เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ประมวลภาพขบวนพระอิสริยยศแห่เชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เคลื่อนขบวนออกจากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ผ่านแยกสะพานขาวและถึงพระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหารในที่สุด โดยมีประชาชนพร้อมใจกันร่วมน้อมส่งและเคารพพระศพตลอดทาง
จากนั้นในเวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานเพลิงพระศพฯ พร้อมถวายพัดรองที่ระลึกงานพระเมรุแด่สมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ 15 รูป ที่สวดศราทธพรตคาถา จากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์พร้อมด้วยตู้สังเค็ดที่ระลึกงานพระเมรุ ก่อนลงจากพลับพลาอิศริยาภรณ์
เวลาต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุ พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) จากนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ต่างประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ และข้าราชการ ขึ้นถวายพระเพลิงต่อไป จากนั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการถวายดอกไม้จันทน์ ประชาชนสามารถถวายดอกไม้จันทน์ได้ตามวัดต่างๆ ใน 46 เขต กทม. โดยให้ถวายดอกไม้จันทน์ภายหลังที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ถวายดอกไม้จันทน์ที่วัดเทพศิริรทราวาสฯแล้วในเวลา 16.30 น. และเมื่อถึงเวลา 20.00 น. แต่ละวัดนำดอกไม้จันทน์เผา ณ เมรุของวัดนั้น ๆ สำหรับประชาชนที่ประสงค์ถวายดอกไม้จันทน์ที่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์วัดบวรนิเวศวิหาร และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์วัดเทพศิรินทร์ ให้เข้าถวายดอกไม้จันทน์เป็นสองเวลา คือ 12.30 -15.30 น. และเวลา 18.00-19.00 น. เมื่อถึงเวลา 20.00 น. จะนำดอกไม้จันทน์ที่ซุ้มวัดบวรนิเวศวิหาร ไปเผาที่วัดตรีเทศเทพ และนำดอกไม้จันทน์ที่ซุ้มวัดเทพศิรินทร์ไปเผาที่เมรุเล็กมรุเล็กวัดเทพศิรินทร์
ทั้งนี้ดาวน์โหลดฟรี หนังสือที่ระลึกงานพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก คือ "บวรธรรมบพิตร ฉบับพระประวัติ" http://bit.ly/1RQDEMP "บวรธรรมบพิตร ฉบับประมวลพระรูป" http://bit.ly/1mmEtRD รวมพระธรรมนิพนธ์ http://bit.ly/1mlwFQ5 และ "The People's Patriarch in His own words" http://bit.ly/1MfWKoo
ประชาชนทยอยถวายดอกไม้จันทน์หน้ารร.วัดบวรฯ
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดบวรนิเวศ วรวิหารว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังริ้วขบวนพระโกศพระศพเคลื่อนผ่านพุทธศาสนิกชน และประชาชนจำนวนมาก ทยอยมานั่งรอภายในเต้นท์ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ เพื่อรอถวายดอกไม้จันทร์ที่ซุ้มรับดอกไม้จันทน์ บริเวณสนามหน้ารร.วัดบวรฯ ซึ่งทางวัดจะเปิดให้วางดอกไม้จันทน์ในเวลา 12.30 น.
ต่อมาเวลาประมาณ12.00 น. ทางวัดได้ให้ประชาชนมาตั้งแถวเข้าถวายดอกไม้จันทน์และได้นำดอกไม้จันทน์ จำนวน 50,000 ดอก พร้อมหนังสือ ‘’พระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งจัดทำโดยวัดบวรฯ จำนวน 50,000 เล่ม และหนังสือ ‘’พระสังฆราชาสมเด็จพระญาณวังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์‘’ ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ที่มาถวายดอกไม้จันทน์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้สูงอายุเป็นลมระหว่างยืนเข้าแถว โดยทางเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ของรพ.จุฬาฯ เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้น ในเวลา 12.30 น. ทางวัดไปเปิดให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งประชาชนได้ทยอยมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนท้ายแถวไปสุดที่รร.สตรีวิทยา
ด้านน.ส.อาภา ติยายน อายุ 69 ปี ซึ่งมาเข้าแถวรอถวายดอกไม้จันทน์ที่วัดบวรฯ เปิดเผยว่า เป็นชาวจังหวัดลำพูน และได้เดินทางโดยเครื่องบินมากับเพื่อน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อมารอเฝ้าส่งเสด็จในริ้วขบวนแห่พระศพในช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากนั้น ได้เข้าร่วมรอถวายดอกไม้จันทน์ที่วัดบวรฯ ซึ่งมีความรู้สึกรักและอาลัยที่สมเด็จพระสังฆราชจากไป แต่ก็เป็นสัจธรรมของโลก แต่ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือไม่อยู่แล้ว ท่านก็ยังอยู่ในใจของพวกเราเสมอ ถึงแม้จะไม่เคยเข้าเฝ้าท่านเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม อยู่ในความสมถะ ทำให้รู้สึกเคารพรักและนับถือท่านมาก ทั้งนี้ จะเดินทางมาไหว้พระอัฐิท่านอีกครั้งในวันที่ 18 ธ.ค. ที่วัดบวรฯ หลังจากนั้นจะเดินทางกลับจังหวัดลำพูน
ปัตตานีระดมกำลังเข้มดูแลพิธีส่งพระศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานการจัดงานพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยจัดให้มีการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนพร้อมกันทุกจังหวัด ในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2558 เวลา 16.30 น. โดยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำหนดจังหวัดละ 1 แห่ง หรือตามความเหมาะสม โดยจังหวัดปัตตานี ได้กำหนดจัดพิธี ณ วัดตานีนรสโมสร (วัดอาราหวง) เขตเทศบาล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อให้ประชาชนแสดงความอาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน
มีรายงานว่า ตั้งแต่ตอนเช้า มีจนท.เตรียมงานในพิธีดังกล่าว และยังมีทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครฝ่ายปกครอง รวมทั้งภาคประชาชน ได้กระจายกำลัง ดุแลรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งรอบๆ ทั้งภายนอก และภายในวัดดังกล่าว อย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการบริการให้ความสะดวกกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายและเพื่อความปลอดัยของประชาชนอย่างเข้มงวด
ชาวกาญจน์ร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระสังฆราช
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสถานที่จัดพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่บริเวณพระเมรุชั่วคราวที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออก ของหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชฯ ท่าน้ำวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง (วัดเหนือ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนชาวกาญจนบุรี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ข้าราชการ แพทย์ พยาบาล พร้อมใจกันสวมชุดดำ เดินทางมาไหว้สักการะ พระรูปเหมือนสมเด็จพระสังฆราชฯที่ตั้งประดิษฐานเอาไว้ที่ห้องโถงของหอพระประวัติ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ประชาชนที่เดินทางมายังพร้อมกันถ่ายรูปหมู่ที่ด้านหน้าพระเมรุชั่วคราว ที่ประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับ รวมทั้งต้นข้าวที่ปลูกเอาไว้โดยรอบรวม 4 ชั้นอย่างสวยงาม โดยด้านบนพระเมรุลอย (จำลอง) มีพระโกศทองน้อย สีเหลืองอร่ามสวยงามตั้งเอาไว้ด้านบนอีกด้วย
สำหรับพระโกศทองน้อย เริ่มปั้นตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.เสร็จวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 21 วัน โดยฝีมือของนายมนัส บุตรเนียม อายุ 43 ปี ช่างชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่คอยติดตาม เจ้าคุณพระกิตติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง (วัดเหนือ) โดยมีทีมงานอีก 2 คน คือนายณัฐพล วิเศษสิงห์ และนายประสงค์ ดอนเจดีย์
โดยเจ้าคุณพระกิตติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง (วัดเหนือ)กล่าวว่าสำหรับเมรุจำลองด้านบนสุดจะเป็นที่ตั้งพระโกศทองน้อย ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สูง 2.50 เมตร ฐานกว้วง 1.20 เมตร หนักประมาณ 20 กิโลกรัม
การดำนาใช้ข้าวพันธุ์หอมกาญจน์ ที่นำมาจากบ้านดอนเจดีย์ ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน ซึ่งชาวบ้านที่มาช่วยกันปลูกมาจาก ต.ดอนเจดีย์ โดยวิธีปลูกจะปลูกล้อมรอบลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันไดรวม4ชั้น ชั้นที่4จะติดกับที่ตั้งพระโกศ เป็นต้นข้าวที่ออกรวงแล้ว และเมื่อถึงเวลาถวายเพลิงพระศพ ก็จะออกมาเป็นสีทองเหลืองอร่ามสวยงาม ชั้น3เป็นต้นข้าวที่กำลังเติบโตออกรวงเขียวขจี ชั้นที่2เป็นข้าวที่กำลังเติบโตสีเขียวขจี แต่ยังไม่ออกรวง และชั้นล่างสุด คือ ชั้นที่1เป็นต้นข้าวปักดำใหม่
สำหรับเหตุผลที่นำข้าวพันธุ์หอมกาญจน์ มาปลูกเพื่อประดับรอบเมรุ แทนไม้ดอกไม้ประดับ เนื่องจากทางวัด และคณะกรรมการวัด รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเห็นว่าเพื่อเป็นการแสดงถึงสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งการนับถือศาสนาพุทธของของชาวไทย อีกทั้งยังต้องการให้ชาวกาญจนบุรี และคนไทยทั้งประเทศได้เห็นคุณค่าของข้าว ที่ชาวนาได้ปลูกกันมาเป็นเวลาช้านาน แบบหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน จึงทำให้ทุกคนได้กินข้าวเป็นอาหารหลักมาจนถึงทุกวันนี้
พิธีในวันนี้เริ่มในเวลา14.00น. เป็นพิธีดำเนินการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เวลา16.30น. ประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ บริเวณพระเมรุลอย (ชั่วคราว) ข้างหอพระประวัติฯ และในเวลา20.00น. พิธีนำดอกไม้จันทน์เข้าเผา ณ บริเวณพระเมรุลอย (ชั่วคราว) และคาดว่าจะมีประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีจะเดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในวันนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระองค์ทรงมีพระชาติภูมิเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี และทรงบรรพชาเมื่อสมัยเป็นสามเณร
รายงานข่าวว่า สำหรับหลานสาวของสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่มีอยู่ประกอบด้วยน.ส.รัตนา คชวัตร อายุ65ปี น.ส.สุภา คชวัตร อายุ64ปี และนางเต็มศิริ คชวัตร อายุ55ปี ทั้ง 3 เป็นบุตรีของนายจำเนียร คชวัตร น้องชายของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดังนั้น น.ส.รัตนา คชวัตร น.ส.สุภา คชวัตร และนางเต็มศิริ คชวัตร จึงมีศักดิ์เป็นหลานของ“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”โดยแท้จริง