
เหรียญสังวราฯ(ชุ่ม)๒๔๗๐ วัดพลับ เหรียญเก่าหายาก
ในแวดวงนักสะสมเหรียญพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า มีเหรียญสำคัญอยู่เหรียญหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่า หาชมได้ยากยิ่ง ถึงขนาดที่ว่า แม้แต่ ภาพเหรียญ ก็ยังหาดูไม่ได้เลย ตามหน้าหนังสือพระเครื่อง หรือตำราหนังสือเหรียญในเมืองไทย
เหรียญที่ว่านี้ คือ เหรียญพระสังวรานุวงศ์เถระ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันสั้นๆ ว่า เหรียญสังวราชุ่ม วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี
นับเป็นเหรียญของสำนักตักศิลาในเชิงวิชาการศึกษาของพระคุณเจ้าในยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งได้สร้างบุคลากรสำคัญๆ เอาไว้ในบวรพระพุทธศาสนามานานปี
เหรียญสังวราชุ่ม วัดพลับ ที่ว่าหาดูได้ยากนี้ เป็นเหรียญที่ระลึก ออกในงานพระราชทานเพลิงศพของ พระสังวรานุวงศ์เถระ (ชุ่ม)
ลักษณะเหรียญ เป็นเหรียญรูปวงรี (รูปไข่) หูเชื่อม มี ๒ พิมพ์ พิมพ์หนึ่งด้านหน้า มีรูปพระสังวรานุวงศ์เถระ (ชุ่ม) ครึ่งองค์ ด้านหลัง เขียนเป็นตัวขอมอ่านว่า "พุทโธ" และอักษรไทยอ่านว่า "ที่รฤกในงานศพ พระสังวรานุวงษ์เถร ๒๔๗๐"
ส่วนเหรียญอีกพิมพ์หนึ่ง ด้านหน้าเขียนเป็นตัวขอมอ่านว่า "พุทโธ" ด้านหลังเหรียญ มีตัวอักษรไทยอ่านว่า "ที่รฤก ในงานศพ พระวรานุวงษ์เถร พ.ศ.๒๔๗๐"
ทั้ง ๒ เหรียญนี้มีข้อแตกต่างกันตรงตัวหนังสือไทย ที่เขียนว่า "พระสังวรานุวงษ์" พิมพ์แรกเขียนถูก ส่วนพิมพ์ที่ ๒ เขียนว่า "พระวรานุวงษ์" ขาดคำว่า "สัง" ไป
เหรียญนี้มีแม่พิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อยู่ ๒ พิมพ์ จึงขอนำภาพเหรียญทั้ง ๒ พิมพ์นี้มาลงให้พิจารณากันทีละพิมพ์ ดังนี้
เหรียญพิมพ์ที่ ๑ ผู้เขียนให้ชื่อว่า พิมพ์หลับตา ลักษณะของภาพพระสังวราฯ ที่เห็นอยู่ด้านหน้าเหรียญนั้น นายช่างแกะเหรียญแบบไม่ปรากฏลูกนัยน์ตา มองดูเหมือนท่านกำลังหลับตา
ว่ากันทางด้านของเชิงช่าง เหรียญนี้มีความงดงามทางด้านของศิลปะการแกะแม่พิมพ์มาก จนหลายท่านในวงการยกให้เป็นเหรียญยอดเยี่ยมของศิลปะการออกแบบเหรียญหนึ่ง ที่พบเห็นไม่บ่อยนัก ในบรรดาเหรียญพระเกจิอาจารย์ทั่วๆ ไป
ส่วน เหรียญพิมพ์ที่ ๒ นายช่างแกะเหรียญโดยมีรูปแบบและลักษณะอาการแตกต่างไปจากเหรียญพิมพ์แรก โดยรูปของท่านเจ้าคุณพระสังวราฯ (ชุ่ม) พิมพ์ที่ ๒ นี้ นายช่างแกะแบบมีเม็ดตา อาการในลักษณะเช่นนี้ขอตั้งชื่อเหรียญพิมพ์นี้ว่า พิมพ์ลืมตา เพื่อสะดวกในการเรียกหา ในพิมพ์ทรงของเหรียญรุ่นนี้
นอกจากนี้ เหรียญรุ่นนี้ยังมีส่วนที่ได้แยกพิมพ์ อีกอย่างก็คือ เหรียญพิมพ์นี้ปรากฏว่า นายช่างแกะองค์ท่านมีมือ ซึ่งทำอาการประสานกัน ลักษณะแบบการคุมสมาธิ
ซึ่งต่างจากพิมพ์ที่ ๑ ซึ่งมีแค่ครึ่งองค์ อันเป็นลักษณะการออกแบบของช่าง ที่เรียกว่าแบบพอร์เทรต (portrait) แม้เหรียญทั้ง ๒ พิมพ์นี้ จะมีความแตกต่างกันบ้างในเชิงช่างการออกแบบ แต่ทางด้านฝีมือการแกะเหรียญ ถือว่า วิเศษเลอเลิศด้วยกันทั้งคู่
พระสังวรานุวงศ์เถร (ชุ่ม) ท่านเป็นพระเถระสำคัญในยุค พ.ศ.๒๔๕๐-๒๔๗๐ ทั้งยังล่ำลือกันในหมู่สงฆ์สมัยนั้นว่า ท่านเชี่ยวชาญในทางวิปัสสนากรรมฐาน มีลูกศิษย์ลูกหาขึ้นกับท่านมาก
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระเถระรูปสุดท้ายในประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ได้รับพระราชทานพัดยศชนิด พัดงาสาน ในทางวิปัสสนาธุระ
