พระเครื่อง

จะเดินทางไหนดี

จะเดินทางไหนดี

27 ต.ค. 2558

จะเดินทางไหนดี : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร

              เด็กหนุ่มชาวเยอรมันวัย ๑๙ ปี หลังจากศึกษาจบมัธยมปลาย ก็มุ่งตรงมาที่วัดเพื่อตั้งใจฝึกฝนการปฏิบัติตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เขามีความสุขสงบกับการเป็นผู้เตรียมบวช เมื่อครบ ๑ ปี เขากลับไปเยี่ยมครอบครัวก่อนที่จะเดินทางไปยังอีกวัดหนึ่งเพื่อฝึกปฏิบัติต่อ ในช่วงเวลาที่ไปเยี่ยมบ้าน เขาได้สัมผัสความทุกข์ ความวุ่นวายของสมาชิกในครอบครัว เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าชีวิตแบบฆราวาสไม่เหมาะสมกับเขาแน่นอน

              เมื่อไปถึงที่วัดในฐานะผู้เตรียมบวช เขาได้ใกล้ชิดกับชีวิตกับภิกษุมากขึ้น พระทุกรูปต่างล้วนมีความยากลำบาก มีปัญหาของตน หรือไม่ก็มีงานมากโดยเฉพาะพระผู้ใหญ่ ความเรียบง่ายที่เขาอยากสัมผัส อยากมอบชีวิตทั้งชีวิต มันดูห่างไกล แต่เขาก็พยายามทนอยู่ จนในที่สุดเขาไม่มีความสุข เขาสับสนและลาจากที่นั่นมา

              เขาต้องการบวชเป็นพระภิกษุไม่ใช่เพราะเขามีปัญหาครอบครัว หรือต้องการหนีความยากลำบาก ขัดสนจากโลกภายนอก เขาเป็นคนที่มีความสุขเป็นปรกติ แต่เขาไม่ต้องการวิ่งตามกระแสของสังคมที่ทำให้ตนเองห่างไกลจากความสุขสงบแบบเรียบง่ายขั้นพื้นฐาน เขาอยากมีเวลาอยู่กับตัวเอง สำรวจข้อบกพร่อง เปลี่ยนแปลงพัฒนาจิตใจให้สูงยิ่งขึ้นไป ไม่ต้องการใส่หน้ากากเข้าหากัน และป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าฉันมีความสุข ฉันประสบความสำเร็จ ฉันเป็นที่หนึ่ง ฉันมีชื่อเสียงฯลฯ

              เมื่อเขามาอยู่ในที่มีกฎระเบียบมีแบบแผน ทำไมมันขาดชีวิตชีวา ดูเหมือนเรียบง่ายแต่ยังมีความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สิ่งที่เขาศึกษากับความเป็นจริงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เขายังเยาว์ เขาต้องการแบบอย่างที่สามารถเดินตามและทำได้จริง ทำให้เขารู้สึกหมดหวัง เคว้งคว้าง จะเอาอย่างไรดีกับชีวิต เพราะสิ่งที่คิดว่าใช่ มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด

              คนส่วนใหญ่ที่ทุกข์เพราะไม่สามารถอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงได้ แต่กลับนำสิ่งที่เรียนรู้เกี่ยวกับความสมบูรณ์ที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมด มาเปรียบเทียบกับความจริงที่ประสบ  จึงไม่สามารถปล่อยวางความสมบูรณ์ที่จิตตั้งมาตรฐานไว้  แล้วยึดติดว่าสิ่งที่ศึกษาเรียนรู้จะต้องเป็นสิ่งที่สูงสุด ไม่เข้าใจธรรมชาติแท้จริงว่า ในความสมบูรณ์ย่อมมีความไม่สมบูรณ์รวมอยู่ในนั้นด้วยเสมอ

              โลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดๆ หรือบุคคลไหนที่สมบูรณ์ แม้แต่บรรดาศาสดาทั้งหลายก็ตาม จิตใจที่ยอมรับความเป็นเช่นนั้นเองของบุคคลนั้นต่างหาก คือ ความสมบูรณ์

              การมีจิตใจใฝ่ดี ต้องการฝึกฝน พัฒนาตนอยู่บนหนทางแห่งความสงบเย็น เรียบง่าย ไม่สะสม เป็นสิ่งที่โชคดีที่สุดถ้าใครมีจิตใจเช่นนั้น แต่ต้องไม่ฝากความหวัง หรือความสำเร็จไว้ที่บุคคลอื่น แต่สามารถมองทุกสิ่ง ทุกบุคคล เป็นเครื่องมือในการช่วยขัดเกลาตนเอง เป็นครูในทุกด้าน  ไม่เฉพาะแต่ด้านดี ไม่เอาตรรกะ ระยะเวลา วัยวุฒิ คุณวุฒิมาวัดความสำเร็จของการปฏิบัติหรือการทำหน้าที่ใดๆ

              มองให้เห็นส่วนดีของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า การอยู่ร่วมกัน เราจะได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะหากเรามีการสำรวจความบกพร่อง ความผิดพลาดของตนเองอยู่เสมอ และยอมรับความบกพร่อง ผิดพลาดนั้น เราจักพบความเป็นคนใหม่ และพบความสุขสงบสดชื่นในตัวเราโดยไม่ต้องไปที่ไหน

              เราสามารถฝึกปฏิบัติบนหนทางแห่งความสงบเย็น เรียบง่ายได้ในทุกสภาวะเพศ ไม่ใช่เฉพาะนักบวช การไม่ได้เป็นนักบวช ใช่ว่าเราจะประสบความล้มเหลว และผู้ที่เป็นนักบวชใช่ว่าจะประสบพบความสงบเย็น ถ้ายังคงวุ่นอยู่กับความเพลิน หลงในลาภ ยศ สรรเสริญ ชื่อเสียง ลืมหน้าที่ดับทุกข์ในตน ถอนอัตตาแห่งความยึดมั่น ที่ยังถือว่าเป็นตัวฉัน ของฉันออกให้หมด

              ฉะนั้นขอเพียงแค่เราอดทน ตั้งมั่น กระทำวันนี้ที่เป็นอยู่อย่างมีสติ ปล่อยวางในทุกสิ่งที่กระทบ แล้วเราจะค่อยๆ พบความสมบูรณ์ในจิตใจเราเอง

              หาความสมบูรณ์ภายนอกไม่มีทางพบในจิตใจที่ยังพร่องอยู่
 

"}])