พระเครื่อง

หนังสือ‘ไม่มีเกิด ไม่มีตาย’โดยติช นัท ฮันห์และสุทธิชัย หยุ่น

หนังสือ‘ไม่มีเกิด ไม่มีตาย’โดยติช นัท ฮันห์และสุทธิชัย หยุ่น

20 ต.ค. 2558

หนังสือ‘ไม่มีเกิด ไม่มีตาย’โดยติช นัท ฮันห์และสุทธิชัย หยุ่น : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์

             “ความสามารถที่จะสัมผัสกับธรรมชาติของการไม่เกิดไม่ตายนั้น ทำให้ปราศจากความกลัวอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะว่าอาตมาได้รับคำสอนอันงดงามจาก...องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ติช นัท ฮันห์ สุทธิชัย หยุ่น ชวน...ไขกุญแจของการเกิดและการตายกับ ติช นัท ฮันห์

             “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้สืบเนื่องการปฏิบัติที่ดีงาม และการปรับปรุงพุทธศาสนาให้ใหม่ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์และใช้ได้ไม่เพียงแต่ประเทศชาติของเราเท่านั้น แต่สำหรับชาวโลกทั้งหมด”

             คำกล่าวของพระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ พระเถระนิกายเซน ชาวเวียดนาม เมื่อสองปีก่อนเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๖ ในพิธีถวายผ้าป่าสามัคคีเพื่อก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม หมู่บ้านพลัมนานาชาติ (ประเทศไทย) ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บนที่ดิน ๘๘ ไร่ อันเป็นสถานปฏิบัติธรรมสำหรับภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกาทั่วโลก ในการฝึกสติตามแนวทางของหมู่บ้านพลัม พุทธศาสนามหายาน นิกายเซน

             ในวันนั้นมีประชาชนจากทั่วสารทิศมาพร้อมกันกว่า ๓,๐๐๐ คน ท่านติช นัท ฮันห์ ได้แสดงธรรมบรรยายตอนหนึ่งว่า

             “อาตมารู้สึกขอบคุณมากที่ผืนดินให้กำเนิดเราทุกคนบนผืนโลกนี้ วันหนึ่งเราจะต้องกลับคืนสู่ผืนโลก และพระมารดาแห่งผืนโลกก็จะส่งเรากลับคืนมาใหม่ ครั้งแล้วครั้งเล่า และเมื่อมองไปในธรรมชาติในตัวเราก็เห็นว่า ธรรมชาติภายในตัวของอาตมาเป็นธรรมชาติแห่งการไม่เกิด ไม่ตาย เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับพระมารดาแห่งผืนโลก นั่นเป็นเหตุที่อาตมาไม่กลัวการตาย เพราะว่า การตาย ก็คือการกลับไปสู่ผืนโลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะให้พระมารดาแห่งผืนโลกโอบรับและส่งกลับมาปรากฏขึ้นใหม่ในลักษณะที่สดใสมากยิ่งขึ้น เปรียบได้กับคลื่นในมหาสมุทร คลื่นนั้นล่องลอยขึ้นลงในมหาสมุทรโดยที่ไม่ได้กลัวว่าจะได้ล่องขึ้นหรือล่องลง เพราะคลื่นรู้ว่าเวลาล่องขึ้นหรือล่องลงกลับไปรวมกับน้ำเมื่อไร ต่อมาน้ำก็จะส่งให้คลื่นล่องลอยกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง..."

             “ความสามารถที่จะสัมผัสกับธรรมชาติของการไม่เกิดไม่ตายนั้นทำให้อาตมาปราศจากความกลัวอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะว่าได้รับคำสอนอันงดงามจากพระอาจารย์ของอาตมาก็คือ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้าที่ได้สอนให้ภาวนาทำสมาธิและมองอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติที่แท้จริงในตัวของอาตมาเอง”

             จากนั้น ในปลายปี ๒๕๕๗  เราได้ทราบข่าวจากหมู่บ้านพลัมว่า ท่านติช นัท ฮันห์ อาพาธจากเส้นเลือดในสมองแตก และงดที่จะจาริกธรรมมายังเอเชีย และประเทศไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ แต่คณะสงฆ์และพระธรรมาจารย์จากหมู่บ้านพลัม ที่เป็นศิษยานุศิษย์ของท่านยังคงเดินทางมาจัดกิจกรรมการภาวนาตามแผนเดิม ในชื่อว่า “เราดั่งกันและกัน” (We inter-are)

             ในครั้งนั้น ภิกษุณีเจิงคอม พระธรรมาจารย์ผู้อาวุโสสูงสุดของหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และเป็นนักบวชที่ช่วยงานหลวงปู่อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเป็นเวลายาวนานกว่า ๕๕ ปี ท่านกล่าวถึงสุขภาพของท่านติช นัท ฮันห์ ที่ไม่ได้มาจาริกธรรมในเอเชียครั้งนี้ ที่ชั้น ๒ อาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ เมื่อยามเย็นของวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ตอนหนึ่งว่า

