พระเครื่อง

  ศรัทธาแห่งศาสนา

ศรัทธาแห่งศาสนา

25 ธ.ค. 2558

ศรัทธาแห่งศาสนา : ธรรมะยูเทิร์น โดยอิทธิโชโต

            นิวตฺตยนฺติ โสกมฺหา

             คนใจการุณ ช่วยแก้ไขคนให้หายโศกเศร้า

  (พุทธพจน์)

               พระพุทธเจ้าสอนว่า ให้ปฏิบัติตัวเราให้ถึงพร้อมก่อน พระไตรปิฎกจะเป็นภาษาไหนก็ตาม จะป็นมหายานหรือเถรวาท เอาไปวางไว้เฉยๆ จะเกิดประโยชน์อะไร

              พระพุทธรูปก็เช่นกัน บุญ เกิดจากความศรัทธา เกิดจากการเห็น ตรงกันข้าม ถ้าไม่เห็นก็ไม่ศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นเถรวาท หรือมหายาน พระไตรปิฎกก็เหมือนพ่อแม่เรา สิ่งนี้ควรที่จะระวัง ควรให้เกียรติกันและกัน และควรเคารพกันและกัน ที่จะเกิดความแตกแยกเพราะไม่เคารพในสิทธิที่เราต่างเคารพกันนี้เอง

             หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กล่าวว่า หนังสือชาติใดก็ตาม สามารถจารึกคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทั้งนั้น  พระไตรปิฎกจากภาษาบาลีที่แปลเป็นไทยของเราก็เหมือนกับภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ที่เขาแปลไปฝึกปฏิบัติกัน แล้วเขาก็เคารพพระไตรปิฎกมาก ไม่วางหนังสือธรรมะไว้บนพื้น ฝรั่งคนที่ไม่รู้เรื่องไปนั่งบนไหล่พระพุทธรูปเรายังโมโหเลย พระไตรปิฎกก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่เราเคารพ บูชา ไม่ว่าศาสนาไหนก็ควรให้เกียรติ ให้ความเคารพ เป็นกติการ่วมกัน แม้กระทั่งคำพูดต่างๆ จะจริงหรือไม่ แต่ไปตำหนิเขาไม่ว่าเรื่องใด ก็ควรระมัดระวัง

             ยิ่งเป็นเรื่องศาสนา ยิ่งต้องระวัง แม้ว่าพระไตรปิฎก คือ คำสั่งสอน ที่จารึกขึ้นมาภายหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วก็ตาม อันนี้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ก็เหมือนพระ ถ้าบวชมาแล้วก็ต้องเป็นผู้ที่ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน ท่านแนะให้ได้ทุกอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติ แต่การปฏิบัติเป็นหน้าที่ของเรา การที่เราไม่เคารพคนอื่น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ถูก เรื่องที่ว่า สำนักไหนสอนผิด ทำผิด ดัดแปลงพระธรรมวินัย ก็ว่ากันเป็นคนๆ ไป เป็นเรื่องๆ ไป อย่าเหมารวมว่า ไม่ดีหมด ถ้าคนไหน ทำไม่ดีก็จะไม่ดีหมดก็ไม่ใช่

             ถ้าพูดถึงการเสียสละ ทุกศาสนามีการเสียสละ มีการแบกรับภาระทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม ทำไม ศาสนาอื่นๆ เขาจึงกล้าเสียสละได้ บางศาสนา การเสียสละชีวิตของเขา เขายังกล้าเสียสละขนาดนั้น เพราะเขาเชื่อ เพราะเขาศรัทธา จะเชื่อถูกหรือไม่ถูกไม่เกี่ยว “ความศรัทธา” คือที่สุดของคนๆ นั้น ถ้าใครไปขวางความเชื่อนั้นก็จะเกิดเหตุ ที่เกิดเหตุ รุนแรงอยู่ทุกวันนี้ คือการไปตำหนิความเชื่อของเขา ไม่ว่าจะเป็นใคร เราไม่ควรตำหนิความเชื่อของเขา

             พ่อแม่ของเรา ถ้ามีคนจะมาทำร้ายเราจะทำอย่างไร เรื่องศาสนายิ่งกว่าเรื่องนี้อีก ไม่ควรตำหนิเขา ควรมองตัวเองมากกว่า แล้วเคารพสิทธิ์ของคนอื่น ดังที่หลวงปู่มั่นกล่าวว่า การตำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย

             ทุกอย่างเรามองดูได้ แต่อย่าไปก้าวล่วงโดยการพูด หรือการกระทำก็แล้วแต่ เพราะเวลาคนอื่นมาก้าวล่วงเรา เราก็ไม่พอใจเหมือนกัน เนื่องจากศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของโลกใบนี้ ทุกศาสนามีความศรัทธาเป็นเครื่องฉาบทา ถ้าเราไปดูหมิ่นดูแคลน ก็ทำให้เครื่องฉาบทาบบางลง หรือถึงขนาดแตก และทำให้เกิดสงครามศาสนาได้ ต้องระวัง จิต ระวังวาจา และระวังการกระทำของเราให้ดี

 

"}])