พระราชาคณะ ที่ได้รับพระราชทานพัดงาสาน ทางฝั่งธนบุรี มี พระภาวนาโกศลเถร (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนัง, พระวินัยกิจการีเถร (ปั้น) วัดรัชฎาธิษฐาน หรือวัดเงิน คลองบางพรหม, พระวิสุทธิสารเถร (ผ่อง) วัดคูหาสวรรค์ หรือวัดศาลาสี่หน้า
พระเถระสำคัญทั้ง ๓ รูปนี้ รวมทั้ง พระสังวรานุวงศ์ เถร (ชุ่ม) วัดพลับ ชาวบ้านในสมัยนั้นจะเรียกท่านว่า เจ้าคุณพัดงาสาน
พระสังวรานุวงศ์ (ชุ่ม พุทธสโร) เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๓๙๖ ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู ณ ต.วัดเกาะท่าพระ อ.บางกอกใหญ่ จ.ธนบุรี
บิดาชื่อ อ่อน มารดาชื่อ ขลิบ มีอาชีพทำสวน และค้าขาย
พออายุได้ ๑๐ ปี บิดาได้นำไปฝากเรียนอักขรสมัยกับ พระอาจารย์ทอง สำนักวัดราชสิทธาราม อายุ ๑๓ ปี บรรพชาเป็นสามเณร ในสำนัก พระสังวรานุวงศ์ (เมฆ) และอยู่ศึกษาวิชาต่างๆ ในสำนักนี้ จนอายุครบ ๒๑ ปี จึงอุปสมบทที่วัดนี้ โดยมี พระสังวรานุวงศ์ (เมฆ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดโต พระสมุห์กลัด เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า "พุทธสโร"
พ.ศ.๒๔๒๒ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระใบฎีกาของ พระสังวรานุวงศ์ (เมฆ) พ.ศ.๒๔๓๑ เลื่อนขึ้นเป็นพระสมุห์ ฐานานุกรมของพระอมรเมธาจารย์ (เกตุ)
พ.ศ.๒๔๓๒ เลื่อนขึ้นเป็นพระปลัด ฐานานุกรมใน พระสังวรานุวงศ์ (เอี่ยม) พ.ศ.๒๔๕๑ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร สมณศักดิ์ที่ พระครูสังวรสมาธิวัตร
พ.ศ.๒๔๕๗ รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญที่ พระสังวรานุวงศ์ และรับเป็นเจ้าอาวาสวัด ในปีนี้ด้วย นิตยภัตรเดือนละ ๑๒ บาท พ.ศ.๒๔๕๘ โปรดพระราชทานเพิ่มอีก ๒ บาท รวมนิตยภัตรเป็น ๑๔ บาท
ศิษย์ที่สำคัญของพระสังวราฯ (ชุ่ม) สำนักวัดพลับ ที่วงการพระรู้จักกันดี และถือว่ามีความสำคัญ เป็นกำลังของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระครูประศาสน์สิกขกิจ (พริ้ง) วัดบางปะกอก พระครูญาณสิทธิ (เชื้อ) วัดพลับ พระครูพรหมยานวินิจ (กล้าย) วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่
มีคำสอนของท่าน ที่เคยสอนศิษย์ โดยมีการบันทึกไว้ในหนังสือ และได้รับการนำออกมาเขียนติดไว้ให้คนรุ่นหลังได้พบเห็น แม้จะจะเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ก็เป็นของจริง และเป็นเช่นนั้น เช่นว่า
เป็นพระไม่สะสมทรัพย์สิน สมบัติย่อมผลัดกันชม ไม่ใช่ของเราของเขาแน่นอน วันนี้เป็นของเรา รุ่งขึ้นเป็นของคนอื่น ตัวเรามาอาศัยในโลกชั่วคราวเท่านั้น เมื่อมาแล้วจากจะเอาอะไร พอหมดลมก็หมดเรื่อง จะเหลือแน่คือ ความดีที่ทำไว้ เมื่อยังมีชีวิต ซึ่งก็เท่านั้นจริง
ท่านเจ้าคุณพัดงาสาน (ชุ่ม) มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ สิริอายุรวมได้ ๗๔ ปี
ท่านผู้อ่านที่สนในการศึกษาเรื่องของเหรียญสำคัญๆ ที่หาดูได้ยาก โอกาสเห็นน้อย เมื่อเห็นแล้ว และได้ศึกษาอย่างละเอียด โอกาสที่จะเป็น เซียนเหรียญ มีอยู่แค่เอื้อม ขอแนะหนังสือ เหรียญยอดนิยม ๗๖ จังหวัด สารานุกรมเหรียญ ครั้งแรกและครั้งเดียวในเมืองไทย จัดทำโดย เพชร ท่าพระจันทร์ กับทีมงาน ผู้มีความชำนาญในเรื่องเหรียญโดยเฉพาะ ขณะนี้เปิดให้สั่งจองแล้ว ตามร้านพระทั่วไป หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ร้านพรีเชียส ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๘-๑๔๔๒-๕๒๙๗
"เพชร ท่าพระจันทร์"



