พระเครื่อง

ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.

ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.

26 ก.ค. 2552

** พระเครื่องของ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน ธนบุรี มีความหลากหลายมาก ทำให้นักสะสมมีโอกาสเลือกเช่าหาได้อย่างจุใจ วันนี้ได้รับภาพ พระชัยวัฒน์ โคนต้นจันทน์ ชื่อแปลกดี เป็นพระของ หมึก ท่าพระจันทร์ ผู้ชำนาญพระกริ่ง พระรูปหล่อเกจิอาจารย์ยุคเก่า รวมท

** ตามบันทึกของ วัดหนัง กล่าวถึง พระชัยวัฒน์ โคนต้นจันทน์ ว่า...พระชัยวัฒน์ เนื้อสัมฤทธิ์  หลวงปู่เอี่ยม ท่านได้สร้างขึ้น ๒ รุ่น รุ่นแรกสร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๕๕ หรือเมื่อครั้งท่านมาครองวัดหนังได้ประมาณ ๑๐ ปี โดยใช้เศษชนวนเนื้อสัมฤทธิ์ ที่เหลือจากการสร้างในครั้งแรกที่วัดโคนอน การสร้างครั้งนี้ทำที่ โคนต้นจันทน์ หน้ากุฏิ จึงเรียกกันว่า “รุ่นโคนต้นจันทน์” เป็นลักษณะพระชัยวัฒน์ รุ่นวัดโคนอน การปั้นหุ่นด้านใต้ฐานพระ ทำเป็นโพรง เพื่อบรรจุกระดาษสา ลงนะปถมังอุดชันโรงใต้ดิน...สนนราคาเช่าในเวลานี้อยู่ที่หลักแสนขึ้นไป

** พระเทริดขนนก เป็นพระศิลปะลพบุรี เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง นอกจากขุดพบที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี แล้วก็ยังมีการขุดพบจากกรุเมืองต่างๆ อีกหลายแห่ง อาทิ เมืองเพชรบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ฯลฯ พุทธลักษณะ เป็นพระนั่งปางมารวิชัยอยู่บนฐานบัว สวมมงกุฎ ลักษณะคล้าย ขนนก อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์ที่เรียกกันว่า พระทรงเทริดขนนก มีเครื่องทรง คือ กำไลคอ และกำไลแขน อันเป็นศิลปะของขอมยุคลพบุรี อายุการสร้างของพระพิมพ์นี้มีความเก่าประมาณ ๘๐๐ ปีขึ้นไป

** พระเทริดขนนก กับ พระยอดขุนพล มีพิมพ์ทรงองค์พระเหมือนกัน ศิลปะสมัยลพบุรีเหมือนกัน แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ พระเทริดขนนก ไม่มี ซุ้มเรือนแก้ว เท่านั้น หากมีซุ้มเรือนแก้วจะเรียกว่า พระยอดขุนพล ** พระเทริดขนนก องค์ในภาพนี้เป็น พระกรุบ้านหนองแจง กรุดงเชือก จ.สุพรรณบุรี ของ พรรค คูวิบูลศิลป์ แม้จะเป็นสายตรงพระเนื้อดินเมืองเหนือ แต่พระเนื้อชินเมืองต่างๆ พรรค ก็ชำนาญเหมือนกัน มาถึงระดับนี้แล้ว พรรค บอกว่า ต้องดูเป็นเล่นเป็นทุกอย่างถึงจะไปรอด 

** วัดคลองขอม อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี สมัยที่ หลวงพ่ออุ่ม เป็นเจ้าอาวาส ประมาณปี ๒๔๔๔-๒๔๕๔ ท่านได้สร้าง พระบูชา ขนาดหน้าตัก ๒ ฟุต สูง ๓ ฟุต ศิลปะเชียงแสน โดยชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาคโลหะต่างๆ เช่น โตก เชี่ยนหมาก เงิน ทองคำ นาก ให้หลวงพ่อหล่อพระองค์ดังกล่าว พอหล่อพระเสร็จปรากฏว่ายังมีเนื้อโลหะทองผสม เหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง ท่านจึงได้ส่งไปให้ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นเพื่อนกัน ให้ช่วยหล่อพระเครื่องขึ้นมา หลวงปู่ศุข จึงได้สร้างพระพิมพ์สี่เหลี่ยมหล่อแบบโบราณเหมือนกับพระพิมพ์สี่เหลี่ยมของท่าน ได้พระประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ จากนั้น หลวงปู่ศุข ได้ปลุกเสกให้ด้วย แล้วจึงส่งพระทั้งหมดมาให้ หลวงพ่ออุ่ม แจกชาวบ้านต่อไป เวลานี้วงการนักสะสมพระเครื่อง ต่างจึงมองหา พระวัดคลองขอม กันอย่างกว้างขวาง เพราะถือว่าเป็น พระหลวงปู่ศุข พิมพ์หนึ่ง ทำให้ราคาเช่าหากันพุ่งแพงขึ้นเรื่อย จากองค์ละไม่กี่พันบาท กลายเป็นพระหลักหมื่นไปแล้ว องค์ในภาพนี้ คือ พระวัดคลองขอม พิมพ์ครุฑแบกแท่น องค์นี้มีจารเก่าสวยลึก รัศมีคมชัด เนื้อเก่าดูง่าย เป็นพระของ ยุทธนา วงศ์กนกสิน ร้านมงคลรัตน์ ๒ สาขา ที่มณเทียรพลาซ่า และตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี

