พระเครื่อง

พระลีลากำแพงขาว           
พระลีลาเชยคางข้างเม็ด

พระลีลากำแพงขาว พระลีลาเชยคางข้างเม็ด

11 ก.พ. 2552

เมืองกำแพงเพชร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือประมาณ ๓๕๐ กม. มีอีกชื่อหนึ่งตามโบราณว่า “ชากังราว” เป็นเมืองที่ถือว่า เป็นประตูเข้าภาคเหนือ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง เป็นเมืองเก่า เคยเป็นเมืองลูกหลวงของราชอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสมัยนั้นมีอยู่ ๒ เมือง คือ เม

กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาตอนต้น เมื่อยกทัพขึ้นไปปราบปรามอาณาจักรทางเหนือ ก่อนจะถึงกรุงสุโขทัย จะต้องปะทะกับเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นหน้าด่านทางทิศใต้เสียก่อน เมืองกำแพงเพชรจึงเป็นปราการสำคัญของราชอาณาจักรแห่งนี้ และด้วยเหตุที่เป็นเมืองลูกหลวงสำคัญ จึงได้มีการก่อสร้างตัวเมืองอย่างใหญ่โต และแข็งแรงมาก กำแพงเพชร นอกจากเป็นเมืองเอกของกรุงสุโขทัยแล้ว ยังมีฐานะเป็นนครที่มีเจ้าครองนครมีอำนาจเหมือนกษัตริย์ทุกอย่าง และที่สำคัญ คือ มีถนนโบราณ ที่เรียกว่า ถนนพระร่วง จากกำแพงเพชรไปถึงสุโขทัย และต่อไปจนถึงศรีสัชนาลัย แสดงว่า เมืองกำแพงเพชรมีความสัมพันธ์กับสุโขทัยอย่างแนบแน่น กำแพงศิลาแลง อันมั่นคงของเมืองกำแพงเพชร สร้างขึ้นในสมัย พระมหาธรรมราชาลิไท เสด็จจากกรุงสุโขทัย ลงมาบัญชาการรบที่เมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่า กำแพงเมืองนี้ได้นำมาตั้งเป็นชื่อ เมืองกำแพงเพชร ส่วนเมืองเก่าทางฝั่งตรงข้ามแม่น้ำปิง คือ เมืองนครชุม ชื่อนี้มีกล่าวถึงในจารึกสุโขทัย คงมีกำแพงเมืองถูกน้ำเซาะ จนพังทลายไปมาก คงเหลืออยู่เพียงบางส่วนเท่านั้น กำแพงเมืองนี้อยู่ติดริมแม่น้ำ โอบรอบตัวเมืองเป็นรูปวงรียาว ลักษณะพิเศษของเมืองกำแพงเพชร คือ งานประติมากรรมที่นี่มีพระพุทธรูป และพระเครื่องแบบสุโขทัย จะเป็นลักษณะของตนเอง จัดอยู่ในสกุลช่างเฉพาะตัว คือ ฝีมือช่างกำแพงเพชร ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะ ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ มีช่างฝีมือเอกมากมาย จึงสามารถกำหนดแบบแผนของตนได้ โบราณสถาน อันประกอบด้วยสถูปเจดีย์ และวัดวาอารามใหญ่น้อยในเมืองกำแพงเพชร ส่วนใหญ่มักก่อด้วย ศิลาแลง แบบเดียวกับที่พบในเมืองศรีสัชนาลัย เพราะพื้นดินบางส่วนของที่นี่ เมื่อขุดลงไปจะพบศิลาแลง จึงได้ใช้วัสดุพื้นเมืองนี้ทำเป็นกำแพงเมืองขึ้น แต่ สถูปเจดีย์รุ่นเก่า อันมีรูปทรงแบบศิลปะอู่ทอง มักจะก่อสร้างด้วยอิฐขนาดใหญ่ ก่อแบบสนิทไม่สอปูน แต่สอด้วยยางไม้ เทคนิคการก่อสร้างประณีตมาก ต้องจัดว่า สิ่งที่ก่อสร้างด้วยอิฐ เป็นของเก่ากว่าประเภทที่ทำด้วยศิลาแลง พระบูชา และ พระเครื่อง ที่ขุดพบ ณ เมืองกำแพงเพชร ที่น่าสนใจศึกษามี กรุวัดพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ในลานทุ่งเศรษฐี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่วัดพระบรมธาตุ ยังได้ขุดพบ แผ่นลานเงินลานทอง จารึกประวัติการสร้างพระบูชาและพระเครื่อง นอกจากนี้ ยังได้ขุดพบพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ มากมาย มีพระเครื่องอยู่พิมพ์หนึ่ง ที่ติดอันดับพระชุดเบญจภาคี เนื้อดิน คือ พระกำแพงซุ้มกอ ซึ่งเป็นพระเครื่องในฝันของนักสะสมทุกคน พระที่ขุดพบในกรุพระบรมธาตุนี้ มีอยู่ปางหนึ่งซึ่งจัดได้ว่า เป็นปางที่อ่อนช้อยสวยงามเป็นพิเศษ เป็น พระปางลีลา ศิลปะสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร มีหลายพิมพ์ แต่ละพิมพ์มีลักษณะลีลาที่แตกต่างกัน พระปางลีลา เป็นพุทธอิริยาบถของพระพุทธเจ้า ที่ทรงปฏิบัติอยู่เป็นประจำ แต่คราวที่พระองค์เสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระสารีบุตร ได้สังเกตเห็น และชื่นชมมาก พร้อมทั้งกล่าวออกเป็นคาถาถวายพระมหาบรมศาสดาว่า “ทรงมีสิริโสภาอันงามปานนี้” และด้วยตำนานนี้เอง จึงกลายเป็นที่มาของการสร้าง พระปางลีลา พระพิมพ์หนึ่งที่ว่านี้ ขอนำมากล่าวถึงในวันนี้ คือ พระลีลากำแพงขาว เป็นพระปางลีลา ศิลปะสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร สาเหตุที่เรียกว่า พระกำแพงขาว ก็เพราะว่า ตอนขึ้นจากกรุใหม่ๆ มีคราบฝ้าของกรุ และปรอทจับตามองค์พระ คนรุ่นเก่าจึงเรียกกันว่า พระกำแพงขาว จัดได้ว่า เป็นพระเอกลักษณ์ของเมืองกำแพงเพชรโดยตรง พุทธลักษณะ องค์พระประทับยืน ยกพระบาทขวาลอยขึ้น วางปลายพระบาทขวาเฉียงลงมาทางด้านหลังของพระบาทซ้ายที่ประทับอยู่ พระกรและพระหัตถ์ขวาทอดวางแนบลงมาตรงๆ ส่วนพระกรและพระหัตถ์ซ้าย ยกสูงขึ้นเสมอพระอุระ (อก) สร้างด้วยเนื้อชินเงิน ขนาดองค์พระ กว้างประมาณ ๑.๘ ซม. สูงประมาณ ๔.๐ ซม. พระกำแพงขาว ขุดพบครั้งแรกที่กรุวัดบรมธาตุ เมื่อประมาณ ๖๐ ปีมาแล้ว เรียกว่า พระกรุเก่า ต่อมาขุดพบที่กรุวัดอาวาสน้อย วัดกะโลทัย วัดอาวาสใหญ่ วัดพระแก้ว ที่พบคราวหลังนี้ จะมีผิวปรอทจับตามซอก บางองค์ผิวปรอทจับทั่วทั้งองค์ก็มี เรียกว่า พระกรุใหม่ เป็นพระที่สร้างในยุคเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ขุดพบในภายหลังเท่านั้นเอง พระพิมพ์นี้นักนิยมสะสมพระเครื่องยกว่า เป็นเลิศในด้านศิลปะกว่าทุกๆ เมือง นอกจากนี้ ยังมีการขุดพบ พระปางลีลา ที่งดงามอีกพิมพ์หนึ่ง คือ พระลีลากำแพงเชยคางข้างเม็ด เป็นพระปางลีลา ศิลปะสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร พุทธลักษณะ องค์พระประทับยืนแบบเดียวกับ พระกำแพงขาว คือ พระกรและพระหัตถ์ขวาทอดวางแนบลงมาตรงๆ แตกต่างกันตรงที่พระหัตถ์ซ้ายยกสูงขึ้นเสมอระดับพระศอ จึงดูเหมือนกับ “เชยคาง” องค์พระประทับยืน ลีลาอยู่ในซุ้ม ขอบข้างเป็นเม็ดไข่ปลา ชาวบ้านจึงเรียกชื่อตามลักษณะขององค์พระที่เห็นว่า พระลีลากำแพงเชยคางข้างเม็ด เป็นพระเนื้อชินเงิน และชินตะกั่วสนิมแดง ขุดพบที่กรุวัดบรมธาตุ วัดอาวาสน้อย วัดสี่อิริยาบถ องค์พระมีขนาดใหญ่กว่าพระกำแพงขาวเล็กน้อย คือ กว้างประมาณ ๑.๘ ซม. สูงประมาณ ๔.๘ ซม. สมัยก่อน พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด มีค่านิยมสูงมาก ได้รับการยกย่องให้เทียบเท่า พระลีลากำแพงเม็ดขนุน หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำไป พิมพ์ที่หายากสุดคือ พิมพ์ใหญ่ ในปัจจุบันแทบจะหาดูได้ยาก ที่พบมากคือ พิมพ์กลาง ทำให้พระพิมพ์กลางกลายเป็นพิมพ์สากลไป ส่วน พิมพ์เล็ก มีบ้างพอสมควร นอกจากนี้ พระลีลาเชยคางข้างเม็ด ยังมีการขุดพบที่ กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระพิมพ์เล็กล้วนๆ และพิมพ์ทรงองค์พระจะตื้น มีคราบปรอทจับมากกว่าของเมืองกำแพงเพชร ทำให้พระกรุนี้มีค่านิยมลดน้อยลงไป อีกเมืองที่มีการขุดพบ พระลีลาเชยคางข้างเม็ด คือ ที่ จ.อุตรดิตถ์ ของกรุนี้มีขนาดองค์พระใหญ่กว่าของเมืองกำแพงเพชรเล็กน้อย ส่วนค่านิยมถือว่าเท่าเทียมกัน พุทธคุณ ของพระลีลาทั้ง ๒ พิมพ์นี้ นอกจากจะดีทางด้านโภคทรัพย์ และเมตตาแล้ว ทางด้านแคล้วคลาด และคงกระพัน ก็มีอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ และเนื่องจากเป็น พระปางลีลา จึงมีความเชื่อกันอีกว่า เป็นพระดีเลิศทางความเจริญก้าวหน้า (ก้าวย่างไปทางข้างหน้า) อีกด้วย พระลีลาเชยคางข้างเม็ด ที่เป็น พระแท้ และมีสภาพสวยสมบูรณ์ หาได้ยากมาก แม้จะมีราคาเรือนแสน ก็ยังหาแทบจะไม่ได้เลย ส่วน พระปลอม นั้น มีการทำกันตั้งแต่ยุคเก่าก่อนมานานแล้ว จนทุกวันนี้บางฝีมือ (ปลอม) เล่นเป็น "พระแท้" ไปแล้วก็มี "ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ"
"}])