
ประกวดพระ 'ตร.ภาค ๗' เรื่องของ...เจตนาที่โปร่งใสกับความชัดเจนจับต้องได้
"เพื่อหารายได้ช่วยเหลือกิจกรรมและเป็นสวัสดิการแก่ครอบครัวข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ สนับสนุนการศึกษาบุตรธิดาข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗"
นี่คือ วัตุประสงค์หลักในการจัดงาน การประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชา และเหรียญคณาจารย์ ของ ตำรวจภูธรภาค ๗ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ณ หอประชุมชุณหะวัณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. จากคำบอกเล่าของ พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผบช.ภ.๗
นอกจากนี้แล้ว รายได้ส่วนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้ จะมอบไปช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ในการปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากรายได้ จากการจัดงานจะได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังจะนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนางานตำรวจ ให้มีขีดความสามารถ ทั้งประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ของตำรวจสังกัดภูธรภาค ๗ ยิ่งขึ้น และกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในงานวันแถลงข่าวการจัดงานนั้น ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ โรงแรมเวล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น ตำรวจภูธรภาค ๗ จัดให้มีการ มอบทุนการศึกษา ให้แก่บุตรธิดาข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ จำนวน ๖๖ ทุน เป็นเงินมากว่า ๒,๒๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นรายได้จากการประกวดพระเครื่อง เมื่อปีที่แล้ว
พร้อมกันนี้ ได้เชิญผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานประกวดพระเครื่อง ทั้งปีที่แล้วและปัจจุบัน โดยเฉพาะ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย
ส่วนเงื่อนไขในการมอบทุน พล.ต.ท.ถวิล บอกว่า ตั้งไว้ ๒ ประเภทคือ ทุนสำหรับการศึกษาชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษา มอบให้ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนระดับมัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับปริญญาตรี มอบให้ปีละ ๔๐,๐๐๐ บาท
ซึ่งในปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา มีการมอบทุนไปแล้วจำนวน ๕๓ ทุน เป็นเงินจำนวน ๑,๗๔๐,๐๐๐ บาท และในปีนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีก ๑๓ ราย และมีจบการศึกษาระดับปริญญาตรีไปแล้ว ๔ ราย ทำให้ปีนี้มีผู้ได้รับทุนเพิ่มรวมเป็น ๖๖ ราย รวมเป็นเงินทั้งหมด ๒,๒๔๐,๐๐๐ บาท
ซึ่งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ จะให้การสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกว่าผู้ได้รับทุนจะเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรี
"การสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้ทิ้งภาระหนักไว้กับครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง และหลายครอบครัวจะประสบปัญหาในเรื่องการศึกษาของทายาท บุตร ธิดา ของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต ซึ่งจากการปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้น บางครอบครัวต้องหยุดชะงัก หลายครอบครัวต้องให้หยุดเรียนในระดับสูงขึ้น เพราะปัญหาความเป็นอยู่ที่ขาดแคลนและขัดสน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ จึงจัดหาทุนการศึกษาให้แก่บุตรธิดา ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเป็นทุนต่อเนื่อง จนถึงระดับปริญญาตรี" พล.ต.ท.ถวิล กล่าว
ด้าน นายพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า งานประกวดพระเครื่องมีวัตถุประสงค์ที่ดีทุกงาน แต่การจัดงานของ ตำรวจภูธรภาค ๗ ถือว่าสมบูรณ์กว่าการจัดงานของหน่วยงานอื่นๆ คือ เจตนาที่โปร่งใส กับ ความชัดเจนจับต้องได้ ซึ่งหากย้อนหลังไปถึงการจัดงาน ๕ ครั้งที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่สมัย พล.ต.ท.ชัยยันต์ มะกล่ำทอง ต่อเนื่องมาถึงสมัย พล.ต.ท.พิชิต ควรเดชะคุปต์, พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ, พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๖ โดย พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผบช.ภ.๗ คนปัจจุบัน
เมื่อจัดงานเสร็จแล้ว ก็นำรายได้มามอบเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรธิดา ข้าราชการตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างที่แจ้งไว้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะมีคนจากหลากหลายวงการให้การสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่ง
จากใจทายาทผู้ล่วงลับ
ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ มีผลเจริญ อายุ ๑๓ ปี โรงเรียนเทพบดินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ บอกว่า ตนเป็นบุตรของ ร.ต.ต.ทองใบ มีผลเจริญ ผบ.หมู่ (ป) สภ.ทุ่งหลวง จ.ราชบุรี บิดาเสียชีวิตเนื่องจากในขณะรับเสด็จ เสร็จแล้วได้ไปตรวจจับยาบ้าเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ทำให้ไม่ได้พักผ่อน และเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งตนได้รับทุนการศึกษาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ เป็นจำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาททุกปี
ส่วน นายวิศาล มีผลเจริญ อายุ ๒๑ ปี พี่ชาย ขณะนี้เรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล คณะวิศวกรรมสถาปัตยกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา ปี ๓ ก็ได้รับทุนจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เช่นกัน
ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ มีผลเจริญ บอกอีกว่า จากโครงการทุนการศึกษาช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค ๗ นับเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว หลังจากพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิตไป ทำให้ตนกับพี่ชายมีทุนการศึกษาจนสามารถเรียนในระดับสูงได้
ด.ช.ระพี พิลาแพง อายุ ๑๒ ปี บ้านเลขที่ ๕๕ หมู่ ๘ ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กำลังศึกษาที่โรงเรียนราษฎร์บำรุงวิทย์ บอกว่า ตนได้รับทุนการศึกษาจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท และน้องสาว ด.ญ.ธีราพร พิลาแพง กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ได้รับทุนการศึกษา ๒๐,๐๐๐ บาท เหมือนกัน โดยตนกับน้องสาวเป็นบุตรของ ด.ต.ธีระศักดิ์ พิลาแพง ผบ.หมู่ (ป) สภ.เขาดิน จ.ราชบุรี อายุ ๓๗ ปี ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตก ขณะประชุมที่ สภ.ต.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘
นางกอบกาญจน์ สุปันตี อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๑๙๐ หมู่ ๑ ต.บางจาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ภรรยาของ ร.ต.ต.สถาพร สุปันตี มีอาชีพเป็นครูสอนเด็กปฐมวัย กล่าวว่า โครงการนี้ทำให้ครอบครัวของตนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้บุตรชาย คือ ด.ช.กันตพล สุปันตี ซึ่งมีอายุเพียง ๘ ขวบ ได้รับการศึกษาที่ดี ปัจจุบันบุตรชายเรียนอยู่ที่โรงเรียนอรุณประดิฐเพชรบุรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท
นางกอบกาญจน์ บอกว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖ สามีตน คือ ร.ต.ต.สถาพร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป) สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี อายุ ๓๒ ปี เสียชีวิต เนื่องจากถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ขณะเข้าจับกุมคนร้าย ซึ่งมีสติไม่ดี เหมือนคนติดยาบ้า ลักปืนตำรวจ โดยก่อนเสียชีวิตได้ออกเวรแล้ว เมื่อเวลา ๐๘.๐๐ น. แต่มีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก จนถึงเวลา ๐๙.๓๐ น. ก็มาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
เรื่อง... "อริย์ธัช พรอัศวโยธิน"
ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



