พระเครื่อง

พิพากษา'พุทธะอิสระ'บุกดีเอสไอ15ก.พ.59

พิพากษา'พุทธะอิสระ'บุกดีเอสไอ15ก.พ.59

04 ธ.ค. 2558

ศาลนัดพิพากษา 'พุทธะอิสระ-4แกนนำกปปส.' บุก 'ดีเอสไอ' ฟ้องเรียก 2.6 ล. 15 ก.พ. 59 เผยกำลังสืบสวน 'ธัมมชโย' บิดเบือนคำสอน ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ-ชี้มูลความผิด

 
                      4 ธ.ค. 58  พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีหลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า หลวงปู่พุทธะอิสระยื่นเรื่องให้ดีเอสไอตรวจสอบพฤติกรรมของพระธัมมชโย รวม 10 ประเด็น โดยเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ 1 ประเด็น คือ การบิดเบือนคำสอนให้ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนา และได้นำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งน่าจะมีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ชุดสืบสวนจึงเสนอให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พิจารณาอนุมัติให้รับคดีไว้สอบสวน ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้นำพยานหลักฐานเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ในชั้นนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินการของดีเอสไอ ยังไม่มีการชี้มูลความผิดส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนตามที่หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว
 
                      ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า คดีดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยคณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจการสอบสวน จึงตั้งเรื่องเสนอให้รับเป็นคดีพิเศษ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลในชั้นสืบสวนเห็นว่า ยังขาดพยานหลักฐานบางส่วน จึงสั่งการให้สืบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้มีประเด็นครบถ้วนก่อนลงนามอนุมัติรับเป็นคดีพิเศษ
 
 
 
นัดพิพากษา 'พุทธะอิสระ - 4 แกนนำ กปปส.' บุกดีเอสไอ 15 ก.พ.นี้
 
 
                      เมื่อเวลา 09.30 น.  ศาลนัดสืบพยานจำเลย คดีที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม , พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ , นายชุมพล จุลใส , นายนิติธร ล้ำเหลือ และ น.ส.อัญชลี ไพรีรัก แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เป็นจำเลยที่ 1 - 5 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,663,409 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีเดือน ธ.ค. 56 ที่จำเลยทั้ง 5 เป็นแกนนำ กปปส. พาผู้ชุมนุม ร่วมกันเข้าไปในอาคารดีเอสไอ แล้วทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งโจทก์ ได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 57
 
                      โดยวันนี้ นายนิติธร จำเลย เป็นพยานปากสุดท้าย เบิกความสรุปว่า วันที่มีการชุมนุม จำเลยได้ขึ้นปราศรัยพูดถึงการทำงานของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นจริง แต่ยืนยันว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีการผลักดันเพื่อที่จะเข้าในพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ดีเอสไอแน่นอน เนื่องจากเป็นประตูกระจก มีโซ่คล้องอยู่ จึงไม่สามารถที่จะเข้าไปได้หากไม่มีคนเปิด หากมีการผลักดันเข้าไปย่อมทำให้กระจกประตูแตก
 
                      นายนิติธร จำเลย เบิกความด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่า มีการแจ้งเรื่องกระจกประตูทางเข้า มีความเสียหาย ส่วนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กับ กปปส.นั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่มีเจตนาเดียวกันในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งแต่ละเวทีก็มีแนวทางการเคลื่อนไหวในเรื่องการปฏิรูปเป็นของตัวเอง โดย คปท.นั้นมีการเคลื่อนไหวในเรื่องการปฏิรูปประเทศมาก่อนที่จะมีการตั้ง กปปส.
 
                      หลังจากเบิกความเสร็จสิ้น ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา ในวันที่ 15 ก.พ. 59 เวลา 09.00 น.
 
                      ภายหลัง น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง หนึ่งในทีมทนายความ กล่าวว่า การฟ้องเรียกค่าเสียหาย รวม 2 ล้านกว่าบาท ของดีเอสไอนั้น อ้างถึงความเสียหายในส่วนของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่สูญหายในช่วงการชุมนุม และค่าเสียหายอื่น
 
 
 
 
"}])