พระเครื่อง

ความงามอยู่ที่ไหน

ความงามอยู่ที่ไหน

25 ธ.ค. 2558

ความงามอยู่ที่ไหน : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร

            ขณะที่นั่งสงบในช่วงเช้ามืดใกล้หอคอย บนเนินเขาซารางกอต เมืองโพคารา ประเทศเนปาล นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมความสวยงามของหิมาลัยค่อยๆทยอยกันมาดูพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อชมความสวยงามของ “มัจฉาปูชเรย์”

             พวกเขาต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด ถ้ามาจากโพคารา เพราะสภาพถนนและจำนวนของรถที่ขนนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขานั้นมากมายในแต่ละวันกับทางที่แคบ ขรุขระเป็นบางช่วง และอาจด้วยเป็นโปรแกรมบังคับของการมาที่นี่ ทุกคนต้องการมารอชมความสวยงามของธรรมชาติเมื่อแสงพระอาทิตย์ที่สาดแสงลำแรกไปยังเทือกเขามัจฉาปูชเรย์และอันนาปุรณะให้ใกล้ที่สุด

             มัจฉาปูชเรย์ คือยอดเขาที่สูงเสียดฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยฝั่งตะวันตก ที่เรียกขานกันว่าทิวเขาอันนะปุรณะ ซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขาสูงเกินกว่า ๗,๐๐๐ เมตรหลายลูก เช่น อันนะปุรณะ ๑ (๘,๐๙๑ เมตร) อันนะปุรณะ ๒ (๗,๙๓๙เมตร) เดาลาคีรี (๘,๑๒๗ เมตร)

             คณะที่มาด้วยกันต้องการความสงบเงียบและมีโอกาสได้ฟังเสียงจิตใจได้ชัดขึ้น จึงมาพัก ณ เนินเขาแห่งนี้ ไม่ได้ไปชม ณ เมืองโพคารา เพราะต้องการดื่มด่ำ สัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ สามารถเดินมาชื่นชมเทือกเขาต่างๆ ในบริเวณนี้ได้ตลอดเวลาและได้ใช้เวลา ๒ คืน ๓ วันอย่างคุ้มค่า

             เพราะถ้ามาเฉพาะตอนช่วงเช้าที่มีนักท่องเที่ยวมากมาย บรรยากาศแห่งความครึกครื้น รีบเร่ง ตื่นเต้น หงุดหงิด ผิดหวัง ฯลฯ มาแทนที่ความสงบ นิ่ง อย่างกับลมที่ค่อยๆ พัดแรงขึ้น ๆ ในที่สุดก็ค่อยๆ จางคลายไป

             การได้มาอยู่นิ่งๆ สงบๆ ก่อนที่จะได้พบเจอคลื่นมหาชนที่กระเพื่อมอย่างแรงในช่วงสั้นๆ เป็นสิ่งดียิ่งนัก ทำให้เข้าใจ เห็นใจในความความรู้สึกของผู้เดินทางไกลมาจากหลายๆ ประเทศ เพื่อต้องการชื่นชมความงามของธรรมชาติ ณ ที่แห่งนี้ ย่อมมีความคาดหวัง เป้าหมายที่จะกอบโกยสิ่งที่ตนปรารถนาให้ได้มากที่สุด

             เมื่อใดก็ตามที่เราเคลื่อนไหวมากๆ เร็วๆ ไม่ว่าภายใน หรือภายนอก เราจะเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าไม่ชัดเจน และอาจไม่เห็นคุณค่า ความงดงามที่แท้จริงของสิ่งที่กำลังดำรงอยู่

             น่าเสียดายยิ่งนักที่ผู้คนในปัจจุบันส่วนใหญ่ทำอะไรทุกอย่างด้วยความรีบเร่ง และต้องการมากๆ เข้าไว้ จนกลายเป็นนิสัยความเคยชิน แม้แต่การพักผ่อน สัมผัส ชื่นชมธรรมชาติ ก็ทำให้เราเหนื่อยได้ แม่ว่าเราจะเรียกว่าวันปีใหม่ หรือวันหยุดยาวก็ตามที ถ้าเราไม่ทำให้ใจหยุดบ้าง

             หลายครั้งเราต้องเดินทางระยะไกล เป็นเวลานาน เพื่อเห็นหรือสัมผัสช่วงเวลาสั้นๆ อาจเพียงไม่ถึง ๑ ชม.ด้วยซ้ำ แล้วเราก็จากไปและไปที่อื่นต่อ แม้แต่กลุ่มที่ประกาศตนว่า เดินทางแสวงบุญ เราทำตนเหมือนกำลังเลือกซื้อสินค้าที่เราคิดว่าดี หลายๆ อย่างให้ได้จำนวนมากๆ แต่ในความเป็นจริง เราได้ชื่นชมสิ่งเหล่านั้น เพียงแค่นิดเดียว และถ่ายรูปเป็นหลักฐาน อวด โชว์ ประกาศให้โลกรู้ว่า เราก็เป็นส่วนหนึ่งและได้มาสัมผัสเรียบร้อยแล้ว ถามว่ารู้จริง ดื่มด่ำ สัมผัสอย่างแท้จริงแค่ไหน คงกล่าวไม่ได้

             ในหลายๆ มิติแห่งชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ชัดเจนกับหลายๆ สิ่งในการดำเนินชีวิตหรืออาจไม่เข้าใจเป้าหมายในสิ่งที่กำลังทำ กำลังเป็น อย่างถูกต้องแท้จริง ทำให้เราส่วนใหญ่ทำเกือบทุกอย่างตามกระแส ไม่ได้เกิดจากความต้องการลึกๆ ของตน เราทำเพียงเพื่อได้เป็นส่วนหนึ่งหรือไม่ตกแฟชั่น ในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกสมมติไว้ในสังคมแห่งการบริโภค ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย รู้ได้ บอกได้ ประกาศได้ทันทีไม่ว่าอยู่มุมไหนของโลก มันง่ายมากที่ทำให้จิตใจเตลิด เพลิดเพลิน ตื่นเต้น แต่ไม่ได้สัมผัส เข้าถึงชีวิตที่กำลังดำรงอยู่ เป็นอยู่จริง

             เมื่อจิตใจเรามิได้อยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริง ทำให้เราไม่สามารถสัมผัสความสุขในชั่วขณะได้อย่างแท้จริงเช่นกัน และนั่นเป็นเหตุหลัก ที่ทำให้เราสูญเสียโอกาสจะสัมผัสความสุขสงบในตัวเอง นั่นหมายความว่า เราสูญเสียทุกอย่างแห่งชีวิตไปแล้วในขณะนั้น แม้เราอาจมีคนที่รัก สิ่งที่ต้องการ สถานที่ที่อยากไป ดำรงอยู่ตรงหน้าเราก็ตาม แต่สิ่งนี้ก็สามารถทำให้ภายในจิตใจของเรา เหงา โดดเดี่ยวอย่างไม่รู้จบได้ หากเมื่อเราไปถึงที่ แต่ใจเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น

             เมื่อไม่รู้คุณค่าของคนรัก สิ่งของ สถานที่ ต่อให้ทุกสิ่งอย่างมาอยู่ตรงหน้า ก็ไร้ความหมาย

              วิ่งตามหาความสุขทั้งชีวิตก็ไม่เจอสุขจริง ถ้าไม่หยุดอยาก หยุดความดิ้นรนในตัวเองก่อน

"}])