
เสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2552
*** "คมเลนส์ส่องพระ" ฉบันวันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๒ วันนี้ขอประเดิมด้วย พระบาง เนื้อเขียว กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน องค์นี้เป็นพระของ อู๊ด สุพรรณ ลูกชายห้างทองเมืองสุพรรณบุรี ผู้หันมาเอาดีทางพระเครื่อง จนมีชื่อเลื่องลือไกล ในฐานะเซียนพระหนุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้ทุกประเภท โดยพิจารณาจากพิมพ์ทรงองค์พระ และ ความเก่า ของเนื้อพระเป็นหลัก ** พระบาง เป็น ๑ ในพระเนื้อดินยอดนิยมของเมืองลำพูน มีสร้างในสมัย พระนางจามเทวี กษัตริย์ผู้ครองเมืองหริภุญไชย หรือเมืองลำพูน ในปัจจุบัน มีอายุความเก่ากว่า ๑,๒๐๐ ปี ** พระบาง มีพิมพ์ทรงคล้ายกับ พระคง ต่างกันที่แขนซ้ายที่หักข้อศอกไม่เหมือนกัน คือ พระคง หักข้อศอกเป็นมุมฉาก ส่วน พระบาง หักข้อศอกเฉียงขึ้นเล็กน้อย และ พระบาง มีองค์พระที่ บางกว่า พระคงอย่างเห็นได้ชัด (หากดูจากด้านข้าง) พระทั้ง ๒ พิมพ์นี้มักจะขุดพบพร้อมกัน จากแทบทุกกรุของเมืองลำพูน แต่ พระบาง มีจำนวนน้อยกว่า จึงทำให้มีราคาแพงกว่า หากมีสภาพสวยคมชัดพอๆ กัน **
** การที่ เสี่ยอู๊ด ฟันธงว่า พระบาง องค์นี้ เป็น พระกรุวัดมหาวัน อันเป็นกรุเดียวกับ พระรอด ก็เพราะว่าพระองค์นี้มีเนื้อสีเขียว ซึ่งพบได้ยาก อีกทั้งพระองค์นี้มีปีกด้านข้างกว้างกว่าปกติ ซึ่งเซียนพระสมัยก่อนบอกว่า พระบาง อย่างนี้ส่วนใหญ่พบจาก กรุวัดมหาวัน เท่านั้น องค์นี้สวยสมบูรณ์คมชัดมาก จนเห็นรายละเอียดต่างๆ ทุกซอกมุม โดยเฉพาะบนใบหน้า เห็นหูตาจมูก และปาก อย่างชัดเจน สนนราคาพระองค์นี้ แม้จะไม่ถึงหลักล้าน แต่ก็อยู่ที่หลายแสนบาทเหมือนกัน เพราะพระสภาพนี้และเป็นเนื้อสีเขียวด้วยแล้ว หายากสุดๆ **
** สุโขทัย เป็นราชธานีเก่า มีอายุกว่า ๗๐๐ ปี เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อน ชาวเมืองจึงอยู่ดีกินดีมีความสุขกันถ้วนหน้า ทำให้เมืองนี้มีวัดวาอารามทั่วทุกมุมเมือง และมีพระพุทธรูป พระเครื่อง บรรจุอยู่ตามวัดต่างๆ เป็นจำนวนมาก พระทุกชนิดมีศิลปะงดงาม อ่อนช้อย เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จนเป็นยกย่องกันว่า พุทธศิลป์ของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย นั้นงดงามเป็นยิ่งนัก โดยเฉพาะ พระลีลา ที่มีการขุดพบจากเมืองนี้ มีหลายกรุหลายพิมพ์ หนึ่งในนั้น คือ พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ ซึ่งมีทั้งเนื้อดินเผา และเนื้อชินเงิน (มีน้อย) และเนื้อตะกั่วสนิมแดง สำหรับพระเนื้อดิน มีทั้งแบบเนื้อหยาบ และละแบบเนื้อละเอียด บางองค์มีการปิดทองร่องชาดมาเก่าก่อน เป็นพระที่บรรจุอยู่ในภาชนะอันมิดชิด ก่อนนำลงบรรจุกรุ จึงทำให้องค์พระส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพสวยสมบูรณ์ ปรากฏคราบนวลดินบางๆ อยู่ทั่วผิวองค์พระ **
** พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ เป็นพระที่มีลีลาการก้าวย่างงดงามมาก องค์พระเป็นแบบครึ่งซีก สัณฐานยาวรี ยอดแหลม มีทั้งที่ตัดตามกรอบ และแบบที่มีปีก มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ข้างเรียบ และ พิมพ์ข้างเม็ด องค์พระประทับยืนอยู่บนฐานหมอนชั้นเดียว พระเกศเป็นแบบเกศปลี อยู่บนมุ่นมาลี พระพักตร์ ทรงรูปไข่ยาวรี แบบหน้านาง หรือที่เรียกว่า หน้าแบบสุโขทัย พระเนตร เป็นแบบตาเนื้อ ลักษณะนูน และยาวรี พระนาสิก โด่งเป็นสัน พระโอษฐ์พริ้ม ลักษณะคล้ายปากคนมากที่สุด พระกรรณยาวลงมาจรดพระอังสา พระกรข้างขวาทอดลงตามลำพระองค์ แลดูอ่อนช้อย พระกรข้างซ้ายยกขึ้น และผายผ่ามือออก แสดงปางห้ามพระไม้แก่นจันทน์ ** พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ องค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์ข้างเรียบ (ไม่มีเม็ดไข่ปลาตามขอบองค์พระ) เป็นพระของ เต้ สระบุรี ผู้ชำนาญการพระเนื้อดินและพระเนื้อผงยอดนิยม **
** วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดป่าแก้ว เป็นพระอารามหลวง ที่ พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างไว้เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๙๐๐ ต่อมาในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราช แม่ทัพพม่า และทรงได้รับชัยชนะ จึงได้ทรงสร้าง พระเจดีย์ องค์ใหญ่ขึ้นที่วัดป่าแก้ว พร้อมกับได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะ ในสงครามครั้งนั้น และเป็นวัดที่ สมเด็จพระพนรัต พระอาจารย์ของพระองค์ จำพรรษาของ โอกาสเดียวกันนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงสร้าง พระขุนแผนเคลือบ บรรจุไว้ในกรุเจดีย์องค์นี้ด้วย นับเป็น พระขุนแผน ที่มีราคาเช่าหาแพงที่สุด คือ อยู่ที่หลักล้านขึ้นไป มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์อกใหญ่ และพิมพ์อกเล็ก (พิมพ์แขนอ่อน) นอกจากนี้ ในกรุนี้ยังมีการขุดพบ พระขุนแผนใบพุทรา เนื้อดิน (ทั้งแบบละเอียด และแบบหยาบ) และเนื้อชินเงิน ด้านหลังส่วนใหญ่อูมนูนเล็กน้อย โดยขุดพบครั้งแรกเมื่อพ.ศ. ๒๔๔๕ และในเวลาต่ออีกหลายครั้ง **
**พระขุนแผนใบพุทรา เนื้อดิน พิมพ์ทรงสัณฐานกลมแบนคล้ายกับ ใบพุทรา องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย บนฐานบัวสองชั้น ใต้ฐานมีแท่งนูนเหมือนกับก้านของดอกบัว ที่พระเศียรมีประภามณฑลโดยรอบ ขอบองค์พระมนไม่มีคม และมีขอบไม่แน่นอน เข้าใจว่าไม่มีการตัดขอบองค์พระเหมือนพระทั่วๆ ไป ** พระขุนแผนใบพุทรา เนื้อดิน องค์ในภาพนี้ เป็นพระของ นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ ผู้ใช้เวลาว่างในการสะสมพระเครื่องด้วยความศรัทธาสนใจเป็นพิเศษ อาศัยว่ามีเพื่อนเป็นเซียนพระที่รู้จริง และมีความจริงใจ ทำให้ คุณหมอภาณุเมศ ได้รับพระแท้ อยู่เสมอ และจากการมีโอกาสได้ศึกษาพระแท้จากองค์จริง ทำให้ทุกวันนี้ คุณหมอมีความชำนาญในการดูได้พระเก่งขึ้นด้วย **
** พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***
"แล่ม จันท์พิศาโล"