             “ช่วงสามวันหลังจากท่านเส้นเลือดในสมองแตก บรรดาแพทย์ทั้งหลายก็คิดว่าท่านจะสิ้นชีวิต แต่ท่านก็อยู่ต่อไปจนถึง ๑๐ วัน หลังจากสิบวันไปแล้ว หลายท่านก็ยังคาดคะเนว่า ท่านอาจจะมรณภาพภายในสองสามชั่วโมง เพราะการวินิจฉัยทางการแพทย์ต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อเรามองไปที่ท่านในชั่วขณะนั้น ท่านดูโอเคมาก ท่านสามารถที่จะเปิดตาขึ้นมาข้างหนึ่ง หลับข้างหนึ่ง เวลาที่มีลูกศิษย์จากประเทศไทย อินเดีย ไปเยี่ยมท่าน ท่านสามารถที่จะลืมตา และแสดงความประหลาดใจ แสดงความชื่นชมได้”

             อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยาที่ดูแลท่านติช นัท ฮันห์ ได้กล่าวกับภิกษุณีเจิงคอมว่า ไม่ต้องคิดไปในแง่บวกมากนัก เพราะท่านติช นัท ฮันห์ อาจจะมรณภาพในสองสามชั่วโมงนี้ หรือเมื่อไหร่ก็ได้

             “แต่เราก็บอกว่า เวลามองดูท่าน ก็จะเห็นว่า มีลูกศิษย์ลูกหา และผู้ปฏิบัติที่ปฏิบัติตามท่านเป็นล้านๆ คน ที่กำลังช่วยส่งพลังให้ท่าน และพลังเหล่านี้ กลับไปที่ไหนล่ะ เพราะเส้นเสือดในสมองของท่านแตกนั้น มันอยู่ในส่วนลึกมาก ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า พลังเป็นล้านๆ คนที่ได้เกื้อกูลให้ท่าน และพลังเหล่านี้ก็คงจะสื่อสาร แผ่ซ่านวิ่งเข้าไปอยู่ในตัวท่าน วิ่งเข้าไปเยียวยาส่วนนั้นส่วนนี้ในสมองของท่าน”

             แล้วภิกษุณีเจิงคอมก็อธิบายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเช่นนั้น ฝ่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยิ้มกับกับท่านและบอกว่า “ไม่น่าเชื่อเลย”

             หลังจากนั้น ๒๐ วัน เลือดที่คั่งในสมองของท่านก็หายไป สุขภาพของท่านก็ดีขึ้น เห็นได้ชัดจนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกกับภิกษุณีเจิงคอมและคณะพระอุปัฏฐากว่า “ท่านติช นัท ฮันห์ ทำให้เห็นว่า ความเป็นแพทย์นั้น ไม่ได้มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสมองของมนุษย์" 

             วันนี้ สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ มีความภูมิใจนำเสนอ "ไม่มีเกิด ไม่มีตาย" หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจแห่งชีวิตให้แก่ทุกคน  จากบทสนทนาข้ามขอบฟ้าในหลายๆ ช่วงเวลา ระหว่าง ติช นัท ฮันห์ ปรมาจารย์เซนของโลก  กับคนบ้าข่าว สุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารและกองบรรณาธิการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา เพื่อจุดประกายคำถามของชีวิต ให้เราค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการเกิดและการตาย ในหลากหลายมิติ บนหนทางการภาวนาที่มีลมหายใจเป็นสะพานที่จะพาเราให้ก้าวข้ามความกลัวตายไปสู่อิสระแห่งชีวิต  จากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ผ่านการศึกษาเรียนรู้ และประยุกต์ธรรมให้สดใหม่ตลอดเวลา โดยท่านติช นัท ฮันห์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ธรรมโอสถขนานเอกนี้ สามารถนำไปเยียวยาได้ทุกปัญหาของชีวิต อย่างเหนือกาลเวลา ดังคำภาษาบาลีว่า “อกาลิโก” 

             สำหรับผู้ที่มีคำถามมากมายเกี่ยวกับว่า คนเราตายแล้วไปไหน? ชีวิตหลังความตายมีหรือไม่? เราจะมีชีวิตโดยปราศจากความกลัวได้อย่างไร? และไม่มีเกิด ไม่มีตาย นั้น เป็นไปได้หรือ? หนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความสนใจที่จะแสวงหาคำตอบ เป็นกุญแจไขปริศนาความลับของชีวิตเกี่ยวกับการอยู่และการตาย เปิดมิติของชีวิตที่มองต่าง

             ทำไม...ลมหายใจที่บางเบาและมองไม่เห็นนี้ จึงเป็นกุญแจไขความลับแห่งการเกิดและการตาย ?

             ชวนกันมาค้นหาคำตอบได้จากหนังสือเล่มนี้ ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๒๐ วันที่ ๒๑ ตุลาคม–๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ที่่บูธเนชั่น 
 

"}])