเวลาในใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถ้าปฏิบัติได้ ฝ่าฟันไปได้ ย่อมทำให้ได้พบกับเส้นทางสว่างพาไปสู่ความเจริญทางจิตใจได้ไม่ยากนัก

 อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่แจกหนังสือธรรมะมาโดยตลอดนั้น นายชวิน บอกว่า หนังสือทุกเล่มที่แจกประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการแจกฟรี ทำให้คนอ่านชอบ และได้ประโยชน์แง่คิดสะกิดใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสัพพะคาถา พุทธมหามงคล ซึ่งพิมพ์แจกเมื่อประมาณปี ๒๕๔๕  ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๔๖ เนื้อหานอกจากบทสวดมนต์ที่สำคัญๆ และยังมีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า กำเนิดพระพุทธเจ้า

 นอกจากนี้ ยังได้มีส่วนในการพิมพ์หนังสือให้ท่านผู้ใช้นามว่า "กระจกหกด้าน" อาทิ เรื่อง กราบหมอนก่อนนอน, พุทธทำนาย, ไม่รับรู้ไม่รับเอาเข้ามา ฯลฯ

 และหนังสือเรื่อง ความกตัญญูของในหลวง ชื่อหนังสือ มหาราชายอดกตัญญู พระพุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน  ชีวิตนี้น้อยนัก หนังสือเกี่ยวกับเรื่องพลังบุญ (การอุทิศบุญที่ได้ผล) ของหลวงพ่อเกษม อาจิณณสีโล และอื่นๆ อีกมาก

 ทุกเล่มได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี บางเล่มถึงขนาดต้องพิมพ์เผยแพร่ซ้ำ เพราะความต้องการมีมากกว่าจำนวนหนังสือที่แจก

 ส่วนหนังสือที่ถูกขอมากที่สุดนั้น นายชวินบอกว่า น่าจะเป็นหนังสือชื่อว่า "มหาราชายอดกตัญญู" จำนวนที่พิมพ์นับตั้งแต่วันวิสาขบูชา ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน ยอดที่พิมพ์และมีการแจกจ่ายไปแล้วกว่า ๕ แสนเล่ม และทุกวันนี้ยังคงพิมพ์แจกอยู่อย่างต่อเนื่อง น่าจะเฉียดหลักล้านเล่มแล้ว

 สิ่งหนึ่งที่นายชวินอยากให้ผู้ที่ได้อ่านหนังสือมหาราชายอดกตัญญู คือ อยากให้ทุกคนได้หันกลับมามองตัวเอง มองครอบครัวให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยใช้หลักธรรม ความเสียสละแบ่งปันความดีให้กันและกัน 

 ที่สำคัญจะต้องช่วยกันเผยแพร่ความดีของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อทดแทนคุณที่ได้เกิดเป็นคนไทย ที่นับถือศาสนาพุทธ เป้าหมายสูงสุดที่วางไว้จะไปในทิศทางใด ตนไม่ได้วางเป้าหมายอะไรไว้เลย คิดแต่เพียงว่า ต้องการที่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ยึดหลัก อนาคตไม่คิด อดีตไม่จำ ทำแค่ปัจจุบันเท่านั้นพอ

 นอกจากนี้แล้ว นายชวินได้พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า  "ผมอาจจะไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องเงินเรื่องทองได้ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเข้าไปช่วยเหลือได้ น่าจะเป็นในแง่การให้ธรรมะ เพราะจะทำให้เกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาก็จะสามารถแก้ไขตัวเองได้ ค้นพบปัญหา ทุกคนๆ ควรจะต้องมีสติให้มาก ขึ้นกับยุคปัจจุบัน ควรจะยึดหลักคำสอนของศาสนาและศาสดาของตนเอาไว้ ไม่ว่าศาสนาใดก็สอนให้ทุกคนดำเนินชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท ทำสิ่งที่ดี หากว่าทุกคนเชื่อตามหลักคำสอนของศาสดาของตนแล้ว การใช้ชีวิตให้ถูกตรงนั้น ย่อมนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า และไม่เดือดร้อนได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องรู้จักพอ  ตามพระราชดำรัสของในหลวง ที่ว่าเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียง”

 สำหรับผู้อ่านท่านใดต้องการหนังสือธรรมะ เพื่อเป็นข้อคิดสติเตือนใจ ติดต่อขอรับได้ฟรี โดยส่งซองขนาด เอ ๔ จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง พร้อมติดแสตมป์ ๒๕ บาท โดยสอดซองนี้ใส่ในซองอีกครั้ง จ่าหน้าซองส่งถึง นายชวิน ยงยุทธ เลขที่ ๓๕/๑๕๑ หมู่ ๑ ถนนท่าน้ำ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร.๐๘-๙๑๐๓-๓๖๕๐

 เรื่อง - ภาพ... " ไตรเทพ ไกรงู"

"}])