พระเครื่อง

'วัดอรุณ' วัดประจำรัชกาลที่ ๒

'วัดอรุณ' วัดประจำรัชกาลที่ ๒

20 ส.ค. 2552

วัดอรุณราชวราราม พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ ตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและได้ทรงผูกพันอยู่กับวัดนี้มาก

  ภายในวัดอรุณราชวราราม ได้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขึ้นที่บริเวณเขื่อนหน้าวัด ในสมัยรัชกาลที่ ๙ นี้ เนื่องในมหามงคลวโรกาสแห่งราชพิธีกาญจนาภิเษก เมื่อปี ๒๕๓๙

 วัดอรุณราชวราราม ยังเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกรัชกาล สงวนไว้เสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานพระกฐิน เป็นประจำทุกปี และมีการเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนทางชลมารคด้วยเรือพระราชพิธีที่งดงามยิ่ง

     พระปรางค์ เป็นศิลปกรรมที่สง่างามเด่นที่สุด อยู่หน้าวัดทางทิศใต้ พระปรางค์องค์นี้ เดิมทีสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่มีหลักฐานมีลักษณะเป็นแบบใด นอกจากกล่าวว่า สูงประมาณ ๘ วา เป็นปูชนียสถาน ที่สร้างขึ้นพร้อมกับพระอุโบสถ และพระวิหารน้อย หน้าพระปรางค์  เป็นศิลปะที่ประเมินค่ามิได้ของเมืองไทย

 ในขณะที่ ชาวต่างประเทศทั่วโลก เมื่อได้เห็นพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ก็เข้าใจได้ทันทีว่า นี่คือ สัญลักษณ์ของประเทศไทย

   วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณ มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์

 วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ ๒ จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ เมื่อทรงบูรณะเสร็จแล้ว ได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม”

 ในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งมีความสูงถึง ๖๗ เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม”

 เล่ากันว่า เมื่อ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยาสำเร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีธาทัพล่องลงมาทางชลมารค ถึงหน้า วัดมะกอกนอก นี้ เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี ทรงพระราชดำริเห็นเป็นอุดมมหามงคลฤกษ์ จึงโปรดให้เทียบเรือพระที่นั่งที่ท่าน้ำ เสด็จขึ้นไปทรงสักการบูชาพระมหาธาตุ ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหน้าวัด แล้วเลยเสด็จประทับแรม ที่ศาลาการเปรียญใกล้ร่มโพธิ์

 ต่อมาได้โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัด ทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิต ที่ได้เสด็จมาถึงวัดนี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

 พระปรางค์ที่เห็นในปัจจุบัน ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีรั้วล้อมทั้ง ๔ ด้าน ตอนล่างเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนเตี้ยๆ ทาด้วยน้ำปูนสีขาว ตอนบนเป็นรั้วเหล็กทาสีแดง มีรูปครุฑจับนาคติดอยู่ตอนบนทุกช่อง แต่ละช่องกั้นด้วยเสาก่ออิฐถือปูน ด้านตะวันตก หลังพระปรางค์ มีเก๋งจีนแบบของเก่าเหลืออยู่ ๑ เก๋ง หน้าบันและใต้เชิงชายประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี

 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีการบูรณปฏิสังขรณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการปฏิสังขรณ์ เป็นการใหญ่ มีการประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มการบูรณะพระปรางค์ เมื่อวันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๐ และการบูรณะก็สำเร็จด้วยดี ดังที่เห็นเป็นสง่างามอยู่จนทุกวันนี้


    การไปไหว้พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เพื่อความเป็นสิริมงคล มีคติเชื่อกันว่า  "ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน"

 สถานที่ตั้ง วัดอรุณราชวราราม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และฟากตะวันออกของถนนอรุณอมรินทร์ ระหว่างคลองนครบาล หรือคลองวัดแจ้ง กับพระราชวังเดิม ต.วัดอรุณ อ.บางกอกใหญ่ จ.ธนบุรี ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่

 การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย ๑๙, ๕๗, ๘๓ หรือทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียน ขึ้นที่ท่าวัดอรุณ

 

"}])