 **  สวนกระแสเศรษฐกิจจริงๆ สำหรับ เหรียญโภคทรัพย์ หรือ เหรียญสตางค์หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว ในเวลานี้ ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ อันประกอบด้วย ๔ สหาย หมึก ท่าพระจันทร์ ยี่ บางแค วัฒน์ บางแค และ อ้วน นครปฐม จัดสร้างเหรียญนี้ขึ้น โดยถอดแบบมาจาก เหรียญสตางค์หลวงปู่เพิ่ม ที่กำลังพุ่งแรงแพงเป็นแสน เกินกำลังผู้อยากได้ เลยหันมาให้ความสนใจ เหรียญสตางค์หลวงปู่เจือ แทน ปรากฏว่าเพียงออกข่าวโดยไม่มีภาพเหรียญให้เห็น   ก็มีผู้สั่งจองกันทันที จนหมดในวันเดียว โดยเฉพาะ เนื้อทองคำ ราคาพุ่งขึ้นเท่าตัว เวลานี้ถึงกับซื้อขายใบจองกันแล้ว ส่วนเนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดงนอก ยังพอมีแบ่งให้ มีหลายศูนย์ได้ตัดยอดไปหมดแล้ว สอบถามกันเอาเอง หรือที่โทร.๐-๒๘๐๑-๐๓๙๗, ๐-๒๖๒๓-๕๔๔๑, ๐๘-๑๙๐๙-๓๓๑๑, ๐๘-๑๙๓๙-๑๑๑๑ ** ท่านที่อยู่ใกล้ มาบุญครอง ขึ้นไปหา เสี่ยเจ็ด  ร้านหลักเมือง ได้ที่ชั้น ๔ มี เหรียญสตางค์หลวงปู่เจือ บริการให้จำนวนหนึ่ง แต่ต้องด่วนหน่อย  โทร.๐-๒๖๘๖-๓๘๖๖,๐๘-๙๗๗๒-๙๔๙๐,๐๘-๑๕๖๗๑๙๑

** ไปไหนมาไหนในเวลานี้ มีแต่คนพูดถึง งานประกวดพระ ที่ไบเทค บางนา ในวันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ นี้ ว่าจะหาพระอะไรไปส่งเข้าประกวดกันบ้าง เพราะมีมากถึง ๒,๓๓๒ รายการ ครบทุกประเภท เพราะอยากได้รางวัลจากงานนี้จริงๆ ไม่เฉพาะแต่รางวัลชนะเลิศเท่านั้น รางวัลที่ ๒-๓-๔ ก็มีของรางวัลให้ด้วย ซึ่งไม่ค่อยมีงานที่ไหนเขาให้กันมาก่อน แต่งานนี้ใจป้ำมาก รวมทั้งยังมีรางวัลสำหรับแผงพระที่ไปวางขายอีกด้วย งานนี้ผู้จัด คือ พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล เจ้ากรมเสมียนตรา

** บอกว่าเป็นงานที่ระลึกครบ ๑๐๐ ปี กรมเสมียนตรา จึงต้องจัดให้พิเศษยิ่งใหญ่จริงๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องรายได้แต่ประการใด ได้เท่าไรก็เท่านั้น  ขอให้คนส่งพระ คนร่วมงาน ตลอดจนคณะกรรมการ มีความสุขสนุกสนานและความพอใจ ก็ดีแล้ว นอกจากงานประกวดพระแล้ว ในงานนี้ยังมี เซียนพระชื่อดัง นำ พระเครื่องรางของขลัง มาโชว์ในงานอีกหลายท่าน อาทิ พยัพ คำพันธุ์ ต้อย เมืองนนท์ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา หมึก ท่าพระจันทร์ ยี่ บางแค อ้วน นครปฐม วัฒน์ บางแค ตี๋ ยางตัน เซียะ วัดหนัง สุขเกษม ปาริชาติดุสิต (ตุ้ย อรรถสาส์น) วีรวัฒน์ จตุจินดา (อ๊อดเสือ สำเพ็ง) ฯลฯ แล้วก็ยังมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมาร่วมประพรมน้ำพุทธมนต์ให้กับผู้ร่วมงานโดยทั่วกัน คือ หลวงพ่อรวย วัดตะโก  หลวงพ่อแดง วัดพเนินพลู และ ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ สำนักสงฆ์เวฬุวัน โคราช ... ใครไปร่วมงานนี้มีแต่ได้ลูกเดียว

**พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล เจ้ากรมเสมียนตรา และทีมงาน นำสูจิบัตรงานประกวดพระในวันที่ ๒ ส.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา ไปมอบให้กับ "ตี๋เหล้า" และชาวชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ เมื่อวันก่อน โดยมี น.อ.ปรีชาญ จามเจริญ (เสธ.ตุ่ม) ประสานงานตลอดเวลา
(ฝน) 333 "คมเลนส์ส่องพระ" อาทิตย์ 26 ก.ค.52

** สุดยอดพระเครื่องเมืองอโยธยา ต้องยกให้ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล  ที่เช่าหากันองค์ละหลายแสนบาท ไปจนถึงหลักล้านก็มี พระกรุนี้เชื่อกันว่า สร้างโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระอนุชา ในคราวชนะศึกพม่า เช่นเดียวกับ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี แต่ต่างกันตรงที่ของ เมืองสุพรรณ เป็นพระเนื้อดินเผาธรรมดา และมีจำนวนพิมพ์ทรงมากมายกว่า ๖๐ พิมพ์ ส่วนของ เมืองอยุธยา เป็นพระเนื้อดินเผาและมีเคลือบ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือการเคลือบน้ำยาของช่างชาวจีน ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมัยนั้น โดยใช้กรรมวิธีการเคลือบแบบกังไส ซึ่งช่างชาวจีนมีความชำนาญมาก พระขุนแผนเคลือบ จึงนับเป็นหนึ่งเดียวของพระเครื่องเมืองไทย ที่ใช้กรรมวิธีนี้เป็นครั้งแรก ** พระขุนแผนเคลือบ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก หรือที่เรียกว่า พิมพ์แขนอ่อน เป็นพุทธลักษณะที่มีความอ่อนช้อยงดงามมาก และการเคลือบน้ำยานี้จะมีเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น ไม่ได้เคลือบด้านหลัง แต่อาจจะมีน้ำยาบางส่วนไหลล้นไปบ้างก็ได้ อย่างองค์ในภาพนี้ พระขุนแผนเคลือบ พิมพ์แขนอ่อน องค์นี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ เช่ามากว่า

** งดงามคมชัดลึก ไม่มีติในทุกซอกมุม สำหรับ พระสมเด็จ เกศไชโย จ.อ่างทอง พิมพ์เล็ก ฐาน ๖ ชั้น อกตลอด เป็นพระของ ต้อย เมืองนนท์ ผู้มีพระสมเด็จมากที่สุดของเมืองไทย ** พระสมเด็จ เกศไชโย เป็นพระที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง ธนบุรี สร้างไว้ในสมัยที่อยู่วัดระฆัง แล้วนำมาบรรจุไว้ในกรุที่วัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับโยมมารดา ที่เป็นชาวบ้านในละแวกนั้น พระกรุนี้ทุกพิมพ์จะเป็นพระเนื้อ ๒ ชั้น ที่เรียกว่า ขอบกระจก ขอบทุกด้านมน ไม่มีรอยคม และที่เป็นจุดเด่น คือ พระทุกองค์มีพระกรรณยาวแบบที่เรียกว่า หูบายศรี และอีกจุดหนึ่งคือ อกเป็นร่อง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการสื่อความหมายถึง ร่องน้ำนม ที่โยมมารดาเคยเลี้ยงดูมาก่อน ** พระสมเด็จ เกศไชโย พิมพ์เล็ก ฐาน ๖ ชั้น มีทั้งพิมพ์ อกตัน และพิมพ์ อกตลอด (องค์ในภาพ)

** ขอแสดงความเสียใจ อ.มนัส โอภากุล ปรมาจารย์ผู้ค้นคว้าและเขียนตำรา พระเมืองสุพรรณ เป็นคนแรก ที่ได้สูญเสีย ภรรยา คู่ชีวิต ที่ได้อยู่กินกันมานานปี ** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป....นะมัสเต *** 

 

"}])